
รีวิว Food Route
มาทานร้านนี้ต้องใจเย็นๆ แต่รับรองได้ทานอาหารที่มีคุณภาพและรสชาติดีแน่นอน (3.5 🌟)
เป็นอีกร้านที่ต้องตั้งใจแวะมาทานพอสมควร และตัวร้านก็ค่อนข้างเล็กมากๆ ที่นั่งไม่เยอะ ไม่เหมาะมาทานเป็นกลุ่มใหญ่ บรรยากาศร้านไม่ค่อยเหมือนร้านอาหารซักเท่าไหร่ คล้ายๆ บ้านที่ขายอาหารเป็นงานอดิเรกมากกว่าทำจริงจัง ส่วนเมนูอาหารในแต่ละวันก็แล้วแต่วัตถุดิบที่เจ้าของร้านมีในวันนั้น อย่างวันนี้เราตั้งใจแวะมาทานเมนูกุ้งแม่น้ำเผา แต่อดสั่งเพราะร้านหาวัตถุดิบไม่ได้ ก็เลยต้องสั่งเมนูเท่าที่มีบนกระดาน วิธีการสั่งอาหารที่นี่จะแปลกซักหน่อยนะคะ สำหรับใครที่แวะมาครั้งแรก ก่อนอื่นต้องรีบไปรับบัตรคิวจากคุณแม่เชฟก่อนหลังจากเดินเข้าร้านมา พอได้บัตรคิว ก็ต้องนั่งรอจนกว่าจะถึงคิวตัวเองถึงจะเริ่มสั่งได้ โดยเชฟที่ทำอาหารมีคนเดียว ทำทุกๆ อย่างเองไม่ว่าจะเป็นเตรียมวัตถุดิบ ลงมือปรุง เสริฟ ชงเครื่องดื่ม โดยจะทำเสร็จเป็นโต๊ะๆ ไป คล้ายๆ ร้าน Pastale แถวย่านพระนคร แต่ร้านนั้นมีเมนูหลากหลายกว่า ระหว่างรอ เราสามารถแวะไปเดินเล่น จิบกาแฟแถวนั้นได้เลยนะคะ (20-30 นาที) แต่ห้ามเอาเครื่องดื่มที่ดื่มไม่หมดเข้ามาในร้าน เค้ามีป้ายห้ามติดไว้ วัตถุดิบหลักๆ ของที่ร้านคือ เนื้อปูก้อนกับปลาแซลมอน หลังจากที่ถามจากคุณแม่เรื่องเนื้อปู เห็นว่าสดใหม่ทุกวัน เราเลยลองสั่งเป็นเมนู “ข้าวผัดกากหมูเนื้อปู” (160 บาท) ส่วนเครื่องดื่มเลือกมาเป็น “โฮจิฉะเย็น” (75 บาท) “ข้าวผัดกากหมูเนื้อปู”: ปริมาณดูเหมือนจะน้อย แต่ก็ทานอิ่มกำลังพอดีนะคะ ข้าวใช้ข้าวหอมมะลิเกรดดี เนื้อปูก็มาเป็นพู สดแท้แน่นอน ไม่ใช่เนื้อปูฟรีซ รสที่ปรุงมาจะออกกลางๆ เราแอบเติมน้ำปลาพริกเพิ่ม ถึงจะพอดีสำหรับตัวเอง จานนี้ผัดมาใช้ไฟแรงพอดี ได้กลิ่นหอมๆ ของการคั่วข้าวในกระทะ แต่พรีเซนเทชั่น ออกจะโล้นไปหน่อย เพราะไม่มีผักใดๆ รวมทั้งมะนาว จัดวางมาด้วย ทานไปซักพักก็จะเลี่ยนนิดนึง ต้องตักเม็ดพริกขี้หนูสาดลงไป ถึงจะดีขึ้น “โฮจิฉะเย็น” (75 บาท) ใช้ชาเกรดค่อนข้างดีมาชง มีความหอมและหวานน้อย ถือว่าใช้ได้อยู่ค่ะ โดยรวมก็ถือว่าเป็นคาเฟ่ขนาดเล็กที่แวะได้ถ้าผ่านมาแถวนี้ แต่เมนูอาหารมีให้เลือกน้อยไปหน่อย พอไม่มีเมนูกุ้งแม่น้ำขายทุกวัน เราเลยไม่รู้สึกถึงความพิเศษกว่าคาเฟ่ร้านอื่นซักเท่าไหร่ ส่วนราคาอาหาร เราคิดว่าสมราคาอยู่เมื่อเทียบกับวัตถุดิบที่ใช้ เพียงแต่วิธีการจัดการร้าน ดูเข้าถึงยากไปนิดนึง และไม่มีที่จอดรถที่สะดวกใกล้ร้าน ทำให้ความน่าสนใจของร้านลดลงไปพอสมควร

ตัวกรอง
เรียงตาม
Comfort food ชั้นดี (4.5 ดาว)
