- ผมก็เริ่มต้นทำธุรกิจด้วยความชอบ เเละหลงใหลในกาแฟ เเต่พอทำจริง ๆ เเล้วเเค่มี Passion มันไม่พอ มันต้องอยู่บนโลกความเป็นจริง
- 3 สิ่งที่ต้องคิดเสมอเวลาทำเมนูใหม่ คือคิดเผื่อลูกค้าว่าจะชอบรึเปล่า คิดว่าถึงคนทำว่าจะทำได้ไหม เเละอย่าลืมจุดยืนของร้าน
- เพิ่มช่องทางรับเดลิเวอรีด้วยการทำ Rich Menu บน LINE OA เชื่อมต่อกับ LINE MAN ได้ทันที ช่วยให้ลูกค้ากดสั่งได้ง่ายขึ้น
- ให้ลูกค้าแสกน QR Code บนใบเสร็จเพื่อจ่ายเงิน ปลอดภัย ไร้สัมผัส และยอดเงินเด้งเข้าทันที การทำบัญชีก็ง่ายขึ้น
ท่ามกลางกระเเสธุรกิจร้านกาแฟที่กำลังมาเเรง เเน่นอนว่าใครหลาย ๆ คนคงมีความฝันอยาก เปิดร้านกาแฟเป็นของตัวเอง วันนี้ Wongnai For business มีโอกาสได้สัมภาษณ์กับคุณ “โบ-อานันท์ วัฒนาพร” เจ้าของร้าน Kaizen Coffee ที่มีประสบการณ์เปิดร้านกาแฟมามากกว่า 7 ปี แถมยังเคยทำงานในร้านกาแฟที่ต่างประเทศอีกหลายปี ได้มาเเชร์วิธีคิด เเละไอเดียการเริ่มต้นธุรกิจ
ประสบการณ์สอนให้อยู่บนโลกความเป็นจริง
ในฐานะที่คุณโบเปิดมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจกาแฟมานานหลายปี จนประสบความสำเร็จ สิ่งที่คุณโบได้เเชร์กับเราสำหรับใครที่กำลังสนใจอยากเข้ามาทำธุรกิจนี้
“จุดเริ่มต้นคือลองเข้าไปทำงานในร้านกาแฟก่อน มันต้องมีความมักง่ายนะ ที่เข้าไปดูว่าเค้าทำอะไร เราต้องจำ เเละเรียนรู้ว่ากระบวนการทำงานเป็นยังไง ต้องเรียนรู้ในหลาย ๆ ที่เเล้ว เอาทุกข้อดีที่เจอมารวมกันรวมกับความชอบตัวเอง
ผมก็เริ่มต้นทำธุรกิจด้วยความชอบ เเละหลงใหลในกาแฟ เเต่พอทำจริง ๆ เเล้วเเค่มีเเพชชั่นมันไม่พอ มันต้องอยู่บนโลกความเป็นจริง การทำร้านกาแฟผมว่ามันยากในทุก ๆ ด้านเเต่สำหรับผม สิ่งที่สำคัญมากที่ผิดพลาดไม่ได้เลยคือ เรื่องการเงิน เเละกฎหมาย
ซึ่งตอนนี้ธุรกิจร้านกาแฟในเมืองไทยผมมองว่ามันกำลังเริ่มโต ถ้าเทียบกับต่างประเทศ เมืองไทยถือว่าตลาดเพิ่งเริ่มโตได้เเค่ 4-6 ปี เพราะคนเริ่มออกมาตาม local มากขึ้น จากเเต่ก่อนที่ร้านกระจุกในห้างอย่างเดียว”

อยากเปิดร้านกาแฟเเค่คิดว่าอยากทำมันไม่พอ เเต่ต้องขายได้จริง
หลาย ๆ ครั้งจุดเริ่มต้นการทำร้านอาหารทั้งการตกเเต่งร้าน รวมไปถึงการคิดเมนูภายในร้านมักมาจากความชอบของเจ้าของร้าน พอถึงเวลาที่ต้องลงมือทำจริงนั้นมันมีหลายอย่างที่ต้องคำนึง มากกว่านั้นคุณโบได้เเชร์เเนวคิดว่า
สำหรับ Kaizen มี 3 สิ่งที่ต้องคำนึงเสมอ
คือหนึ่ง “วิธีการคิดเมนู หรือสินค้าตัวใหม่ เเน่นอนมันก็ต้องเริ่มจากความชอบของเราเอง ซึ่งเราต้องคิดเผื่อลูกค้าด้วยว่าเขาจะชอบรึเปล่า และเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพที่ดีพอให้ลูกค้าซื้อไปแล้วรู้สึกคุ้มค่า เราก็ได้ความภูมิใจกับโปรดักต์เราด้วย
พอถึงขั้นตอนลงมือทำจริง ๆ ต้องคิดเผื่อคนทำ เพราะร้านเรามีเมนูหลายอย่างพนักงานคนหนึ่งก็ต้องทำหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน เขาต้องทำเเล้วรู้สึกโอเคที่จะทำเพิ่ม เเละสนุกกับมัน
สุดท้ายคืออย่าลืมจุดยืนของร้านว่าเราคือใคร เราทำไปเพื่ออะไร ซึ่งมันง่ายเวลาคิดอะไรใหม่ ๆ เเต่ตอน implement มันยากพอคิดตามกระบวนการมันเลยทำให้ทุกโปรดักต์ของ Kaizen ตรงตามจุดยืน เเละสร้างโปรดักต์ที่ตรงกับคนที่มีเเพชชั่นเดียวกันกับเราได้

