ภาพยนตร์สารคดีวีแกน 5 เรื่อง ที่จะทำให้คุณเปลี่ยนไปตลอดชีวิต!
  1. ภาพยนตร์สารคดีวีแกน 5 เรื่อง ที่จะทำให้คุณเปลี่ยนไปตลอดชีวิต!

ภาพยนตร์สารคดีวีแกน 5 เรื่อง ที่จะทำให้คุณเปลี่ยนไปตลอดชีวิต!

ศตวรรษแห่งการรักษ์โลก และการรักสุขภาพ พบกับภาพยนตร์สารคดีวีแกน จาก Netflix ที่จะทำให้คุณหยุดคิด หยุดตั้งคำถาม เดินตามรอย คล้อยตาม “ขอเป็น Vegan ทั้งชีวิต!”
writerProfile
23 ธ.ค. 2019 · โดย

#วงในบอกมา

  • เราเชื่อว่า ภาพยนตร์สารคดี 5 เรื่อง นี้ จะเปลี่ยนมุมมองความคิดของคุณต่อการกินเนื้อไปโดยสิ้นเชิง!
  • จากภาพยนตร์ Vegan ดังกล่าว “คุณจะรักษ์โลกได้ด้วยการหยุดกินเนื้อ”
  • “คุณจะห่างไกลจากโรคมะเร็ง เบาหวาน หัวใจวาย หากคุณกินมังสวิรัติ” อีกประโยคยืนยันจากภาพยนตร์สารคดีทั้ง 5 เรื่อง
อาหารมังสวิรัติ

ปี 2020 ใกล้เข้ามาทุกที กระแสที่มาแรงที่สุดในตอนนี้คงหนีไม่พ้น “Healthy Food Trend” อาจด้วยในหลายประเทศกำลังคืบคลานเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย และแน่นอนว่าเรื่องความเจ็บป่วยย่อมตามมาติด ๆ ชนิดเป็นเงาตามตัว! มาจนถึงวันนี้ เราคงหลีกเลี่ยงไม่พูดถึงเทรนด์ฮอตฮิตเทรนด์นี้ไม่ได้ เพราะไม่ใช่แค่กระแสในโลกออนไลน์เท่านั้น แต่ Netflix เอง ก็มีภาพยนตร์สารคดีเหล่านี้ละลานตาจนแทบตั้งต้นไม่ถูก วันนี้ฤกษ์งามยามดี ขอคว้าชาร้อนสักแก้ว ขนมขบเคี้ยว (ที่ผลิตจากพืชผัก) สักซอง แล้วนั่งเหยียดขาสบาย ๆ บนโซฟา รับชม “ภาพยนตร์สารคดี” ที่จะเปลี่ยนความคิดของเราไปตลอดชีวิต … จริงหรือ?

1The Game Changers

เริ่มเรื่องด้วย James Wilks หนุ่มชาวอังกฤษผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะป้องกันตัว ปัจจุบันผันตัวเป็นครูฝึกในหน่วยนาวิกโยธิน เขาบ้าพลัง พละกำลังล้นเหลือ และมีชีวิตชีวา แต่แล้วอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ทำให้เขาได้รู้จักกับงานวิจัยเกี่ยวกับการฟื้นฟูร่างกายจากการกินพืชผักแบบเคร่งครัด และนั่นเอง จึงเป็นจุดเริ่มต้นทั้งหมดของ “The Game Changers”

สำหรับภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ มีหัวใจหลักอยู่ที่การนำนักกีฬาจากหลากหลายแขนง ทั้งนักวิ่ง นักยกน้ำหนัก นักปั่นจักรยาน รวมไปจนถึงนักกล้ามอย่าง Arnold Schwarzenegger มาพิสูจน์ให้เห็นว่า คำพูดในอดีตที่เคยกล่าวไว้ว่า “Vegetarians were theoretically incapable of prolonged exercise.” นั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะภายหลังการหันมากินมังสวิรัติอย่างจริงจัง พวกเขาสามารถวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งกว่า 7 ปี ซ้อน ยกน้ำหนักทำลายสถิติโลก กลับไปคว้าแชมป์โอลิมปิกปั่นจักรยานแม้ในวัยใกล้ 40 หรือมีสุขภาพที่แข็งแรงกว่าเดิมในวัย 70 กว่าของพ่อดาราหนุ่มคนเหล็ก

ทั้งหมดนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า การไม่กินเนื้อ ไม่ได้ขัดขวางการสร้างกล้ามเนื้อแต่อย่างใด แถมสมรรถภาพทางร่างกายและทางเพศยังดีกว่าเป็นไหน ๆ วัดได้จากผลตัวเลขทางการแพทย์ อยากรู้ว่าจริงหรือไม่จริง “The Game Changers” รอให้คุณเข้าไปหาคำตอบอยู่!

