#วงในบอกมา
- “โอเด้ง” เคยเป็นร้านอาหารที่เปิดขายถึง 3 ชั้น เปิดมานานกว่า 60 ปี
- ปัจจุบันถึงแม้จะยังมีหน้าร้าน แต่ขายสุกี้-หมูกระทะแบบ Take Home เท่านั้น
- พี่อรเล่าว่า “โอเด้ง” ปิดทำร้านอาหารเนื่องจากคนเยอะมาก มากจนรู้สึกว่ายังดูแลลูกค้าดีไม่พอ เลยปิดทำการไป และขายเพียง สุกี้และหมูกระทะเท่านั้น


เจ้านายเราเคยบอกว่า “การจะเป็นแชมป์ว่ายากแล้ว แต่การรักษาแชมป์นั้นเป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่า” ประโยคนี้คงใช้ได้กับทุกสถานการณ์ไม่เว้นแม้กระทั่งการบอกเล่าถึงสถานภาพของร้าน “โอเด้ง” ที่เคยเป็นร้านอาหารสุดโด่งดังในยุค 90 ดังขนาดที่ว่า เปิดตอนรับลูกค้า 3 ชั้นยังตอนรับลูกค้าไม่หวั่นไม่ไหว แต่แล้วก็เหมือนตลกร้ายที่เจ้าของร้ายขำไม่ออกสักนิด ร้านกลับต้องปิดตัวลงชั่วพริบตาเพราะไม่สามารถรับมือกับลูกค้าที่มาเยอะจนเกินความสามารถได้ไหว พลิกผันมาขายสุกี้ และหมูกระทะแบบ Take Home เท่านั้น “มันน่าใจหายนะ แต่เราต้องยอมรับความจริง” หนึ่งประโยคที่เราจุกแทนเมื่อได้ยิน ฟังแล้วเราก็รู้สึกใจหายแปลก ๆ คงเป็นเพราะแววตา และน้ำเสียงของพี่เจ้าของร้านที่ยังงมีความคิดถึงอยู่ในทุกประโยคที่พูดถึง “โอเด้ง” ในยุคนั้น ว่าแล้ว เราไปเริ่มทำความรู้จักเจ้าของร้านกันเลยดีกว่าค่ะ

เจ้าของร้านก็คือ “คุณ อรอนง เถลิงศักดานุวงศ์” หรือ “พี่อร” ไม่รอช้าเราเริ่มทำความรู้จักกับพี่อรก่อนจะเริ่มการสัมภาษณ์ พี่อรดูตื่นเต้นเล็กน้อย เพราะพี่อรบอกว่า ไม่ได้มีคนแวะหาที่ร้านนานแล้ว พี่อรเล่าว่า
“เมื่อก่อนเราขายดีมาก ดีจนคิดว่าน่าจะสุดทางของพวกเราแล้ว เปิดกี่ชั้น ๆ ก็คนเต็ม แต่มันเหมือนพายุ มันมารุนแรง แล้วมันก็เร็ว พี่กับคนงานรับมือกันไม่ไหว เราทำทุกอย่างให้ดีที่สุดแบบเดิมไม่ได้ และถ้ามันไม่ดีพอ พี่กับครอบครัวก็ต้องยอมรับความจริงว่ามันต้องหยุด เราเชื่อว่าหลาย ๆ คนที่เคยกินอาหารที่ร้านคงคิดถึง “โอเด้ง” บ้างไม่มากก็น้อย”
พี่อรยิ้มเล็กน้อยก่อนจะบอกว่า “พี่คิดถึงตอนนั้นมากเหมือนกัน ตอนนั้นที่นี้คึกคัก พี่เห็นคนที่มามีความสุขตลอดทั้งวัน บางคนก็พาครอบครัวมากินมื้อพิเศษ พาคนรักมาเดต พาเพื่อมาปลอบใจตอนอกหัก แต่ละวันมีเรื่องให้พี่สนุกทุกวัน แต่ตอนนี้คนที่มองเข้ามาเขาคงคิดว่าร้านเราเจ๊งไปแล้วด้วยซ้ำ แทบไม่มีใครรู้เลยว่าเราขาย สุกี้กับหมูกระทะแบบ Take Home จะมีก็แต่ลูกค้าเก่า ๆ ที่คุ้นเคยก็แวะมาซื้อกันบ้าง”