COVID ทำให้พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไป เดี๋ยวนี้ลูกค้าหลายคนเข้าไปดูเมนูก่อนสั่งด้วยซ้ำ
นอกจากเรื่องการเเน่นอนทุกร้านต้องเพิ่มมาตรการความปลอดภัย มีหน้ากาก ถุงมือ ซึ่งคุณโบก็ได้พูดต่อว่า การปรับตัวในวิกฤต COVID ที่คิดว่าเวิร์คอีกอย่าง คือต้องปรับตัวตลอดเวลา ศึกษาพฤติกรรมใหม่ ของลูกค้าอยู่เสมอ
“อย่างเเต่ก่อนร้านเราเริ่มใช้ QR CODE ในการเเสกนเมนู เเละการจ่ายเงิน เราเห็นว่าตอนนั้น ลูกค้ายังไม่ค่อยรู้สึกว่ามันจำเป็น เเต่พอเกิดวิกฤตนี้ขึ้น มันกลายเป็นลูกค้าเริ่มโอเคกับการเเสกน มากขึ้น มันช่วยลดการสัมผัสได้ลูกค้าก็รู้สึกปลอดภัย เห็นได้ชัดเลยตอนนี้ลูกค้าเราเกือบทั้งหมด เเสกนเลือกเมนูมาก่อนด้วยซ้ำพอถึงร้านก็สั่งได้เลย”
ลูกค้าดูเมนูก่อนที่จะเข้าไปสั่งในเเอป ฯ เดลิเวอรีก่อนด้วยซ้ำ
“ตอนที่หน้าร้านต้องปิดตัวลง Kaizen เราเพิ่มช่องทางการโปรโมทร้าน เเละบริการใหม่ทั้งใช้เดลิเวอรี เเละ Pickup เยอะขึ้น จากเเต่ก่อนที่ไม่ใช้เลย เเต่ผมมองว่าคุณต้องเลือกช่องทางให้เหมาะกับร้านตัวเองด้วยนะ ต้องหาจุดเเข็งร้านให้ชัดเจน ถ้ามันไม่จำเป็นต้องเดลิเวอรี มันกลายเป็นเพิ่มต้นทุนตัวเอง
เพิ่มช่องทางรับเดลิเวอรีผ่าน LINE OA
LINE OA ไม่ใช่เเค่ช่องทางให้ข้อมูลข่าวสารเเต่มันเป็นช่องทางเพิ่มยอดขายได้ คุณโบเล่าให้เราฟังว่า “Kaizen ทำ E-menu เเละ บริการ Delivery ใน Rich menu บน LINE OA พอลูกค้าเห็นเมนูเเล้วอยากสั่งก็มีให้กดสั่งอาหารโดยเชื่อมกับ LINE MAN ต่อเดียวเลยไม่ต้องเสียเวลา

จัดการทุกปัญหาภายในร้านได้ดี ต้องมีระบบจัดการที่ใช่
“ตอนนี้ Kaizen มีทั้งเครื่องดื่มที่เป็นครัวเย็น เเละส่วนอาหารที่เป็นครัวร้อน เมื่อธุรกิจมันโตขึ้นเราก็มองหาตัวช่วยที่จะมาจัดการร้านเราได้เเบบครบวงจร เราตัดสินใจใช้ Wongnai POS”
“ผมมองว่าระบบมันสมัยใหม่ เเละสะดวก อย่างเรื่องการดึงข้อมูล การอัปโหลดรูปเมนูเพิ่มก็สามารถทำทันที ช่วง COVID ผมปรับเปิด-ปิดเมนูเองได้เลย เพราะเมนูที่ร้านมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับการเดลิเวอรี
อีกอย่างคือ Wongnai POS เชื่อมต่อกันได้หลายเครื่องที่ร้านก็ใช้อยู่ 5-6 เครื่อง มันสะดวกในการรับออร์เดอร์หลายจุดทั้งรับออร์เดอร์เดลิเวอรี เเละออร์เดอร์หน้าร้าน ซึ่งเชื่อมได้หลายปริ้นเตอร์ เวลาออร์เดอร์เข้าก็ปริ้นออร์เดอร์ตามจุดครัวต่าง ๆ มันตอบโจทย์ที่เรามีหลายครัวมาก ๆ”

มีใบเสร็จพร้อม Dynamic QR CODE สะดวก ปลอดภัย ทำบัญชีได้ง่ายขึ้น
“คือมันลิ้งก์กับ SCB สามารถปรินต์ใบเสร็จพร้อมกับ QR CODE ให้ลูกค้าเเสกนจ่ายเงินได้เลย พอลูกค้าเเสกนจ่ายเงินเรียบร้อยมันเด้งทันทีว่าเงินเข้าเเล้ว หมดกังวลเรื่องเงินไม่เข้า เช็คยอดเงินก็ง่ายขึ้น

สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารท่านใด สนใจอยากจะมีตัวช่วยดี ๆ อย่างระบบจัดการร้าน Wongnai POS เทคโนโลยีที่ช่วยให้ร้านของคุณทำงานได้สะดวก สามารถใช้งานได้ในร้านหลากหลายรูปแบบ ให้คุณลงทุนไม่ต้องเยอะ ก็สามารถมีระบบการจัดการร้านที่ครอบคลุมในทุกๆ ด้าน รวมถึงมีระบบ CRM ให้คุณสามารถสร้างบัตรสะสมแต้มออนไลน์อย่าง Wongnai Reward Card ได้เอง! สนใจสมัครและศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Wongnai POS คลิกที่นี่ได้เลย!

ติดตามบทความเกี่ยวกับธุรกิจร้านอาหารเพิ่มเติม




