รีวิว UMENOHANA นิฮอนมูระมอลล์

เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว
photo
1 check-in
Quality Review
[ทองหล่อ] แบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นสุดหรูโดย S&P เสิร์ฟสไตล์ #Kaiseki วัตถุดิบหลักเด่นคือเต้าหู้กับปู
เมนูเด็ด:Teoke yuba, Koubai Dinner Set, Yuzu Tonyu

#Kaiseki #LinemanWongnaiUsersChoice2021 #เที่ยวทิพย์ # มาร้านนี้เหมือนเที่ยวญี่ปุ่นทิพย์ พักเรียวกัง ให้หายคิดถึงไปก่อนช่วงนี้ “Umenohana” แปลว่า “ดอกบ๊วย” ร้านนี้เน้นนำเสนอและเชี่ยวชาญเมนูอาหารจากปูและเต้าหู้รวมถึงยูบะ (ฟองเต้าหู้) ที่เชฟบรรจงสร้างสรรค์อย่างมีเอกลักษณ์ บรรยากาศร้านที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น และการนำเสนอรูปแบบการเสิร์ฟอาหารแบบ Full course สไตล์ญี่ปุ่นโบราณแบบชั้นสูงที่เรียกว่า “Kaiseki” ที่มีแบบแผนในการเสิร์ฟเป็น course จุดเด่นอยู่ที่ความเรียบง่ายแต่มีการนำเสนอที่สวยงาม และได้ความสมดุลของรสชาติตามอย่างวิถีญี่ปุ่น ประวัติแบรนด์นี้คือย้อนกลับไปปี 1976 เริ่มต้นครั้งแรกจากการเปิดร้าน “คานิชิเกะ” ที่เมืองคุรุเมะ จังหวัดฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียงจากการนำเสนอเมนูปูหลากหลาย ที่ปรุงด้วยกรรมวิธีต้นตำรับ 10 ปี ต่อมาได้เปิดร้านในชื่อ “Umenohana” ร้านแรกที่เมืองคุรุเมะเช่นเดียวกัน ปัจจุบันมีสาขาอยู่กว่า 70 แห่งในญี่ปุ่น และเริ่มเปิดสาขาแรกในต่างประเทศที่ไทย ภายใต้รูปแบบดีไซน์ร้านและการบริการมาตรฐานเดียวกับร้านดั้งเดิมในประเทศญี่ปุ่น โดยมี S&P เป็นผู้ทำการตลาดและบริหารร้านแบรนด์นี้ในไทย [บรรยากาศและการตกแต่งร้าน:] สไตล์โรงแรมญี่ปุ่นแบบโบราณหรือเรียวกังเลยครับ พอเปิดประตูเข้ามาก็เจอเป็น Reception คอยต้อนรับลูกค้าอย่างมีมารยาทสุภาพมากๆ พอจะเดินขึ้นมาเข้าไปในร้านที่นี่เราต้องถอดรองเท้าด้วยแล้ววางไว้ด้านหน้า เดินเข้ามาในร้านตามทางจะเจอตรงกลางร้านเด่นเลยเป็นต้นไม้ขนาดเท่าตัวคนตั้งอยู่ในสวนเซนแบบญี่ปุ่น ส่วนด้านหน้าสุดที่เราเจอจะเป็นห้องรับประทานรวมสำหรับลูกค้าทั่วไป พอเดินเข้าไปด้านในหลังต้นไม้นี้จะเป็นห้องส่วนตัวซึ่งต้องโทรจองล่วงหน้าครับ [ควรรู้ก่อนมา:] • ร้านเปิดทุกวัน แบ่งเป็น 2 ช่วงคือ มื้อกลางวัน 11:00-15:00 (มีบริการ Lunch set ราคาเบากว่ามื้อเย็น L.O. 14:00) และ มื้อเย็น เริ่มประมาณ 18:00 ถึงเวลาร้านปิด • ช่วงปกติอาจจะดูเป็นร้านแนวมาทานหรือนั่งสังสรรค์กันหลังเลิกงานแล้ว (สาเกหลายตัวเหมือนกัน) แต่ร้านนี้เหมาะมาทานกันแบบทั้งครอบครัวในช่วงวันหยุดด้วยครับ เพราะนอกจากเมนูอาหาร course แบบ Kaiseki แล้ว ยังมี Kid’s Set ชุดสำหรับเด็กให้บริการด้วย ชุดละ 250 บาท • มีห้องส่วนตัวตกแต่งแบบญี่ปุ่นคล้ายๆเราไปพักใน Ryokan พื้นปูด้วยเสื่อทาทามิ ประมาณซัก 4-5 ห้องได้เท่าที่ผมกะประมาณดู ต้องโทรแจ้งจองห้องล่วงหน้าครับโดยเฉพาะเย็นวันศุกร์หรือเสาร์ หรือถ้าเป็นลูกค้าแบบ Walk-in ทางร้านก็รับครับ แต่จะได้นั่งในส่วนที่เป็นห้องนั่งทานรวมกับลูกค้ารายอื่นมีอยู่ประมาณ 5-6 โต๊ะ • ราคาอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมด แน่นอนร้านลักษณะนี้ต้องมี +SC & +VAT • เมนูอาหารสไตล์ Kaiseki ของที่นี่จะมีการปรับเปลี่ยนไปแต่ละช่วงฤดูตามวัตถุดิบที่หาได้ง่าย อย่างช่วง Q4 ปลายปีเมนูเด่นที่เค้าออกมาจะเป็นพวกขาปูทาราบะย่างเตาถ่าน • เมนูเด่นของที่ร้านนี้จะเป็นพวกปู (ทั้ง Zuwai และ Taraba) และเต้าหู้ (ฟองเต้าหู้, เครื่องดื่มผสมน้ำเต้าหู้, เต้าหู้ในซุปร้อน หรือเต้าหู้เย็นต่างๆ) • ช่วงปกติร้านสไตล์ Kaiseki ไม่พูดถึงไม่ได้คือสาเก ซึ่งที่นี่จะมีสาเกเสิร์ฟให้บริการที่เป็นเอกลักษณ์ชื่อว่า “Take Reishu” เด่นที่ใส่มาในกระบอกไม้ไผ่สำหรับเทลงในกระบอกไม้ไผ่เล็กๆ มี 2 ขนาดคือ 180m 360ml เป็นสาเกประเภท Junmai รสชาติออกหวานละมุนที่ปลายลิ้น **เพิ่มเติม: ที่นี่คิดค่าเปิดขวด 500 บาทต่อขวด ### เมนูที่สั่งรอบนี้ มาทานเป็นมื้อเย็น ### • Koubai Dinner Set (Zuwai Kani Set) [1,350 บาท] หรือชุดมื้อเย็นปูสึวาอิ เป็นชุดเมนูคอร์ส Kaiseki ปกติสำหรับมื้อเย็นของทางร้านครับ เราสามารถเลือกให้พนักงานมาเสิร์ฟเราแบบทีละคอร์สตามรูปแบบ Kaiseki ดั้งเดิมหรือจะให้มาเสิร์ฟทีเดียวเลยก็ได้ยกเว้นของหวานตบท้ายทีหลังสุด ผมจะขอรีวิวแยกอาหารชุดหลักนี้อีกหัวข้อหนึ่งต่อจากหัวข้อนี้ครับเพื่อลงรายละเอียดของอาหารแต่ละเมนูในคอร์สนี้ตามลำดับที่ถูกต้องครับ • Teoke Yuba [380 บาท] เมนูนี้จริงๆก็คือ “ฟองเต้าหู้ในถังไม้” Yuba = ฟองเต้าหู้ Teoke = ถังไม้ จัดอยู่ในหมวดหมู่เมนู Tofu Ryori