Comfort food ชั้นดีในวันทำงานยุ่งๆ ที่ข้าวกล่อง(พรีเมี่ยม) ต้องเข้า ข้าวผัดกระเทียม/ผัดซอสแจ่วนัวนัว ไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่มเลย ท๊อปด้วย แซลม่อนย่างสุกทั่วชิ้นไม่แห้งดีงาม ทั้งร้านมีขายอาหารจานเดียวแค่ 6 เมนู อร่อยทุกอย่าง เรียบง่ายลงตัว - ข้าวผัดกระเทียม/กากหมู+แซลมอนย่าง - ข้าวผัดแจ่วแซลมอนย่าง - ข้าวผัดปู - ข้าวเนื้อปูผัดพริกเกลือ - ข้าวกะเพราคลุกแซลมอนย่าง - ข้าวกะเพราปลาหมึก ร้านเล็กๆ ที...อ่านต่อ
ร้าน Food Route ทุกเมนูที่เชฟทำอาหารด้วยใจ
Food Route เป็นร้านห้องแถวกระทัดรัดขนาดเล็ก ทำเองภายในครอบครัว 👩🦱🧑🦳แม่ลูก อยู่ในซอยเพ็ญพัฒน์1 ตรงข้ามวัดโพธิ์ ภายในมีโต๊ะอยู่แค่3-4โต๊ะ อาหารทุกจานเชฟตั้งใจทำขึ้นมาใหม่ ปรุงทีละจาน ประณีตและใส่ใจในทุกรายละเอียด เน้นคัดสรรวัตถุดิบดี ไม่มีผงชูรส หรือไขมันทรานส์ อร่ยและดีต่อใจ เมนูหลักๆจะมีแค่ 3 อย่าง คือแซลมอน เนื้อปู และ กุ้งทะเล เน้นความสด ใหม่ โดยราคาอาหารอยู่ระหว่าง 150-300 อาจจะต้องรอ...อ่านต่อ
ข้าวไข่ข้นต้มยำรสเข้มข้น
แค่เห็นชื่อเมนู “ข้าวไข่ข้นต้มยำปู” ก็อยากจะลองแล้ว เลยกดสั่งมาจาก Get Application ราคาใน Get ขึ้น 120 บาท แต่ราคาจริงไม่ตรงนะคะ จะเป็น 150 บาท จริงๆ ก็ถือว่าราคาค่อนข้างแพงเลยสำหรับเมนูนี้ แม้จะชอบรสชาติไข่ข้นต้มยำของเค้า ที่ให้รสต้มยำจริงๆ แต่ปูที่ให้มาไม่เยอะเลยอะ โดยรวมให้คะแนนรสชาติดีไว้ก่อนแล้วกันดูเพิ่มเติม
'ต่อให้กักตัวอยู่แต่ในบ้าน ก็มีข้าวอร่อยๆจาก Food Route กินนะ💕'
ตอนนี้หลายๆคนคงจะออกไปเที่ยวไหนไม่ค่อยได้แล้ว หรือทำงาน/เรียนแบบ work from home กัน กุ๊กไก่เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ แต่เราจะไม่ปล่อยให้อะไรมาขัดขวางเราจากการกินของอร่อยๆเด็ดขาด55555 วันนึงคิดถึงข้าวจากร้าน Food Route มาก เช็คในแฟนเพจแล้วว่าร้านยังเปิดสำหรับเดลิเวอรี่อยู่ จัดไปเลยสิคะ รอไม่นาน ไม่ต่างอะไรจากรอที่ร้าน กุ๊กไก่ก็ได้ข้าวแล้วค่า คราวนี้สั่งไปสามอย่าง มี ข้าวผัดแจ่วกุ้งแม่น้ำ (350 บาท) ถึง...อ่านต่อ
Home Cafe' ที่ทำด้วยใจ ละมุนละไมในอาหารทุกจาน
มาทานข้าวที่นี่ทีไรก็ให้ความรู้สึกเหมือนมานั่งทานข้าวบ้านเพื่อนทุกที ด้วยบรรยากาศ Home Café ร้านอาหารแบบครอบครัวที่มีเชฟยุ้ยและคุณแม่ช่วยกันดูแลสองคน ตัวร้านเป็นตึกแถวห้องเดียวในซอยตรงข้ามวัดโพธิ์ ติดถนนมหาราช ภายในร้านวางโต๊ะเล็กๆ แค่ประมาณ 3-4 โต๊ะ ด้านในสุดถัดจากตู้วางเค้ก จะเป็นครัวเปิดที่สามารถมองเห็นเชฟปรุงอาหาร และได้กลิ่นอาหารหอมๆ อบอวลชวนให้ท้องร้องตั้งแต่ก้าวผ่านประตูบานเลื่อนกระจก...อ่านต่อ














