The Game Changers
Photo credit: The Game Changers

2What the Health

ภาพรายงานข่าวเรื่องการกินอาหารแปรรูปอย่างแพร่หลาย ฉายขึ้นบนจอภาพยนตร์สารคดี “What the Health” โดยมี Kip Andersen โปรดิวเซอร์และนักเขียนชาวอเมริกันเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราว ว่ากันว่า การกินอาหารแปรรูปนั้นอันตรายไม่ต่างจากการสูบบุหรี่เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นแล้วเด็ก ๆ ที่บริโภคสิ่งเหล่านี้เป็นมื้อเช้า จะมีสุขภาพอย่างไร? นั่นคือคำถามที่เกิดขึ้น และมันร้ายแรงเสียจนองค์กรต่าง ๆ ควรให้ความสำคัญได้แล้วล่ะ จริงไหม!?

Kip Andersen เผยให้เราเห็นถึงงานวิจัยจำนวนมากว่า แท้จริงแล้ว โรคภัยที่เป็นสาเหตุการตายของคนอเมริกันลำดับต้น ๆ ล้วนมีสาเหตุจากการกินอาหารแปรรูปและเนื้อสัตว์ทั้งสิ้น ทั้งสัตว์สี่ขา สัตว์ปีก สัตว์ทะเล บางคนอ้างว่า สัตว์เนื้อขาวไม่เป็นอันตราย ทว่าทางการแพทย์กลับเปรียบเปรยว่า “อยากตายด้วยวิธีไหน แขวนคอหรือโดนยิง อย่างไรก็ทำให้ตายได้เหมือนกัน” หรือแม้กระทั่งนมและไข่ที่ว่ากันว่าเป็นประโยชน์ กลับทำให้เราไขว้เขว ด้วยผลวิจัยถึงฮอร์โมนที่สะสมในนั้น

ทว่าองค์กรรณรงค์ต่าง ๆ ทั้งโรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และอื่น ๆ กลับไม่เปิดเผยข้อมูลในด้านนี้ นั่นทำให้ Kip Andersen สงสัยว่า ต้องมีอะไรบางอย่างอยู่เบื้องหลัง เพราะไม่ว่าจะโทรไปพูดคุยถึงการให้ข้อมูลความรู้แก่ประชาชนกับกี่องค์กร พวกเขากลับปฏิเสธและหลีกเลี่ยงการให้สัมภาษณ์ จนเมื่อเขาเสิร์ชชื่อองค์กรนั้น ๆ และต่อท้ายด้วยคำว่า “Sponsor” ถึงได้ค้นพบคำตอบบางอย่างที่ชวนให้ละเหี่ยใจเหลือเกิน แต่จะเป็นคำตอบอะไรนั้น คลิกเข้าไปชม “What the Health” ได้เลย!

What the Health
Photo Credit: What The Health

3Forks Over Knives

ฮิปโปเครติสเคยกล่าวไว้ว่า “Let food be thy medicine” หรือ “ให้อาหารเป็นยาของคุณ” ฉะนั้นตั้งแต่ไหนแต่ไรมา อาหารถือเป็นศูนย์กลาง และวัฒนธรรมที่แทรกซึมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ และความเชื่อมั่นที่ว่า “We can’t live without protein.” ก็ถูกปลูกฝั่งจนเป็นหนึ่งในหลักยึดถือของปวงมนุษยชาติมาเนิ่นนาน และการค้นพบว่ามนุษย์ยุคก่อนใช้อาวุธมากมายเพื่อล่าสัตว์เป็นอาหาร ยิ่งเป็นการตอกย้ำความเข้าใจไปอีกว่า การกินเนื้อสัตว์ คือ การกินโปรตีนที่ทำให้มนุษย์มีพละกำลัง

ทว่าในศักราชนี้ ความเชื่อเหล่านั้นกำลังถูกลบล้างด้วยข้อมูลวิจัยใหม่ ๆ ที่ว่า อาหารจำพวกเนื้อนี่เอง กำลังสร้างความเสียหายอย่างหนักหน่วง คนอเมริกันจำนวนมากนิยมบริโภคเนื้อสัตว์และ Junk Food เป็นกิจวัตร ส่งผลให้คนเป็นโรคมะเร็ง โรคอ้วน โรคเบาหวานกันจำนวนหลายล้านคนต่อปี นั่นเริ่มเป็นที่ตระหนักว่า ถึงเวลาของการตั้งคำถามกับวิสัยการกินที่เป็นอยู่แล้วล่ะ!