หรือเมนูอาหารที่ทำจากเต้าหู้ต่างๆ ซึ่งเป็นเมนูที่แยกออกมาจากชุดอาหาร Kaiseki อื่นๆ เพื่อให้เราสามารถสั่งมาเสริมเพิ่มเติมถ้าเมนูนั้นไม่มีรวมอยู่ในชุดที่สั่ง หรือสั่งมาทานต่างหากเพิ่มได้นั่นเองครับ เค้าจะมาเสิร์ฟเป็นถังไม้มีฝาปิดด้านในเป็นน้ำเต้าหู้ที่มีฟองเต้าหู้ลอยอยู่บนผิวและมีผักใส่ลงไปด้วย โดยจะมีความร้อนคงอยู่ในถังนี้ตลอดโดยไม่ได้จุดไฟบนเตามาให้เพราะเค้ามีใส่หินร้อนภูเขาไฟทั้งก้อนขนาดเท่าก้อนสบู่ที่ก้นถังทำให้น้ำเต้าหู้ในถังไม้นี้คงความร้อนอยู่ได้นานครับ นอกเหนือจากถังไม้นี้แล้วเค้าจะเสิร์ฟถ้วยเปล่ามาให้ตามจำนวนคนพร้อมกับน้ำจิ้มสีดำคล้ายๆโชยุ (แต่รสชาติจะอ่อนกว่า) และถ้วยขิงบดหยาบๆกับงาขาวเป็นเครื่องเคียงทานด้วยกัน ซึ่งเป็นรูปแบบการเสิร์ฟดั้งเดิมเหมือนกับที่ผมเคยเห็นเค้าทำกันในเรียวกังที่ญี่ปุ่นย่านเกียวโตเลยครับ วิธีการทานเมนูนี้มีอยู่ 2 แบบ คือ 1. คีบหยิบฟองเต้าหู้จากในถังไม้มา dip หรือจิ้มในถ้วยซอสสีดำที่ตักแบ่งต่างหากส่วนตัวของแต่ละคน และปรุงเพิ่มด้วยขิงและงาตามชอบแล้วทานครับ ส่วนน้ำเต้าหู้ก็ใส่ถ้วยเดียวกันซด 2. หรืออีกแบบคือเทซอสสีดำทั้งถ้วยลงในน้ำเต้าหู้กับฟองในถังไม้เลยคนผสมกันแล้วตักแบ่งใส่ถ้วยทาน ปกติส่วนใหญ่เค้าจะทานแบบวิธีแรกกันครับ เพราะได้ปรุงตามรสชาติที่ชอบส่วนตัวดีกว่าครับ ## คหสต ผมว่ารสชาติน้ำเต้าหู้ถังไม้มันอาจจะจืดชืดไปสำหรับคนไทยที่คุ้นเคยดื่มน้ำเต้าหู้ที่มีน้ำตาลผสมหรือติดหวานเล็กน้อย สำหรับของที่นี่เค้าจะทำแบบสดๆและไม่ใส่น้ำตาลเลย ส่วนฟองเต้าหู้จะเป็นแบบแพใหญ่ๆลอยบนผิวน้ำเต้าหู้เลยผมว่าเนื้อสัมผัสมันนุ่มรสชาติละมุนลิ้นดีครับชอบจะไม่เหมือนกับที่ใช้ในอาหารจีนเป็นแบบอบแห้งแล้วเอามาปรุงแต่แบบนี้จะทานแบบสดๆเลยครับ และที่พิเศษแปลกกว่าบ้านเราทานคือเค้าจะทานจิ้มกับซอสรสออกเค็มนิดหน่อยบวกเปรี้ยว (แต่ปรุงหรือจิ้มยังไงผมว่ารสชาติก็ไม่ได้จัดแบบที่คนไทยทานกันปกติครับ) ดูแล้วทานเป็นซุปร้อนๆหรือของคาวมากกว่าครับ สรุปว่ารสชาติอาจไม่ถูกปากคนไทยแต่ถ้าใครเป็นคนชอบทานน้ำเต้าหู้กับฟองเต้าหู้ผมแนะนำว่าลองสั่งมาทานดูได้ครับเพื่อสัมผัสความแปลกใหม่หรือเรียนรู้สไตล์วิธีการทานแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม • Kid’s Set [250 บาท] ผมสั่งมาให้ลูกสาวทานครับ ดูแล้วชุดอาหารสำหรับเด็กสำหรับราคานี้ผมว่าไม่แพงมาก เค้าจะเสิร์ฟมาในถาดพลาสติกลายน่ารักซึ่งมีอาหารต่างๆคือ แฮมเบิร์กราดซอสมะเขือเทศ, เฟรนซ์ฟราย, สลัดผัก, ของชุบแป้งทอดต่างๆอย่างโคร็อกเกะ, ข้าวปั้นคลุกงาและโนริทอด, ฟองเต้าหู้ทอด, ยูบะกราแตง (กราแตงจากฟองเต้าหู้) พร้อมน้ำส้ม 1 ถ้วย (น่าจะเป็นแบบสำเร็จรูปไม่ใช่คั้นสด) ดูแล้วผมว่าก็สมราคาดีครับได้อาหารหลายอย่างหน้าตาดูกุ๊กกิ๊กชิ้นไม่ใหญ่เหมาะสำหรับดึงดูดให้เด็กทานครับ • Yuzu Tonyu [110 บาท] เป็นเมนูหนึ่งใน Tonyu Drink ของทางร้าน เป็นเครื่องดื่มผลไม้หรือชาเขียวผสมน้ำเต้าหู้สูตรพิเศษของทางร้าน ตัวนี้เป็นน้ำส้มยูซุผสมกับน้ำเต้าหู้ ดื่มแล้วสดชื่น เย็นๆดี ไม่ได้ออกเปรี้ยวมาก รสชาติไปทางน้ำเต้าหู้มากกว่า อร่อยดีครับ มื้อนี้ทั้งหมด +SC 10% กับ +VAT ทั้งหมด 2,4xx บาท ################# [รายละเอียดสำหรับเมนูชุดอาหารแบบ Kaiseki ที่สั่งครั้งนี้:] <เรียงตามลำดับการเสิร์ฟแบบดั้งเดิมสำหรับ Koubai Dinner Set > 1. Starters • Aperitif (Shokuzen-shu) โดยทั่วไปก่อนอื่นเริ่มต้นมื้อด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใส่ในถ้วยเล็กๆคล้าย Welcome Drink จะเป็นสาเกหรือเหล้าท้องถิ่นนั้นๆ // สำหรับเมนู course ทั้งหมดของที่นี่เค้าจะไม่มีสาเกรวมเสิร์ฟมาให้เป็น Welcome Drink เหมือนร้านสไตล์ Kaiseki บางร้านครับ เราต้องสั่งเองแยกต่างหากครับ ซึ่งผมสั่งมาเป็น Yuzu Tonyu ที่รีวิวไปก่อนหน้านี้ • Appetizers หรือเมนูเรียกน้ำย่อย ซึ่งเป็นแบบขนาดพอดีคำสำหรับก่อนเริ่มต้นอาหารจานหลัก // ใน course นี้จะเป็น “เต้าหู้มิเนโอกะ” เนื้อเต้าหู้ขาวเนียนและแน่นไม่มีฟองอากาศเลย เนื้อสัมผัสตัดลงไปนุ่มและเด้งดีมาก แต้มด้านบนชิ้นเต้าหู้ด้วยซอสโชยุส้มมีรสหวานนำและเปรี้ยวเล็กน้อย เสริมรสชาติเต้าหู้สีขาวด้านล่างได้อย่างดี เป็นเมนูเรียกน้ำย่อยที่อร่อยและเยี่ยมมากครับ 2. Main Courses • Sashimi (Otsukuri) หรือปลาดิบสไลด์ชิ้นเล็กพอดีคำ // สำหรับ course นี้จะไม่มีนะครับ • Steamed Dish (Mushimono) หรืออาหารประเภทนึ่งส่วนใหญ่ course นี้ใน Kaiseki จะเป็น Chawanmushi หรือไข่ตุ๋นนั่นเองครับ // สำหรับ course นี้ของที่ร้านจะเป็น “ไข่ตุ๋นหน้าครีมสด” โดยพนักงานจะเสิร์ฟคู่พร้อมกันกับเต้าหู้มิเนโอกะที่เป็น