
ดูเหมือนว่ามาตรการคลายล็อกดาวน์ หรือการผ่อนปรนมาตรการให้กิจการบางประเภทสามารถกลับมาเปิดได้ตามปกติมาตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2563 แน่นอนว่าภาพที่ทุกคนคิดเอาไว้คือ การได้ออกไปกินข้าวนอกบ้าน แต่กลับกลายเป็นว่า มีร้านอาหารเพียง 20 % ที่กลับมาเปิดให้บริการนั่งกินในร้าน (จากการโทรสอบถามร้านอาหารโดยทีม Wongnai) ทั้ง ๆ ที่ ได้รับการอนุมัติให้นั่งกินในร้านได้แล้ว
ทำไมหลายร้านอาหารถึงยังไม่เปิดทำการ ทั้งที่ความกังวลใจของหลายคนน่าจะอยู่ที่ว่าการเปิดให้กินข้าวในร้านอาหารอาจจะนำไปสู่การแพร่กระจายของโรคอีกครั้งมากกว่า แต่ปรากฎการณ์นี้กลับสวนทาง กลายเป็นว่าร้านอาหารเปิดให้บริการเพียงหยิบมือ เราไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะ “ความไม่ชัดเจน” ของภาครัฐ หรือความคิดของผู้ประกอบการว่า “เปิดไปก็ไม่คุ้ม”

มุมหนึ่งเป็นเรื่องของ “ความไม่ชัดเจน” เนื่องจากยังไม่มีการแจกจ่ายคู่มือในการบริหารจัดการร้านอาหารของภาครัฐ ทำให้ผู้ประกอบการต้องตีความเองจากการประกาศการผ่อนปรนมาตรการ ซึ่งหลายคนมองว่าไม่ชัดเจน ทำให้หลายร้านอาหารเลือกที่จะยังไม่เปิดให้บริการ เพื่อรอดูความชัดเจนก่อน อีกปัจจัยคือ ความล่าช้าของการประชุมของคณะรัฐมนตรีเรื่องการคลายล็อกดาวน์ และ Social Distancing ที่เริ่มปลายเดือนกว่าจะแล้วเสร็จก็ล่วงเลยไปวันที่ 30 เมษายน ตามติดด้วยวันหยุดยาวอย่างวันแรงงานถึงวันฉัตรมงคล เท่ากับวันที่ 1 - 4 พฤษภาคม กลายเป็นวันหยุดราชการ ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถของคำปรึกษาจากหน่วยงานราชการได้ นี่จึงอาจจะเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่หลายร้านเลือกที่จะไม่เปิด


หากเรามองแบบนั้นภาครัฐก็จะตกเป็นจำเลยของสังคม แต่มองในแง่ดีเราก็ได้พบเห็นการทำงานของภาครัฐผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กของร้านอาหารจำนวนหนึ่งที่พูดถึงการตรวจสอบการบริการจัดการร้านโดยสำนักงานเขต ด้วยการตรวจสอบผ่าน “แบบตรวจตามมาตรการการผ่อนปรน ประเภทร้านอาหาร” ก็ต้องขอชื่นชมกับความใส่ใจของสำนักงานเขต แต่เราก็มองได้ว่าผู้ประกอบดำเนินการทำกันเองก่อนโดยไม่รอภาครัฐ ซึ่งเชื่อได้ว่าแต่ละร้านน่าจะทดลองจัดโต๊ะและสร้างระยะห่างทางสังคม Social Distancing ตามความเข้าใจด้วยตัวเอง เช่นเดียวกับที่ทีม Wongnai ลงพื้นที่ร้านต่าง ๆ อาทิ เจริญพุงโภชนา หรือ เฝอหม้อไฟ ก็เห็นถึงการจัดการตามความเข้าใจของตัวเอง


พี่อาร์ต-ภาคภูมิ สุวรรณเตมีย์ เจ้าของร้านเจริญพุงโภชนา และ Elite ของ Wongnai บอกกับเราว่า “สุดท้ายแล้วเราก็ต้องอยู่กับมัน ป้องกันดี ๆ ก็ไม่น่ามีปัญหาครับ” เจ้าของร้านคิดเร็วทำเร็วที่ตั้งใจเปิดร้านให้นั่งกินได้
แน่นอนว่าร้านอาหารชื่อดังที่ Wongnai ติดต่อเข้าไปหลายร้านเลือกที่จะไม่เปิดให้บริการเนื่องมาจาก “ความไม่ชัดเจนของมาตรการ” มีหลายร้านอย่างร้านเจ๊โอวที่บอกเราว่า มาตราการจากทางกรุงเทพฯ ยังไม่ชัดเจน กลัวว่าเปิดแล้วจะผิดจากประกาศ ที่สำคัญคือการประกาศที่ล่าช้า ใกล้วันที่ 30 เมษายนแล้ว แต่ไม่มีหนังสือชี้แจงจึงเตรียมตัวกับการเปลี่ยนแปลงตามมาตรการได้ไม่ทัน


เช่นเดียวกับคุณเฟิร์น-วนิดา เด่นแดนไทย เจ้าของร้าน Kaizen Sushi & Hibachi ที่บอกกับเราว่าร้านน่าจะเปิดประมาณปลายสัปดาห์ โดยจะประกาศผ่านเพจเฟซบุ๊ก เนื่องจากยังติดต่อราชการไม่ได้ “สิ่งที่ร้านต้องทำแน่ ๆ คืออะไร ต้องจัดโต๊ะให้นั่งได้กี่คนต่อโต๊ะ เราก็ไปดูเพนกวินชาบูก็ทำเป็นคอกกั้น แต่รัฐก็ยังไม่ประกาศ อาหารแบบครอบครัวอย่างเราที่ต้องกินร่วมกันจะแยกกันยังไงดี ถ้าเปิดมาแล้วก็ไม่แน่นะคะ เราอาจจะขายเป็นครึ่งพอร์ชั่นก็ได้ ถ้ากฎเป็นแบบนั้น”

เท่าที่ Wongnai พูดคุยมา หลายร้านอยากเจอลูกค้าแล้ว อยากให้มานั่งมากินในร้าน แต่เมื่อมี "ความไม่ชัดเจน" หลายร้านจึงนิ่งเพื่อรอดูสถานการณ์ก่อน แต่ก็เชื่อได้ว่า ร้านอาหารน่าจะทยอยเปิดภายในสุดสัปดาห์นี้ หลังจากที่อะไร ๆ ชัดเจนขึ้น
ติดตามเรื่องราวร้านอาหารดี ๆ ที่จะมาเล่าเรื่องราวของร้านอาหารมากกว่าเพียงรีวิวร้านอาหารใหม่ แต่อาหารมีเรื่องราวซ่อนอยู่เสมอ อ่านต่อได้ที่






