Video at https://www.facebook.com/WongnaiCooking/videos/547878699284903/
#วงในบอกมา
- เติมน้ำเปล่าเล็กน้อยขณะผัดผลไม้กับน้ำตาล เพื่อป้องกันน้ำตาลไหม้
- เคี่ยวโดยใช้ไฟอ่อน จะทำให้แยมมีสีสวยน่ากิน ไม่ดำคล้ำ
- รอให้แยมเย็นก่อนหลังจากนั้นนำบรรจุใส่ภาชนะมีฝาปิด สามารเก็บได้ 2 สัปดาห์
อาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญแต่ทั้งเวลาและความยุ่งยาก ก็คงทำให้เพื่อน ๆ ไปทำงานไม่ทันใช่ไหมคะ ? วันนี้วาวาเลยขอนำเสนอเมนู “แยมบลูเบอร์รีเลมอน” เมนูของหวานที่สามารถสามารถเก็บในตู้เย็น จะกินตอนไหนก็สะดวก แถมยังได้ประโยชน์มากมายที่มีอยู่ในบลูเบอร์รี ทั้งวิตามินซีสูง และยังช่วยทำให้ระบบหมุนเวียนเลือดทำงานดีขึ้น ขั้นตอนการทำก็ง่ายมาก ๆ ค่ะ ไปทำกันเลย!

วัตถุดิบ
- บลูเบอร์รี 300 กรัม
- น้ำตาลทราย 40 กรัม
- น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ
- ผิวเลมอน 1 ช้อนชา
- น้ำเลมอน 2 ช้อนโต๊ะ
- แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า สำหรับละลายแป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
STEP 1 : เตรียมผิวและน้ำมะนาว
- ขูดผิวเลมอน เตรียมไว้
- บีบน้ำเลมอน และกรองเม็ดออก พักไว้


STEP 2 : ต้มและเคี่ยว
- ตั้งหม้อเปิดไฟ ใส่บลูเบอร์รี น้ำตาลทราย ผัดให้หอม เติมน้ำคนให้เข้ากัน
- ใส่ผิวมะนาว แล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อน 20 นาที


STEP 3 : ใส่แป้งและน้ำเลมอน
- นำน้ำเปล่าเทใส่แป้งข้าวโพด คนให้แป้งละลาย
- เทใส่แยมบลูเบอร์รี แล้วคนให้เข้ากัน
- รอให้แยมเดือด ปิดไฟหลังจากนั้นใส่น้ำเลมอน คนให้เข้ากันดี รอเย็นแล้วพร้อมจัดเสิร์ฟคู่ขนมปัง


ง่ายกว่าที่คิดไว้ใช่ไหมคะ ? เพียงเท่านี้เพื่อน ๆ ก็มี “แยมบลูเบอร์รีเลมอน” เมนูของหวานจากผลไม้แสนอร่อย เก็บไว้กินตอนไหนก็ได้ ทั้งมื้อเช้าสุดเฮลตีคู่ขนมปัง ของว่างคู่บิสกิต หรือหลังจากทำงานมาเหนื่อย ๆ กินคู่ไอศครีมรสโปรดก็สุดแสนจะฟินเวอร์ และถ้าเพื่อน ๆ อยากได้แยมรสอื่นเพื่ิมเติม อย่าง แยมมะกรูด หรือ โยเกิร์ตแยมผลไม้รวม สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมได้เลยจ้า