Anthony Yen ชายวัยกลางคนที่เดินทางมาจากจีน นับเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ชัดเจนจากการได้รับผลกระทบจากอาหารจำพวก Junk Food เขากล่าวในลักษณะที่ว่า เมื่อครั้งอยู่จีน ผู้คนนิยมกินผักและซุป มีเนื้อสัตว์เพียงชิ้นเล็ก ๆ เท่านั้นบนโต๊ะอาหาร ในขณะที่ในสหรัฐอเมริกา การกินเนื้อทุกมื้อในปริมาณมาก ๆ เป็นสิ่งที่เห็นกันออกเกลื่อนตา ซึ่งวิสัยการกินเช่นนั้นทำให้เขาต้องเผชิญกับการผ่าตัดหัวใจในที่สุด เพราะฉะนั้นแน่นอนว่าภาพยนตร์สารคดี Vegan เรื่อง “Forks Over Knives” กำลังเชิญชวนให้ทุกคนเข้าใจถึงหลักโภชนาการและการนำมาใช้อย่างถูกต้อง เพราะมันคุ้มค่าไม่ใช่แค่กับตัวคุณเอง แต่ยังส่งผลไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานด้วยอย่างไรเล่า

Forks Over Knives
Photo Credit: Forks Over Knives

4Rotten

ภาพยนตร์สารคดี “Rotten” เปิดโปงโลกเบื้องหลังครัว! คราวนี้ มาทำความรู้จักสุดยอดอาหารของชาววีแกนกันดีกว่า กับผลไม้อย่าง “อะโวคาโด” ผลไม้ที่ได้ชื่อว่า “Healthy food, healthy fat” เป็นผลไม้ที่อุดมด้วยไขมันดี ใครที่กำลังเดินทางเข้าสู่เส้นทางสายคลีน ต่างวิ่งหาผลไม้ชนิดนี้กันยกใหญ่ และใช่ มันแพงใช่เล่น! ยิ่งในบ้านเราแล้วล่ะก็ ราคา 1 ลูก 80-90 บาท สามารถซื้ออาหาร 1 มื้อ พร้อมขนมหวานจนอิ่มท้องได้เลย เพราะฉะนั้นแล้ว อะโวคาโดจึงถูกขนานนามว่า “ทองคำเขียว” ที่ผู้คนต่างแย่งชิง

ในภายนตร์สารคดีเรื่องนี้ อาจไม่ได้โน้มน้าวให้ผู้คนหันมาเป็น Vegetarian เฉกเช่นเรื่องอื่น ทว่าเป็นภาพยนตร์สารคดีอีกเรื่องที่เผยให้เห็นว่า “กระแสมังสวิรัติ” กำลังมาแรงเพียงใด สังเกตได้จาก Demand & Supply ในตลาดที่มีมากเสียจนกระทั่งผู้ผลิตต้องแย่งชิงกันจนอาจเรียกได้ว่าเป็น อาชญากรรม

“Rotten” ตีแผ่เบื้องหลังวงการการค้าอะโวคาโด ในสหรัฐอเมริกา ผู้คนนิยมปลูกกันในรัฐแคลิฟอร์เนียร์ตอนใต้ ซึ่งถือเป็นรัฐที่ค่อนข้างแห้งแล้ง อันขัดกับธรรมชาติของอะโวคาโดที่ต้องการน้ำมาก ดังนั้น เมื่อเทียบผลผลิตระหว่างรัฐแคลิฟอร์เนียร์ตอนใต้กับประเทศเม็กซิโก สหรัฐอเมริกาจึงแพ้ขาดลอย! สหรัฐอเมริกาต้องนำเข้าอะโวคาโดจากเม็กซิโกอย่างช่วยไม่ได้ ซึ่งสำหรับเม็กซิโกแล้ว อะโวคาโดนั้นทำเงินมหาศาล กลายเป็นธุรกิจที่เหล่ามาเฟียรีดไถ่! ในขณะที่ผู้คนเดือดร้อนจากการขาดน้ำ แต่กลับมีการลักลอบนำน้ำมาใช้อย่างผิดกฎหมายเพื่อผลไม้ชนิดนี้ คิดดูก็แล้วกัน! เอาเป็นว่า ทางออกของตลาดอะโวคาโดสำหรับคนกินมังฯ ทั้งหลายจะลงเอยอย่างไร ร่วมหาคำตอบกันต่อในภาพยนตร์สารคดี “Rotten”