Starter ตามที่ผมเกริ่นไปก่อนหน้านี้ครับ ไข่ตุ๋นถ้วยนี้เนื้อเนียนแน่นละมุนมาก มีน้ำที่ออกมาจากการตุ๋นไข่พอประมาณแต่ไม่มาก ปกติก็จะใส่ซุปปลาแห้งเพิ่มกลิ่นหอมเข้าไปด้วย ด้านล่างมีก้อนโมจิหนึบๆ ซึ่งไม่มีรสชาติแต่คิดว่าเพิ่มเนื้อสัมผัสมากกว่าครับ เม็ดแปะก๊วยขมนิดๆ ส่วนกุ้งและปลาที่ใส่ในไข่ตุ๋นจะเป็นแบบชิ้นเล็กๆกรอบเด้งดีครับ นอกเหนือจากไข่ตุ๋นที่เป็นอาหารประเภทนึ่งใน course นี้แล้ว ยังมีเพิ่มเติมอีกหนึ่งเมนูในชุดนี้คือ Tofu Shumai หรือขนมจีบไส้ผสมเต้าหู้ ห่อด้วยแป้งคล้ายเส้นบะหมี่รูปร่างคล้ายขนมจีบทั่วไป เสิร์ฟมาในถ้วยที่มีฝาไม้ปิดมิดชิดกันลมเข้าไปที่ตัวขนมจีบ เมนูนี้รสชาติคล้ายขนมจีบแบบจีนครับ แต่ต่างกันที่ไส้มีรสชาติอ่อนกว่าน่าจะมาจากตัวเต้าหู้ทำให้ไส้มีรสชาติอ่อนลง แต่ไม่ถึงกับจืดนะครับ ตัวแป้งที่นำมาห่อก็ทำได้สวยดูดีครับ ไม่ได้หนาไปจนทำให้รสชาติของไส้ดรอปลง ทานกับซอสเปรี้ยวอมหวานที่เค้าเตรียมมาให้คู่กันคล้ายๆกับซอสเปรี้ยวของจีนเลย สรุปว่ารสชาติขนมจีบเต้าหู้ของที่ร้านนี้อาจไม่ค่อยถูกปากคนไทยเท่าไหร่ซึ่งคุ้นเคยกับรสชาติขนมจีบแบบจีนที่เน้นมีส่วนผสมของเครื่องเทศและพริกไทยครับ แต่ได้ความแปลกไปอีกแบบหนึ่งครับ คนชอบทานเต้าหู้รสอ่อนๆน่าจะชอบ • Boiled Dish (Nimono) หรืออาหารประเภทต้ม ส่วนใหญ่จะเป็นพวกผักต้มกับเนื้อสัตว์หรือซีฟูดและมีส่วนผสมในการปรุงด้วยโชยุหรือมิริน (สาเกใช้สำหรับทำอาหาร) และน้ำตาลให้ความหวาน // สำหรับ course นี้ไม่มีเมนูนี้ครับ • Deep Fried Dish (Agemono) หรืออาหารประเภททอดกรอบ ส่วนใหญ่จะเป็นเทมปุระผักหรือซีฟูด // สำหรับ course นี้ทางร้านจะเสิร์ฟเป็น Zuwai Kani Tempura หรือเทมปุระรวม ขาปูสึวาอิ ปลาหมึก เห็ดหอม รากบัว ตัวแป้งเทมปุระทอดได้พอกำลังดีมากๆครับ กรอบแบบแป้งไม่แข็ง ไม่อมน้ำมัน กรอบกำลังดี รสชาติตัวแป้งที่ชุบทอดมาออกแบบรสอ่อนๆเลยไม่เค็ม ไส้ก็สุกกำลังดีครับ เนื้อปูยังคงสดหวานอยู่ ปลาหมึกยังเด้ง รากบัวทอดกรุบกรอบดี กินกับน้ำจิ้มผสมหัวไช้เท้าบดขลุกขลิกเข้ากันมากครับ เมนูนี้ส่วนตัวค่อนข้างประทับใจ • Vinegared Dish (Sunomono) หรืออาหารประเภทหมักด้วยน้ำส้ม ส่วนใหญ่จะมีวัตถุดิบเป็นผักและซีฟูด // สำหรับ course นี้ทางร้านจะเสิร์ฟเป็น “สลัดเต้าหู้” ซึ่งเป็น Signature Salad