#วงในบอกมา
- ร้าน “ตือฮวน เกี่ยมฉ่าย เยาวราช” เปิดมา 60 ปี มีแค่เพียง 2 เมนู และจะไม่มีการเพิ่มเมนูใด ๆ
- เมนู “ตือฮวน” ทางร้านใส่เครื่องในถึง 10 ชนิด คือ ไส้หมู, ไส้อ่อน, กระเพาะ, ตับ, ปอด, ม้าม, หัวใจ, เซ่งจี๊, กระดูกหมูอ่อน และซี่โครงหมูเปื่อย
- “ข้าวเหนียว” ทางร้านใช้ข้าวสวยมาทำ และบรรจุลงในไส้หมูอ่อน จึงแตกต่างจากข้าวเหนียวธรรมดาทั่วไป
สวัสดีค่ะชาว Wongnai ทุกท่าน! เป็นเหมือนกันไหมคะที่เวลามาย่านเยาวราชทีไรก็จะตื่นตาตื่นใจกับอาหารข้างทาง หรือ Street Food ทุกที แน่นอนค่ะเพราะอาหารข้างทางย่อมได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ แถมยังมีเรื่องราวต่าง ๆ เป็นภูมิหลังที่น่าสนใจมาก ๆ ทั้งความเป็นมา วิถีชีวิต รวมไปถึงอาหารต่าง ๆ ที่หากินได้ที่เยาวราชเท่านั้น วันนี้แพรเลยจะพาทุกคนมากินเมนูง่าย ๆ ธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา ที่ร้านในตำนาน 60 ปี “ตือฮวน เกี่ยมฉ่าย เยาวราช” ร้านต้มเครื่องในสุดคุ้ม เพราะราคาเพียง 40 บาทเท่านั้น แต่ได้เครื่องในมาถึง 10 ชนิด! อะไรที่ทำให้ร้านนี้ยังคงอยู่ เจ้าของร้านทำไมถึงขายราคาถูกขนาดนี้ และแต่ละเมนูมีสูตรหรือความเป็นมาอย่างไร อย่ารอช้า ก้าวขาเข้าร้านไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ :)
ร้าน “ตือฮวน เกี่ยมฉ่าย เยาวราช” แต่เดิมขายเป็นร้านอาหารจีนหาบเร่ และแผงลอย ริเริ่มโดยคุณพ่อของพี่ชาญชัย ลาวัณย์วงศ์วณิช (เจ้าของร้าน) เมื่อ 60 ปีที่แล้ว โดยคุณพ่อของพี่ชาญชัย พื้นเพมาจากซัวเถา และได้เข้ามาทำอาชีพรับจ้างแบกหามรายวันอยู่ที่เยาวราช ชุมชนชาวจีนในประเทศไทย ตามคำแนะนำของเพื่อน ทำงานมาได้พักใหญ่ อยากเปิดร้านเล็ก ๆ เป็นของตัวเอง จึงมุมานะ และตั้งใจเก็บหอมรอมริบเงินก้อนแรกในชีวิตมาลงทุนค้าขาย โดยเริ่มจากหาบเร่แผงลอย ซึ่งในสมัยนั้นหาร้านที่กินต้มเครื่องในได้ยาก เมื่อคุณพ่อพี่ชาญชัยมาเปิด จึงทำให้ผู้คนต่างติดใจ และกลายเป็นลูกค้าประจำไปโดยปริยาย

“นับถอยหลังไป 60 ปีทางร้านก็ยังคงขายแค่เพียง 2 เมนูเท่านั้น คือ ตือฮวน (ต้มเครื่องใน) และ ข้าวเหนียว ที่สำคัญคือจะไม่มีเมนูอื่น ๆ มาเพิ่มเด็ดขาด เพราะเป็นความตั้งใจของคุณพ่อที่จะขายเพียง 2 เมนูนี้เท่านั้น” พี่ชาญชัยกล่าว แต่ปัจจุบันคุณพ่อพี่ชาญชัยได้เสียไปแล้ว 10 ปี โดยตอนที่คุณพ่อเสีย ร้าน “ตือฮวน เกี่ยมฉ่าย เยาวราช” ก็เกือบปิดตัวลง เพราะในบรรดาลูกทั้ง 8 คนไม่มีใครอยากสานต่อ ซึ่งพี่ชาญชัยเป็นคนสุดท้อง จึงรับอาสาทำร้านนี้ต่อแทน เพื่อให้ร้านยังคงอยู่สมกับความตั้งใจที่คุณพ่อมาเปิด ทุกวันนี้พี่ชาญชัยจึงต้องตื่นตี 4 ทุกวันเป็นกิจวัตร เพื่อเตรียมของที่จะทำขาย โดยจะเริ่มขายตั้งแต่ 10:00 น. เป็นต้นไปจนกว่าของจะหมด พี่ชาญชัยยังกล่าวต่ออีกว่า หมดรุ่นพี่ชาญชัยไปแล้ว ก็ไม่รู้ว่าร้านนี้ยังจะอยู่ไหม เพราะลูกของพี่ชาญชัยก็ไม่อยากจะสานต่อตรงนี้เช่นกัน แพรได้ยินแบบนี้ก็แอบเศร้าเบา ๆ ค่ะ เพราะรุ่นพ่ออุตส่าห์ขยันขันแข็ง เก็บเงินตั้งใจเปิด แต่ทางพี่ชาญชัยก็ยิ้มรับด้วยความเข้าใจ เพราะตนเชื่อว่าหากลูกไม่อยากเปิดจริง ๆ ตนก็ไม่บังคับ และร้านนี้อาจจะต้องจบลงที่รุ่นลุงชาญชัยเป็นรุ่นสุดท้ายโดยจำยอม




เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ “ตือฮวน” (40 บาท) ต้มเครื่องในที่จัดเต็มถึง 10 ชนิด ประกอบไปด้วย ไส้หมู, ไส้อ่อน, กระเพาะ, ตับ, ปอด, ม้าม, หัวใจ, เซ่งจี๊, กระดูกหมูอ่อน และซี่โครงหมูเปื่อย โดยจะต้มคู่กันกับ “เกี่ยมฉ่าย” หรือ ผักกาดดอง นั่นเอง กินคู่ข้าวสวย และซดน้ำซุปร้อน ๆ บอกเลยค่ะว่าฟินมาก ตัวน้ำซุปกลมกล่อมหอมพริกไทย และเครื่องในของทางร้านก็ไม่มีความคาวใด ๆ



ต่อมากับ “ข้าวเหนียว” (30 บาท) โดยร้านนี้จะแตกต่างจากร้านอื่น คือเป็นข้าวสวย ที่หุงและปรุงด้วย แปะก๊วยและหมูสับให้เข้ากัน จากนั้นนำไปบรรจุลงไส้หมูตามสูตรเฉพาะของคนจีน เวลาใครมาสั่ง ทางร้านก็จะนำไส้หมูมาหั่นเป็นชิ้น ๆ และเสิร์ฟให้ลูกค้า จัดว่าเป็นเมนูที่หากินได้ยาก แถมยังรสชาติดี อิ่มท้อง และราคาถูกด้วยล่ะค่ะ


แม้ว่าทางร้าน “ตือฮวน เกี่ยมฉ่าย เยาวราช” จะขายแค่เพียง 2 เมนู แต่บอกเลยค่ะว่าความเป็นเอกลักษณ์ที่ยังคงไว้แบบนี้นี่แหละ เป็นจุดดึงดูดที่ทำให้เหล่านักชิมอยากมาลองกัน นอกจากนี้ลูกค้าประจำของทางร้านยังเยอะมากอีกด้วย เพราะในละแวกนี้ หรือคนเก่าแก่ย่านเยาวราช หากถามถึงร้านต้มเครื่องใน ร้านนี้จะต้องแล่นเข้ามาในหัวเป็นร้านแรก อ่านมาถึงตรงนี้แล้วหากผ่านมาแถวนี้ก็อย่าลืมแวะมาทักทายลุงชาญชัย และลองกินต้มเครื่องในของทางร้านกันนะคะ
การเดินทาง
ร้าน “ตือฮวน เกี่ยมฉ่าย เยาวราช” ตั้งอยู่ที่สี่แยกสำเพ็ง สามารถมาได้โดยรถยนต์ส่วนตัว จากนั้นเดินเข้ามาในซอยไม่ถึง 5 นาที ร้านอยู่หัวมุมเลยค่ะ ใครกลัวหลงหรือหาร้านไม่เจอสามารถโทรหาคุณลุงชาญชัยได้เลยที่เบอร์ 084-148-5551




ที่ลุงยังทำร้านนี้อยู่ เพราะลุงตั้งใจสานต่อให้พ่อ โดยจะยังคงไว้ซึ่งรสชาติและวัตถุดิบคุณภาพ ในราคาที่เป็นมิตร ลุงรู้สึกผูกพันกับร้านนี้มาก คงใจหายถ้าวันหนึ่งต้องปิดตัวลง แต่ลุงก็เข้าใจดีหากไม่มีใครทำต่อ เลยจะทำทุกวันนี้ให้ดีที่สุด