พี่อรบอกว่า สุกี้กับหมูกระทะเราเป็นสูตรโบราณสืบทอดกันมานาน ไปหากินร้านไหนก็ไม่ได้รสชาติแบบนี้ ลูกค้าเก่า ๆ ก็มาขอซื้อกลับบ้าน พอเริ่มมากขึ้น ๆ พี่ก็เลยทำขายแบบ Take Home จะให้คนเยอะแบบเมื่อก่อนคงเป็นไปไม่ได้แล้ว แต่ก็จะขายต่อไปเรื่อย ๆ อย่างน้อยก็มีคนรักอาหารของพี่ พี่ทำได้เท่านี้จริง ๆ แต่ถ้ามีโอกาส มีคนมากพอ พี่ก็จะกลับไปขายแบบเดิมแน่นอน

เพราะทางร้านเป็นแบบ Take Home เราจึงสั่งกลับไปกินที่บ้านกับเพื่อน ๆ แต่พี่อรบอกว่า ไหน ๆ ก็มาถึงนี้แล้ว พี่ขอเปิดครัวต้อนรับหน่อยละกัน ว่าแล้วพี่อรก็เริ่มลงมือทำสุกี้ให้เรากิน จุดเด่นของสุกี้ที่นี้คือ “กุ้งแก้ว” ที่มีความสด กรอบ เด้ง “เนื้อไก่” ของที่นี่นุ่มมาก ไม่คิดว่าไก่จะนุ่มได้ขนาดนี้ อาจเป็นเพราะที่ร้านได้หมักกับซอสสูตรพิเศษด้วย ส่วนเรื่อง “เนื้อหมู” นี่ขอบอกเลยว่านางเอกสุด ๆ ชิ้นใหญ่ยักษ์ แต่นุ่มมาก ในส่วนของน้ำจิ้มของที่น้ำทำได้ดีมาก ไม่ได้กินแบบนี้มานานมากแล้ว เป็นแบบใส่น้ำมันงาด้วยทำให้หอมมันดี นอกจากนี้เรายังสั่งแบบ “หมูกระทะ” กลับบ้านมาลองกินดูด้วย ตัวเนื้อหมูของที่นี้ เป็นหมูที่ต้องผสมกับน้ำมันงาและงาก่อนจะนำไปย่าง หมูนุ่มเหมือนกับแบบสุกี้ แต่เราชอบน้ำจิ้มหมูกระทะมากกว่า ราคาของแต่ละชุดอยู่ที่ 300, 400 และ 500 บาท นอกจากนี้ทางร้านยังมี ชุดพริก กระเทียม มะนาวขายเพิ่มในราคา 25 บาทเท่านั้น วันหยุดแล้วคิดไม่ออกว่าจะกินอะไร ก็สามารถสั่งไปลองกินกันได้ ในราคาไม่แพง คุ้มสุด ๆ




ร้าน “โอเด้ง” ตั้งอยู่ในซอยเซนหลุยต์ 3 ตรงข้ามโรงเรียนอัสสัมชัญประถมเลย เปิดทุกวันเวลา 11:00 - 22:00 น. หรือจะสั่งแบบ take home ก็สามารถโทรไปได้ที่เบอร์ 086-839-3999 คิดค่าส่งตามระยะทางใครสายสุกี้หมูกระทะบอกเลยว่าพลาดไม่ได้จริง ๆ รีบไปตำกันโลด แต่อย่าเพิ่งไปไหน เรายังมีร้านสุกี้หมูกระทะเด็ด ๆ มาแนะนำอีกที่ 5 ร้านสุกี้เจ้าเด็ด เผ็ด เข้ม จัดจ้านระดับตำนาน และ 20 ร้านหมูกระทะเดลิเวอรี อิ่ม ฟินกระจาย ไม่ต้องฝ่ารถติด!
ยังมีร้านสุกี้หมูกระทะเด็ด ๆ ให้ตามเก็บกันอีกที่
12 ร้านหมูกระทะ ราคาไม่เกิน 300 บาท แต่ความฟินเกินร้อย!





