หากชักชวนใครสักคนไปเที่ยวที่ภาคใต้ ภาพจำที่มักจะผุดขึ้นมาก็คือหาดทรายสีขาว น้ำทะเลใส ๆ และเกาะน้อยใหญ่ทั้งทางฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน แต่ถ้าหากเจาะลึกลงไปที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ ภาพจำดังกล่าวอาจจะเปลี่ยนแปลงไป บางครั้งอาจถึงขั้นมีคำถามกลับมาว่ามีอะไรน่าไปเที่ยว
มาลองเปิดประสบการณ์ท่องชายแดนใต้ เปิดตา เปิดหู และเปิดใจ ให้กับ 5 จังหวัดชายแดน อันประกอบไปด้วย สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ที่ต้องถือว่าเป็นเพชรเม็ดงามแห่งปลายด้ามขวานไทย ทั้งโดดเด่น แตกต่าง และมีเอกลักษณ์ ชวนให้เข้าไปลองสัมผัสอย่างลึกซึ้ง
สงขลา
ที่เที่ยวสงขลาไม่ได้มีแค่หาดใหญ่และตลาดกิมหยง ตัวเมืองสงขลานับว่าเป็นเมืองสองทะเล เพราะขนาบข้าวด้วยทะเลอ่าวไทยและทะเลสาบสงขลา บรรยากาศสบาย ๆ ของเมืองสงขลาผสมผสานกับเสน่ห์ของความเป็นเมืองเก่า ผู้คนที่อาศัยอยู่ก็มีทั้งชาวไทย ชาวจีน และมุสลิม ก่อให้เกิดเอกลักษณ์ทั้งด้านวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม รวมไปถึงของกินอร่อย ๆ ที่หลากหลาย

แค่ในย่านเมืองเก่าอย่างถนนนางงาม ก็มีให้เลือกชิมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ไอศกรีม ซาลาเปา ลูกชิ้น ก๋วยเตี๋ยว ข้าวต้ม เบเกอรี่ และที่เป็นทีเด็ดก็คือ เต้าคั่ว เมนูท้องถิ่นในแถบสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง มาถึงที่แล้วก็ต้องลองชิมให้ได้ และด้วยพื้นที่ที่ติดทั้งสองทะเล อาหารจานเด็ดอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ก็คือเมนูจำพวกซีฟู้ดต่าง ๆ ที่ขึ้นมาสด ๆ จากท้องทะเล

แต่ใช่ว่าจะมีแค่เมนูอร่อยให้ลองชิม ใครที่เป็นสายช้อปก็ต้องไม่พลาด เพราะที่สงขลามีตลาดให้เลือกชอปแบบหลากหลาย อันดับหนึ่งก็ต้องยกให้ตลาดกิมหยง ตลาดชื่อดังของหาดใหญ่ที่คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มาจับจ่ายซื้อหาของฝาก ที่มีทั้งของกินของใช้ ขนม ของกินเล่น ของสด ของแห้ง เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือจะเป็นพวกสินค้าตามเทศกาลต่าง ๆ ก็มีครบ

เปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นตลาดแบบพื้นบ้าน ที่สามารถจับจ่ายของกินอร่อย ๆ ให้อิ่มเต็มกระเพาะ ทั้ง ตลาดน้ำบ้านพรุ (อ.หาดใหญ่) ตลาดน้ำคลองแห (อ.หาดใหญ่) ตลาดน้ำคลองระโนก (อ.ระโนด) ตลาดริมน้ำคลองแดน (อ.ระโนด) หลาดสองเล (อ.เมือง) ที่มีของกินอร่อยคาว-หวาน เมนูท้องถิ่นที่หากินไม่ได้ง่าย ๆ ของฝาก ของแห้ง ผักผลไม้ แล้วก็ยังมีตลาดเล็ก ตลาดน้อย ที่เปิดให้ไปชอป ชิม ชิลล์ กันอีกหลายแห่ง
สตูล
หนึ่งในสิ่งที่โดดเด่นของการมาเที่ยวสตูลก็คือพื้นที่ที่เรียกว่า “อุทยานธรณีสตูล” เป็นพื้นที่ที่ความความสำคัญทางธรณีวิทยา ธรรมชาติวิทยา และวัฒนธรรม และได้รับการประกาศรับรองจากยูเนสโกให้เป็นอุทยานธรณีโลก พื้นที่ใน 4 อำเภอของสตูล อันประกอบด้วย อำเภอเมือง ทุ่งหว้า มะนัง และละงู ซึ่งเป็นพื้นที่อุทยานธรณีสตูล ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาหินปูน มีเกาะน้อยใหญ่และชายหาดสวยงาม จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย ตั้งแต่บนบก ในน้ำ หรือถ้ำต่าง ๆ