Rotten
Photo Credit: NETFLIX

5Cowspiracy: The Sustainability Secret

แค่เห็นชื่อ Executive Producer ของภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “Cowspiracy: The Sustainability Secret” ก็ต้องร้องว้าวซ่า! กับดาราฮอลลีวูดนักรณรงค์สิ่งแวดล้อม ผู้กินมังสวิรัติมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 อย่าง "Lionardo DiCaprio" นั่นเอง ไม่ต้องสืบว่าเรื่องนี้จะโน้มน้าวคุณไปในทิศทางใด สำหรับภาพยนตร์สารคดีนี้ เริ่มเรื่องด้วยความพินาศของธรรมชาติทั่วโลกอันเกิดจากความต้องการของมนุษย์ ใครจะคิดกันเล่าว่า การกินเนื้อสัตว์ จะส่งผลต่อการเกิดแก๊สเรือนกระจกได้มากกว่าการใช้ระบบขนส่ง!

Kip Andersen ผู้ดำเนินรายการกล่าวว่า การเลี้ยงปศุสัตว์กินทรัพยากรจำนวนมาก มนุษย์ต้องนำน้ำและผลผลิตทางการเกษตรเพื่อดูแลสัตว์เหล่านั้น จะว่าก็ว่าเถอะ ในขณะที่สัตว์เหล่านั้นถูกขุนอย่างดีเพื่อนำไปเป็นอาหารของคนรวย เด็กตาดำ ๆ ไม่มีอันจะกิน กำลังอดยากปากแห้งแทบตาย! อีกทั้งองค์กรรักษ์โลกใหญ่ ๆ กลับไม่เคยให้ข้อมูลที่ว่า การกินเนื้อส่งผลเสียต่อโลกร้อน ทั้ง ๆ ที่ผลวิจัยมีออกเด่นหรา ซึ่งคำตอบที่ได้ ก็ไม่พ้นเรื่องเดิม ๆ … อุตสาหกรรมปศุสัตว์เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเงินทุนก้อนหนานั่นเอง

ว่าแต่ ถ้าเราหยุดกินเนื้อจริง ๆ จะเกิดผลลัพธ์อะไรตามมาบ้าง? หลังเข้าไปสัมภาษณ์ผู้ผ่านประสบการณ์การกินมังสวิรัติจริง ๆ ก็ค้นพบว่า หลายคนกินมานานกว่า 30 ปี พวกเขารู้สึกสุขภาพแข็งแรง สารอาหารครบถ้วน ร่างกายสมส่วน-สมบูรณ์ และลิงก์ไปสู่การโน้มน้าวให้รักษ์โลกอย่างยั่งยืน โดยเริ่มจากอาหารที่คุณนำเข้าปาก ง่าย ๆ เท่านั้นเอง! “You can change the world. You must change the world.” หลังดูจบ เชื่อเถิดว่า การกินมังฯ มีอะไรมากกว่าแค่สุขภาพ แต่เป็นสเกลระดับโลกเลยต่างหาก!

Cowspiracy: The Sustainability Secret
Photo Credit: Cowspiracy: The Sustainability Secret

So to speak!

ภาพยนตร์สารคดีวีแกนทั้ง 5 เรื่อง จาก Netflix กำลังปลุกเร้าต่อมความเชื่อเดิม ๆ ที่คุณเคยมีต่อการกินเนื้อ ไม่ว่าจะด้วยมุมมองต่อด้านสุขภาพ หรือภาวะโลกร้อนก็เถอะ ทั้งนี้ทั้งนั้น เราไม่ขอให้คุณเชื่อ แต่คุณมีสิทธิ์ที่จะพิสูจน์! เริ่มจาก 1 มื้อ - 1 วัน - 1 สัปดาห์ - 1 เดือน ไปจนคิดว่า “สิ่งนี้แหละ คือ ทางของฉัน” เมื่อนั้นแหละ สิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายคงตอบคุณได้ว่า “No meat, no bullshit” เป็นเรื่องจริงหรือไม่!