หากใครอยากลองประสบการณ์หรูหรา แต่ไม่อยากกินเป็นคอร์ส แนะนำร้าน Canvas ทองหล่อซอย 5 เลยค่ะตอบโจทย์ที่สุด เพราะที่นี่เสิร์ฟเมนูหรูในรูปแบบ a la carte ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าจะทานอะไร โดยความพิเศษของที่นี่ก็คือ ทุกเมนูที่เสิร์ฟนั้น จะมีเพียงที่นี่ที่เดียวเท่านั้น

และวันนี้เจ้นมีโอกาสมาคุยแบบ Exclusive สุด ๆ กับ เชฟ Riley Sanders แห่งร้าน Canvas ซึ่งเชฟก็มาเล่าถึงความพิเศษของที่นี่ว่าเมนูไม่ซ้ำใคร และแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เมนูต่าง ๆ นั้น ก็มาจากการที่เขาได้ไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลก แล้วเก็บบันทึกมาเป็นเมนูที่ร้าน Canvas นั่นเอง

ห้องครัวของที่นี่เป็นครัวเปิด ดังนั้นเราจึงสามารถเห็นทุกขั้นตอนในการทำอาหารแบบสด ๆ กันเลยค่ะโดยคอนเซปต์หลักของร้านคือการสร้างสรรค์ศิลปะผ่านอาหาร เพื่อสะท้อนภาพของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัตถุดิบ ไปจนถึงการใช้จานที่มีสีสันฉูดฉาด ก็เพื่อแสดงให้เห็นกรุงเทพฯที่เป็นเมืองแห่งสีสันนั่นเอง เรามาเริ่มชมกันเลยดีกว่าค่ะว่า Canvas ผืนนี้จะมีอะไรมาทำให้เราตื่นเต้นกันบ้าง


เราขอมาเริ่มต้นกันที่คอกเทลก่อนเลย เพราะที่ Canvas คอกเทลทั้งหมดจะคิดค้นมาเพื่อให้เข้ากับเมนูอาหารที่เสิร์ฟ ดังนั้นรสชาติของคอกเทลจะไม่แรงจัด แต่จะเป็นเครื่องดื่มที่ Refreshing มากกว่า และจะเน้นกลิ่นของดอกไม้ และผลไม้ในฤดูกาลมาทำ โดยทางร้านได้บาร์เทนเดอร์ฝีมือดีอย่างพี่ยอด ที่มีประสบการณ์มากกว่าสิบปี มาให้คำแนะนำเราเกี่ยวกับวิธีการทำคอกเทลให้ถูกต้อง

อย่างเช่นแก้วนี้ที่มีชื่อว่า G&T Fruit Shrub ซึ่งก็คือ Gintonic ที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง แต่พี่ยอดเขาได้เติมลูกเล่นให้ Gintonic แก้วนี้พิเศษกว่าที่อื่นโดยการเติมผลไม้ดอง ที่จัดตามฤดูกาล เช่นเดือนนี้เป็นหน้ามังคุด G&T Fruit Shrub ที่เราได้ก็จะมีลูกมังคุดดองลอยอยู่นั่นเอง ส่วนตัวแล้วเจ้นชอบแก้วนี้มากตรงที่มีเม็ดทับทิมอยู่ในแก้วด้วย เหมือนเป็นอีกเนื้อสัมผัสหนึ่งที่ให้เราเคี้ยวได้

มาต่อกันที่อาหารเลย และสิ่งแรกที่ทำให้ประทับใจสุด ๆ ไปเลยนั่นก็คือ Flat Bread ที่ทำจากมันม่วง เสิร์ฟคู่กับเนยที่นำไปตีกับกระเทียม ผักชี ต้นหอม งาขาว และโรยด้วยหมูหยอง ซึ่งทางร้านจะเสิร์ฟขนมปังนี้เป็น complimentary ให้กับทุกโต๊ะ บอกเลยว่าแค่เริ่มต้นก็ฟินแล้ว ตามมาติด ๆ ด้วยจานที่สองกันเลยชื่อว่า Cobra and Daikon ซึ่งก็คือปลาช่อนงูเห่า และหัวไชเท้านั่นเอง ซึ่งการจัดจานเชฟ Riley ได้นะหัวไชเท้าแผ่นมาเรียงกันให้เป็นเหมือนลายของปลาช่อนนั่งเอง ส่วนด้านในนั้นประกอบด้วยลูกหม่อน ซอสเนื้อ และผิวส้มซ่า ที่ตัดกันดีกับรสชาติของหัวไชเท้า และปลาช่อน


มาต่อกันที่จานถัดไปกันเลย ขอบอกเลยค่ะว่าจานน้ีประทับใจมากเรียกได้ว่าเชฟมีฝีมือสุด ๆ เพราะสามารถเปลี่ยนปลาดุกแม่กลองแสนธรรมดา ให้รสชาติล้ำลึกออกมาเหมือน Unagi หรือปลาไหลญี่ปุ่นได้ OMG ไหมละคะทุกคน ใครไม่เชื่อต้องมาลองแล้วแหละค่ะกับเมนู Meklong Catfish, Caramelized with Tamarind Eggplant, Grape, Coconut (660)

ของคาวจบแล้วก็ต้องของหวานต่อสิคะจะรออะไร เมนูของหวานที่นี่ก็คือ เค้กเกาลัด Roasted Chestnut Cake (340) ที่เสิร์ฟคู่กับครีมมะตูม และเมอร์แรงค์ส้มนั่นเอง โดยเค้กเกาลัดจะนำไปอบในถาดขนมครกเพื่อให้ได้รูปทรงกลมน่ารัก และเมนูนี้เชฟ Riley ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากการไปเดินเยาวราชแล้วได้กลิ่นเกาลัดคั่วหอม ๆ ตลอดทางนี่เอง เค้กเกาลัดไม่หวานจัด เข้ากันดีกับครีมมะตูมมากเลยค่ะ


จบกันไปแล้วกับดินเนอร์สุดพิเศษมื้อนี้ บอกเลยว่าใครกำลังหาที่เดท หรือที่ทานอาหารเย็นแบบฟิน ๆ ไม่ควรพลาดนะคะ กับร้าน Canvas ทองหล่อซอย 5 สามารถจองที่นั่งล่วงหน้าได้ในเวปไซด์นี้เลยค่ะ www.canvasbangkok.com




"I spend most of the time in the market to find the new ingredients"
"ฉันใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเดินหาวัตถุดิบใหม่ ๆ ในตลาดสด"