จุดเริ่มต้นของการกำเนิดอุทยานธรณีสตูล เริ่มต้นมาจากการค้นพบฟอสซิลชิ้นหนึ่งโดยบังเอิญ หลังจากตรวจสอบแล้วจึงพบว่าฟอสซิลชิ้นนี้เป็นกระดูกฟันกรามของช้างสเตโกดอน ที่มีอายุอยู่ประมาณ 1.8 ล้านปีมาแล้ว และนี่ยังกลายเป็นชื่อของ ถ้ำเลสเตโกดอน ที่กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของสตูล กับภาพหินงอกหินย้อยตามเพดานและผนังถ้ำ ที่หากใครอยากชมก็ต้องนั่งเรือคายักเข้าไป

นอกจากถ้ำเลสเตโกดอน ยังมีแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานธรณีสตูลที่รอให้เข้าไปสัมผัสอีกหลายแห่ง แบ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล อาทิ หมู่เกาะอาดัง เกาะหลีเป๊ะ เกาะหินซ้อน หาดปากบารา ปราสาทหินพันยอด แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและผจญภัย เช่น น้ำตกธารปลิว ถ้ำภูผาเพชร ถ้ำเจ็ดคต น้ำตกวังทรายทอง รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ อย่างเช่นที่พิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีสตูล พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า ลานหินป่าพน ลำดับชั้นหินเขาน้อย ที่สามารถเข้าไปศึกษาเรียนรู้เพื่อให้เข้าใจถึงความสำคัญของอุทยานธรณีสตูลแห่งนี้ได้ดีมากขึ้น

ปัตตานี
หากมาเที่ยวปัตตานีด้วยตัวเองแล้วก็จะพบว่า เมืองนี้มีการผสมผสานความแตกต่างไว้ได้อย่างกลมกลืน เริ่มจากที่ในสมัยก่อนปัตตานีเคยเป็นเมืองท่าสำคัญ ทำให้มีคนต่างชาติต่างภาษาเข้ามาค้าขาย พร้อมกับนำวัฒนธรรม ศาสนา และประเพณีเข้ามาด้วย จนมาถึงปัจจุบัน ปัตตานีก็กลายเป็นเมืองงาม 3 วัฒนธรรม ที่มีทั้ง พุทธ มุสลิม และจีน ที่ปัตตานี มีศูนย์รวมใจของทั้ง 3 วัฒนธรรม เริ่มจาก “วัดช้างให้” ศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธ วัดเก่าแก่อันเป็นต้นกำเนิดตำนานหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีชาวพุทธจากทั่วทุกสารทิศเข้ามาสักการะอย่างเนืองแน่น

สำหรับชาวมุสลิม ก็มี “มัสยิดกลางปัตตานี” เป็นศูนย์รวมจิตใจ ว่ากันว่าเป็นมัสยิดที่สวยงามที่สุดของไทย ด้วยสถาปัตยกรรมโดดเด่นคล้ายกับทัชมาฮาลในอินเดีย ปัจจุบันก็ยังเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจของชาวมุสลิม และอีกแห่งก็คือ “มัสยิดกรือเซะ” ที่เป็นมัสยิดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งที่อยู่คู่กับปัตตานีมาอย่างช้านาน


ส่วนชาวจีนก็มี “ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว” หรือศาลเจ้าเล่งจูเกียง เป็นศูนย์รวมจิตใจ ภายในมีเทพเจ้าสำคัญสององค์ให้สักการะกัน คือ โจวซือกง และ เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ในทุก ๆ วันจะมีผู้คนเข้ามาสักการะเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงงานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ที่จะมีการอัญเชิญเทพเจ้าหลาย ๆ องค์แห่ออกไปตามถนนรอบเมือง ทำพิธีลุยน้ำและลุยไฟ มีผู้คนเข้าร่วมพิธีอย่างล้นหลาม สร้างความคึกคักให้กับเมืองปัตตานีเป็นอันมาก

ยะลา
จังหวัดที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทยก็คือยะลา และเมืองที่เป็นแหล่งที่เที่ยวยะลาอันโด่งดังก็คือ “เบตง” เมืองที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูง อุดมสมบูรณ์ อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี

ในตัวเมืองเบตงมีศูนย์กลางอยู่ที่ หอนาฬิกาเบตง เป็นย่านกลางเมืองที่คึกคักกันทั้งกลางวันและกลางคืน ข้าง ๆ กันก็มีสัญลักษณ์อีกอย่างของเมืองเบตงนั่นคือ ตู้ไปรษณีย์ยักษ์ หากว่ามาถึงที่แล้วก็ต้องแชะภาพกลับไปเป็นที่ระลึกกันหน่อย แล้วก็ยังมีอุโมงค์รถยนต์สร้างลอดภูเขาแห่งแรกของไทยอย่าง อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์

ของดีเบตงใช่ว่าจะมีอยู่แต่ในตัวเมือง นอกเมืองเองก็มีจุดสวย ๆ ให้ได้ชมกันหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นจุดชมทะเลหมอสุดอลังการที่ ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ทะเลหมอกฆูนุงซีลีปัต และจุดชมวิวบ้านใต้ต๋ง มีน้ำพุร้อนเบตง อุโมงค์ปิยะมิตร และสวนดอกไม้เมืองหนาวเบตง ให้แวะชม แล้วอย่าลืมชิมของดีเบตงอย่าง ข้าวมันไก่เบตง ผัดหมี่เบตง กบภูเขาทอดกระเทียม ผัดผักน้ำ ปิดท้ายด้วยเฉาก๊วยเบตง หอมหวานเหนียวนุ่มไม่เหมือนใคร

นราธิวาส
หากใครสนใจวิถีชีวิตที่เรียบง่ายในเมืองสงบ แนะนำให้มาเที่ยวนราธิวาส ด้วยพื้นที่เมืองที่อยู่ติดกับชายฝั่งทะเล ทำให้วิถีชีวิตของผู้คนที่นี่ผูกพันธ์กับสายน้ำอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นอาชีพประมงในละแวกปากแม่น้ำบางนรา ที่จะเห็นทั้งกระชังปลาของชาวบ้าน มีเรือประมงลำเล็กเข้ามาจอดในยามพักจากการออกเรือ หากอยากได้วิวสวย ๆ แนะนำให้มาในช่วงเย็นย่ำพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า กับแสงสวย ๆ ที่สาดส่องเหนือผืนน้ำ

หากสังเกตดูเรือประมงของชาวบ้าน ทั้งในละแวกปากแม่น้ำบางนรา และแถบชายหาดบ้านทอน จะเห็นลวดลายโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ นั่นก็คือ เรือกอและ ที่สามารถโต้คลื่นลมทะเลได้อย่างดียิ่ง เป็นมรดกทางภูมิปัญญามาตั้งแต่บรรพบุรุษ จนเกิดการสร้างสรรค์เป็นความงดงามวิจิตร จนได้ชื่อว่าเป็นราชินีความงามแห่งท้องทะเลในดินแดนด้ามขวานของไทย

บรรดาปลาที่ชาวบ้านหามาได้นั้น ส่วนหนึ่งก็ถูกนำมาทำเป็น กือโป๊ะ หรือข้าวเกรียบปลา ที่ถูกแปรรูปมาจากเนื้อปลาทะเล ทอดออกมาให้กินกันแบบร้อนๆ กรอบอร่อยเคี้ยวเพลิน แล้วก็ยังเป็นของฝากอร่อยถูกปากด้วย หรือหากอยากจะเห็นปลาสดๆ ซื้อไปปรุงอาหารกันได้ ก็แนะนำให้ตื่นแต่เช้า แล้วเข้าไปเดินเล่นในตลาดยามเช้าใจกลางเมือง ที่นี่มีทั้งปลาสด ๆ จากทะเล ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่หลากหลายพันธุ์ ผักพื้นบ้านสดใหม่ รวมถึงอาหารคาวหวาน เมนูพื้นบ้านแสนอร่อยก็มีให้ลองชิม


ความมีเสน่ห์ของชายแดนใต้ มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม ประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน วิถีชีวิตผู้คนที่อบอุ่นมีเอกลักษณ์ รวมถึงอาหารพื้นบ้านอิ่มอร่อยถูกปาก หากอยากสัมผัสให้ลึกซึ้งก็ต้องแวะมาเที่ยว แวะมาพัก ซึ่งก็มีที่พักให้เลือกหลายแบบหลายสไตล์ สวยถูกใจ พักผ่อนกันได้แบบสบาย ๆ มาพร้อมโปรโมชั่นพิเศษกับบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ ตั้งแต่ 15 พ.ค. 62 – 15 ส.ค. 62 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bangkokbank.com/th-TH/Personal/Cards/Credit-Cards/Promotions/South-Once


