ทริปราชินีสุดอู้วฟู่วของเราเริ่มต้นที่สุวรรณภูมิ-นาริตะ เปิดความแกรนด์ด้วยการนั่ง JAL ไปลงที่สนามบินนาริตะ ขึ้นเครื่องตอนค่ำ เบาะใหญ่นั่งสบาย มีหนังให้ดูด้วย ชอบที่ของกินแกรนด์มากและมีไอศกรีม Haagen-Dazs ให้ปิดท้ายด้วย หลับแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว

ถ่ายรูปกับน้ำตกเส้นด้าย Shiraito Waterfalls
เราออกเดินทางไปที่เขต Gumma จุดหมายอยู่ที่ Shiraito Waterfalls หรือน้ำตกเส้นด้าย เป็นน้ำตกที่มีม่านน้ำสีขาวสวยงามเหมือนกับเส้นด้าย ถ่ายรูปฤดูกาลไหนก็สวย แถมยังเดินทางสะดวกมาก คือจอดรถปุ๊บ เดินไป 500 เมตร ถึงละ จะบอกว่าตรงนี้แสงดีมาก ถ่ายมุมไหน ตรงไหนก็ดีย์


เที่ยว Kusatsu เมืองออนเซน
เที่ยวเมือง Kusatsu เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำพุร้อนและออนเซนมาหลายศตวรรษ จุดนี้เราสามารถเข้าไปชมและแช่เท้าในบ่อน้ำร้อนกลางเมือง Yubatake ได้ หรือว่าจะไปเดิน Shopping และแช่ตัวในออนเซนเก่าแก่ประจำเมืองก็ได้เหมือนกัน โดยที่นี่จะมีออนเซนใหญ่ ๆ อยู่ 3 ที่ค่ะ ราคาก็ไม่แรงมาก เริ่มต้นที่ 600 เยน แล้วถ้าต้องการผ้าเช็ดตัวเล็ก-ใหญ่บวกเพิ่มเอา


P.S. คนที่มาแช่ออนเซนมีทุกเพศทุกวัยค่ะ ยิ่งถ้าไปตอนกลางวันก็จะมีคนแก่เยอะเลย แช่ไปได้สบาย ไม่ต้องอายหุ่นนะ
พักเรียวกังญี่ปุ่น
เดินทางต่อมาเข้าเรียวกัง ที่พักวันแรกของเราค่ะที่ Minakami Hotel Juraku ที่นี่เป็นเรียวกังเก่าแก่ มีห้องพักแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม เปิดประตูไปนี่ก็เจอกับเสื่อทาทามิ แล้วก็ตู้เก็บที่นอนแบบโดราเอมอนเด๊ะเลย และที่ดีสุด ๆ คือมีชุดยูกาตะให้ใส่ แล้วไปแช่ออนเซนขนาดใหญ่ได้เลย ฟินมาก


ก่อนจะไปแช่ก็แวะจุดบุฟเฟ่ต์ชุดใหญ่กันก่อน มีทั้งขาปู ทั้งเนื้อ ทั้งอาหารฝรั่งและญี่ปุ่น จัดเต็มค่ะ!

ตอน 8.45 ที่นี่มีกิจกรรมน่ารัก ๆ สาธิตการทำโมจิญี่ปุ่นแบบโบราณแท้ ๆ เลย บ้านไหนที่มีเด็ก ๆ แนะนำให้พาน้อง ๆ มาเล่นเลยค่ะ ดูสนุกมาก

วันต่อมาเราตื่นเช้ามาจัดบุฟเฟ่ต์ชุดใหญ่ที่โรงแรมก่อนค่ะ หลังจากนั้นก็มุ่งหน้ากลับโตเกียว สำหรับที่พักในเมืองเราพักที่ Cerulean Hotel เป็นโรงแรม 5 ดาวใน Shibuya ค่ะ เดินจาก 5 แยกชิบูย่ามาประมาณ 5 นาทีก็ถึงละ

สุกี้เนื้อมิชลิน 1 ดาว
สำหรับมื้อเย็นของวันนี้ เราไปที่ Imafuku ร้านสุกี้เนื้อมิชลิน 1 ดาว ร้านนี้ถือเป็นไฮไลต์ของทริปที่เราชอบที่สุด ฟินที่สุด สัมผัสคำว่าเนื้อละลายในปากที่แท้ทรูก็ที่นี่แหละ!



พอนั่งโต๊ะปุ๊บ พนักงานที่พูดภาษาอังกฤษได้เล็กน้อย ก็จะอธิบายถึงเนื้อประจำวันที่ทางร้านคัดเลือกมาอย่างดีที่สุด เติมน้ำซุป และต้มผักกับเนื้อให้ สิ่งที่เราต้องทำคือนั่งเฉย ๆ แล้วดื่มด่ำกับสุดยอดรสชาติเนื้อระดับเทพเข้าไปค่ะ ไม่ใช่แค่เนื้อเท่านั้นนะที่ดี ผักแต่ละอย่างที่คัดมาก็อร่อยกว่าที่อื่นเป็นพิเศษด้วย กินเสร็จพูดคำอื่นไม่ได้นอกจากคำว่า ฟิน ฟิน ฟิน! d

ปิดท้ายด้วยของหวานที่ดีงามไม่แพ้กัน ไอศครีมโรยคินาโกะกับผลไม้สดตามฤดูกาล หวาน ฉ่ำ ดีงาม <3


เช้าวันใหม่เราตื่นมาจัด Buffet อาหารเช้าของโรงแรมกันก่อน แล้วออกไปเดินเล่นที่ตลาด Tsukiji ตลาดปลาที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดของโตเกียวค่ะ นอกจากจะมีปลาดิบให้ทานกันแล้ว ยังมีพวกของฝาก ของแห้งให้แวะซื้อฝากคนที่บ้านด้วย จัดหนักกันไปเด้อ
Teppan 7 คอร์สสุดหรู
มื้อกลางวันเราไปที่ร้าน Ukai-Tei ต่อที่ Omotesando ร้านนี้เป็นร้านสไตล์ Teppan สุดหรู มีเชฟมาผัดหน้าเตาโชว์ให้จะ ๆ ในบรรยากาศร้านกระจกใสกับวิวสวย ๆ อาหาร 7 คอร์ส เริ่มตั้งแต่จานเรียกน้ำย่อย ซุป เนื้อซีฟู้ด seasonal และเมนคอร์สอย่างเนื้อสเต๊กสุดพีค กินไปก็ดูลีลาการผัดของเชฟไปด้วย เหมือนชมการแสดงไปด้วยเลยค่ะ และที่กรี้ดสุด ๆ คือ “ห้องของหวาน” ที่ตกแต่งอย่างหรูหราอลังการ ให้เรานั่งกินเค้ก จิบกาแฟได้แบบผู้ดีสุด ๆ





หลังจากนั้นก็มาถึงช่วงเวลาที่เรารอคอย “Cafe-hopping” นั่นเอง เราทำข้อมูลมาหลายร้านเพื่อการนี้โดยเฉพาะ และมาถึงร้านในตำนาน Chatei Hatou คาเฟ่ญี่ปุ่นสไตล์เรโทร หรือที่เรียกกันว่า Kissaten ร้านเล็กแต่คนเยอะมาก มาถึงก็ต้องจัดกาแฟดริปที่เสิร์ฟในถ้วยกระเบื้องสุดหรูหรา พร้อมกับชิมชีสเค้กฟูนุ่มของที่นี่ ดีงามสมคำร่ำลือจริง ๆ ค่ะ


ดินเนอร์ที่ร้านอิตาเลียน-ญี่ปุ่นมิชลิน 1 ดาว
ปิดท้ายด้วยมื้อเย็นสุดหรูที่ร้านอาหารอิตาเลียน-ญี่ปุ่น Casa Vinitalia ซึ่งมีด้วยกันถึง 8 คอร์สกันค่ะ! ความพิเศษของร้านนี้คือ จะเน้นการเสิร์ฟรสชาติของฤดูกาล ที่เชฟจะสรรหาวัตถุดิบที่ดีที่สุดในฤดูนั้น ๆ มาเสิร์ฟให้กับเรา ว่าง่าย ๆ ว่าถ้าคุณมาถึงที่นี่แล้วกินอาหารในเดือนธันวา อีก 3 เดือนมาก็จะเปลี่ยนใหม่ทั้งคอร์สละ แถมร้านบรรยากาศดี เรียบหรูและเป็นส่วนตัวมาก ๆ ปล่อยให้เรานั่งกินและคุยกับเพื่อนได้เพลิน ๆ นั่งได้ยาว ๆ เลยค่ะ แถม Wine Selection ของที่นี่ก็เยอะมาก ๆ ด้วย



นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างสั้น ๆ ของความฟินเกินขนาดของทริปนี้เท่านั้นนะคะ ของจริงยังมีอะไรให้กิน ให้ดู ให้เห็น ให้สัมผัสด้วยตาตัวเองจริง ๆ อีกเยอะมาก
ทริปกินหรู อยู่อย่างราชาขนาดนี้ถ้าอยากมาตามรอยเราก็ไม่ยากเลยค่ะ กดเข้าไปดู Wongnai Food Tour แล้วดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยที่นี่ หรือเข้าไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยที่ Line : @wongnaifoodtour
E-mail: foodtour@wongnai.com
Tel: 095-369-5553


