วันนี้หยุดสบาย ๆ แบบนี้ Wongnai ขอพาทุกคนไปตะลุยไหว้พระและทานอาหารที่พระนครศรีอยุธยากันค่ะ ออกเดินทางจากกรุงเทพเพียงชั่วโมงกว่าก็มาถึงที่หมาย ใกล้มาก ๆ เรามุ่งหน้าไปวัดท่าการ้องเป็นที่แรก ต่อด้วยเดินเที่ยวตลาดน้ำวัดท่าการ้อง วันนี้อากาศค่อนข้างร้อน เดินนาน ๆ ก็ชักเหนื่อย เลยขอแวะไปเติมพลังที่ร้านดังสักหน่อยค่าา



1Cafe’ Kantary
ร้าน “Cafe’ Kantary” ตั้งอยู่ในโรงแรมแคนทารี จากถนนสายเอเซีย เมื่อเลี้ยวเข้ามาถนนโรจนะ โรงแรมจะอยู่ซ้ายมือค่ะ บรรยากาศด้านในโปร่งสบาย กระจกใสรอบทิศ มองไปที่ตู้ขนมแล้วมีให้เลือกเยอะมากกก ขอสั่งมาเป็น “ช็อกโกแลตวาฟเฟิล” (140.-) วาฟเฟิลร้อน ๆ กับไอศกรีมวานิลลา ใช้วานิลลาจากฝักแท้ ๆ หอมนวลในปาก มาพร้อมวิปครีมสด โรยอัลมอนด์สไลซ์ เสิร์ฟกับซอสช็อกโกแลตเข้มข้น ต่อด้วย “Fresh Fruit Cheesecake” (135.-) เมนูนี้เห็นว่าขายดีที่สุด เลยต้องจัดมาลองสักหน่อย สาวกชีสเค้กไม่ควรพลาดจริง ๆ เนื้อเนียนละเอียด นุ่มมาก ๆ หอมกลิ่นส้ม ผลไม้ด้านบนก็สดใหม่ แถมให้มาจนแน่นเลย กรี้ดมาก ทานคู่กับ “Orange Smoothie” (85.-) น้ำส้มสมูธตี้ เพิ่มความสดชื่นได้ดี พร้อมเดินทางต่อแล้วค่ะ


2ต้นน้ำ ริเวอร์วิว
มาถึงอยุธยาก็ต้องไม่พลาดกุ้งแม่น้ำ เดินทางจากร้านแรกประมาณ 23 กิโลเมตร ขับรถจากมาที่ถนนตำบลคลอกจิก และใช้ถนนเลขที่ 3477 ตามถนนบางเลน ตรงทางเข้ามีเทสโก้โลตัสเล็ก ๆ ขับตรงเข้าไปสุดทางก็จะเจอร้านค่ะ “ต้นน้ำ ริเวอร์วิว” มีทั้งบนแพและบนเรือให้เลือกนั่ง บรรยากาศริมน้ำโปร่งสบาย เมนูที่ขอแนะนำคือ “กุ้งแม่น้ำเผา” ขายเป็นตัวนะคะ ราคาตามขนาด ตั้งแต่ 400.- ถึง 600.- แต่บอกก่อนว่าไซส์เล็กของเขาก็ไม่ได้เล็กเลยนะคะ ดูเนื้อฟู ๆ แน่น ๆ มันกุ้งเพียบ ตักน้ำจิ้มซีฟู้ดราด ดีงามมากกก น้ำจิ้มก็แซบถึงใจ ดีงามพระรามแปด ตามด้วย “ยำรวมมิตร” (180.-) กุ้ง หมึก หอย ปู มาแน่นจานเลยทีเดียว รสชาติจัดจ้าน ถูกปากคนไทยแน่นอนค่ะ แจ่มมาก ๆ



จากนั้นเราก็แวะไหว้พระที่ วัดพนัญเชิงวรวิหาร กราบไหว้เจ้าแม่กวนอิม ขอพรท่านสักหน่อย วันนี้อากาศค่อนข้างร้อนมาก ๆ แวะให้อาหารปลาเสร็จก็พักดื่มน้ำ “FOCO Life plus” รสมะพร้าวเผา ช่วยคลายร้อนสักหน่อยค่ะ


3บ้านข้าวหนม ณ กรุงศรี
เสร็จแล้วก็เดินทางไปต่อที่ “บ้านข้าวหนม ณ กรุงศรี” เป็นร้านที่นำขนมและไอศกรีมมาประยุกต์ให้แปลกใหม่ เก๋มาก ๆ เมนูที่เราลองคือ “ไอติมหลงยุค” (110.-) เป็นไอศกรีมชาไทย ใส่ฝอยทอง โรยถั่วทอง พร้อมทองม้วนกรอบ ๆ รสชาติเข้ากันได้อย่างลงตัว ไม่หวานเกิน “อัญชันเอสเพรสโซ” (70.-) หอมอัญชันมากก รสแปลกลิ้นหน่อย แต่ก็สดชื่นไปอีกแบบค่ะ และ “ข้าวหนมอบโบราณ” (50.-) สีสันพาสเทลน่าทานหรือซื้อเป็นของฝากสุด ๆ ร้านนี้อยู่ไกล้วัดพนัญเชิงเลย มาไหว้พระแล้วอย่าลืมแวะกินขนมกันนะคะ


4แกรนด์เจ้าพระญา
ค่ำแล้วก็แวะไปทานมื้อเย็นกันที่ “แกรนด์เจ้าพระญา” เดินทางจากร้านก่อนหน้ามาประมาณ 20 นาที ผ่านถนนอู่ทอง เข้าซอยเล็ก ๆ ซ้ายมือ จะมีป้ายร้านสีเขียวเข้มบอกค่ะ บรรยากาศร้านใกล้ชิดธรรมชาติ ปกคลุมด้วยต้นไม้ ติดริมแม่น้ำ ชิลล์สุด ๆ เมนูของเรามื้อนี้คือ “แกงสับปะรดปลาย่าง” (180.-) รสกลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมไข่เค็ม เพิ่งเคยทานเป็นครั้งแรกก็ติดใจเลยค่ะ สับปะรดหวานกำลังดี กัดแล้วชุ่มฉ่ำในปาก เป็นแกงที่ทานแล้วรู้สึกสดชื่นมาก “กุ้งแม่น้ำเผา” เนื้อแน่น ตัวโต ๆ มันเยิ้มมม น่าทาน น้ำจิ้มก็จัดจ้านดีงาม “ข้าวผัดปู” เมนูธรรมดาที่รสชาติไม่ธรรมดา เนื้อปูมาเป็นชิ้น ๆ เลยค่ะ ทานไปชมแม่น้ำ พร้อมดื่มน้ำมะพร้าวหอม ๆ จาก “FOCO Life plus” ก็ยิ่งรู้สึกสดชื่น ฟินขึ้นไปอีก






จบไปแล้วกับทริปนี้ ถึงจะตะลอนท่ามกลางอากาศร้อนแต่ก็ยังสดชื่นได้ตลอดทั้งวัน เพราะมีน้ำผลไม้ “FOCO Life plus” เป็นตัวช่วย อิ่มบุญอิ่มท้องกันไปเต็ม ๆ ไว้คราวหน้าจะพาไปลุยชิมร้านเด็ดที่อื่นกันต่อ วันนี้ขอตัวไปทานกุ้งก่อนนะคะ เจอกันทริปหน้าค่าา :-)