ของทางร้านเลยมีอยู่ใน Kaiseki course ทุกเมนูของทางร้านครับ เต้าหู้สูตรพิเศษของทางร้านรสชาติและเนื้อสัมผัสจะไม่เหมือนที่ใส่ในอาหารตัวอื่นคือจะเคี้ยวไม่หนึบเหนียวมากและได้กลิ่นจากถั่วเหลืองชัดกว่า ผักสลัดหลายอย่างในชามสดกรอบมีสีสันหลากหลายตัดกันชวนน่าทานดี ส่วนน้ำสลัดจะรสออกเปรี้ยวชัดเจนมีส่วนผสมของน้ำส้มไว้ใช้ดองผัก มีใส่ถั่วช่วยเสริมรสมันและเนื้อสัมผัสกรุบกรอบเวลาเคี้ยวด้วย วัตถุดิบทั้งหมดผสานกันได้อย่างลงตัว สรุปสลัดจานนี้รสชาติถูกปากผมดีครับ • Grilled Dish (Yakimono) หรืออาหารประเภทย่าง // สำหรับ course นี้ไม่มีเมนูนี้รวมอยู่ครับ 3. Shokuji เป็น Course อาหารหลักที่เสิร์ฟก่อนจบมื้อครับ • Rice หรืออาหารที่มีข้าวเป็นส่วนประกอบหลัก // สำหรับ course นี้ทางร้านจะเสิร์ฟเป็น “Zuwai Kani Chirashi Sushi” หรือข้าวยำหน้าปูสึวาอิครับ เสิร์ฟมาในชามก้นแบนทำให้ได้ข้าวปริมาณไม่เยอะเกินไป ตัวข้าวญี่ปุ่นแท้นั้นคลุกด้วย ไข่ปลาแซลมอน สาหร่ายโนริ ไข่หวานซอย ใบชิโสะเขียวซอย เห็ดหอมซอย งาขาวเล็กน้อย โดยรวมผมว่าอร่อยดีครับได้กลิ่นหอมของพวกโนริและใบชิโสะซอย หวาน เค็ม มัน เปรี้ยว ครบทุกรสเลยครับ เคียงมาด้วยขิงดองและวาซาบิใส่ในชามไว้ตัดเลี่ยนเหมือน Chirashi หน้าปลาดิบอื่นๆ เนื้อปูสดหวานดีครับ ซึ่งทางร้านนั้นเสิร์ฟปูสึวาอิมาทั้งก้ามและขาโดยเค้ากะเทาะมาให้เล็กน้อยซึ่งเราต้องแกะเนื้อปูออกมาเอง แต่เค้าก็มีอุปกรณ์สำหรับช่วยทานในการเขี่ยเนื้อปูออกมาจากก้ามให้ด้วยครับ สรุปเมนูนี้ผมชอบที่ความสดของปูสึวาอิและรสชาติข้าวยำแบบญี่ปุ่นที่ปรุงมาทานพร้อมกับปูช่วยเสริมรสชาติกันได้ดีครับ • Miso Soup ซุปมิโซะเสิร์ฟมาพร้อมกับเมนูข้าวด้านบนครับ // สำหรับ course นี้คือ Zuwai Kani Miso Soup หรือซุปมิโซะขาปูสึวาอิ ซุปรสออกเค็มกำลังดีจากมิโซะและหวานหอมจากเนื้อปูที่นำไปต้มรวมกัน ซดแล้วคล่องคอดีครับ ในส่วนของเนื้อปูที่แช่อยู่ในซุปรสชาติยังกลมกล่อมดีอยู่ ทำให้เวลาทานซุปแล้วมาทานเนื้อปูยังรู้สึกถึงความเป็นปูอยู่ ไม่ได้โทนเดียวกันเกินไปแม้ว่าจะนำไปต้มรวมกัน ซุปมิโซะของที่ร้านนี้ผมชอบมากครับตั้งแต่คราวก่อนๆที่มาทาน (ตอนนั้นเป็นซุปมิโซะฟองเต้าหู้) 4. Dessert ตบท้ายมื้อนี้ด้วยของหวานเป็นเต้าหู้ฟรุทสลัดในน้ำเชื่อมใส่ในถ้วยขนาดน่ารักลวดลายดอกไม้สวยงามพร้อมชาสำหรับดื่มล้างปากครับ จุดเด่นของร้านนี้ก็ยังเป็นที่เต้าหู้เช่นเคยถึงแม้เป็นของหวานเช่นกัน ตัวเต้าหู้ที่ใส่เป็นลูกบาศก์ขนาดพอดีคำเหนียวหนึบเหมือนกับที่ใช้เป็นวัตถุดิบในอาหารเรียกน้ำย่อยครับ #### สรุป คหสต #### • ยังคงประทับใจเช่นเคยเวลามาร้านนี้ รสชาติอาหารที่อาจไม่ดึงดูดมากที่สุดสำหรับร้านอาหารญี่ปุ่น (บางอย่างรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้อาจไม่ถูกปากคนไทย) แต่ได้เรื่องคุณภาพของวัตถุดิบที่ดีมากทั้งเต้าหู้และปูซึ่งเป็นตัวหลักของร้าน บวกเรื่องบรรยากาศที่ซึบซับความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆได้อย่างดี ช่วงนี้ไปเที่ยวไม่ได้ก็มาญี่ปุ่นทิพย์ที่นี่ได้เหมือนกัน 555 ทำให้คิดถึงตอนไปพักเรียวกังเลยครับ • ไม่พูดถึงไม่ได้คือการบริการของร้านนี้ซึ่งผมว่าเค้ามี service code ที่ชัดเจนมาก บางทีก็คิดว่าอย่างลูกค้าก็นั่งตัวเกร็งทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน เอาเป็นว่าเหมือนคำพูดที่ว่า ลูกค้าเสมือนพระเจ้า ประมาณนั้นครับ • เท่าที่ดูราคา Kaiseki Course ต่างๆสำหรับมื้อเย็น ราคาโดยเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 1,300-1,500 บาท โดยชุดที่ราคาถูกสุดเป็นชุดเต้าหู้ล้วนอยู่ที่ราวๆประมาณ 850 บาท ชุดที่ราคากลางๆหน่อยจะเป็นวัตถุดิบอย่างปูสึวาอิหรือเนื้อวากิวครับราคาราวๆ 1,300-1,800 บาท ส่วนชุดที่ราคาบนสุดจะเป็นพวกที่มีปูทาราบะเป็นวัตถุดิบหลักราคาราวๆ 2,500-3,000+ บาท สรุป 4 ดาว ชอบพาครอบครัวมาทานในโอกาสสำคัญ เพราะที่ร้านมีห้องส่วนตัวด้วย และตกแต่งให้อารมณ์เหมือนไปพักในโรงแรมเรียวกังที่ญี่ปุ่นเลย ตั้งแต่เราเดินถึงที่ร้านแล้วเหมือนเราหลุดเข้ามาข้ามไปที่ญี่ปุ่นเลย เหมาะสำหรับพาครอบครัวมานั่งทานข้าวเปลี่ยนบรรยากาศใช้เวลาร่วมกัน แต่ถ้าใครชอบร้านที่เป็นแบบสไตล์ในสวนหินเซนญี่ปุ่นแบบเปิดที่นี่อาจจะไม่เหมาะครับ เมนูมีหลากหลายประเภทแบบอาหารญี่ปุ่นทั่วไป แต่ราคาจะสูงกว่าร้านที่เป็นแบบขายอาหารญี่ปุ่นโดยเฉพาะไปเลย ดังนั้นถ้ามาร้านนี้ผมแนะนำว่าให้ลองสั่งเป็นพวก Kaiseki Course น่าจะดีและคุ้มกับประสบการณ์มากกว่า หรือถ้ามาเป็นช่วงกลางวันเค้าก็มี Lunch Set ราคาเบาลงให้สั่งได้ครับ --------------- [เกร็ดความรู้เกี่ยวกับ Kaiseki] Kaiseki (懐石) หรือเขียนแบบเต็มๆคือ Kaiseki ryori (懐石料理) เป็นอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมโบราณซึ่งมีรูปแบบการเสิร์ฟเมนูแยกเป็นหลายคอร์ส (multi-course) ต่อเนื่องจนครบมื้อ หลักๆก็เพื่อให้ได้ลิ้มรสความสดใหม่ของอาหารของทุกๆจานเสมอ คล้ายๆกับรูปแบบการเสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสตามร้านหรูที่เสิร์ฟแยกมาทีละ course ในรูปแบบ tasting portion ขนาดพอดีคำและเน้นการตกแต่งจานอาหารที่สวยงาม ทำให้อาหารญี่ปุ่นรูปแบบ Kaiseki และอาหารฝรั่งเศสแบบชั้นสูงมีทั้งความเหมือนและคล้ายคลึงกันในการเสิร์ฟ ต้นกำเนิดของอาหารญี่ปุ่นแบบ #Kaiseki นั้นย้อนหลังไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน (ช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1500-1600) โดยเป็นมื้ออาหารเริ่มต้นเสิร์ฟในพิธีชงชาแบบญี่ปุ่นที่เรียกว่า chanoyu (茶の湯) ต่อมามีการพัฒนารูปแบบอาหารสไตล์นี้ไปเป็นอาหารที่เน้นความประณีตอย่างมากทั้งในการตกแต่งจานรวมถึงการเลือกใช้วัตถุดิบเหมาะสมตามฤดูกาลและต้องเสิร์ฟในภาชนะที่ดูสวยงาม ดังนั้นจึงเป็นเมนูอาหารที่ได้รับความนิยมในหมู่ชนชั้นสูงรวมถึงขุนนางในสังคมญี่ปุ่นในยุคต่อมา ส่วนในปัจจุบัน Kaiseki เป็นที่นิยมเสิร์ฟให้แก่ลูกค้าหรือแขกที่สำคัญซึ่งมาพักในโรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นโบราณหรือเรียกว่า “เรียวกัง” Ryokan นั่นเองครับ ** สำหรับความเห็นผมนั้น Kaiseki ก็คล้ายกับอาหารไทยตำรับชาววังของบ้านเรานั่นเองที่มีวิธีการเสิร์ฟที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติและต้องตกแต่งหน้าตาจานอาหารให้สวยงามเช่นกัน อดีตเป็นอาหารสำหรับในวังเท่านั้น แต่ปัจจุบันสามารถหาทานได้ตามร้านอาหารบางร้านที่พิเศษครับ ** [พิกัด:] ชั้น 2 Nihonmura Mall ซอยทองหล่อ 13 ขึ้นลิฟท์มาจากที่จอดรถใต้ดินถึงชั้น 2 มองออกมาทางซ้ายเจอร้านนี้เลย ต้องเอาบัตรจอดรถมาแสตมป์ตราที่ร้านถึงได้อัตราพิเศษ (ค่าที่จอดรถต่อชั่วโมงถ้าไม่มีแสตมป์ที่นี่โหดมากครับ)

฿฿฿฿฿
ครอบครัวหรือเด็ก
คุยธุรกิจ
ปาร์ตี้ เที่ยว
อื่นๆ
ด้านหน้าร้าน
อื่นๆ
บรรยากาศในร้าน
อื่นๆ
เกี่ยวกับร้าน
อื่นๆ
เกี่ยวกับ Kaiseki
อื่นๆ
บรรยากาศในร้าน
อื่นๆ
บรรยากาศในร้าน
อื่นๆ
บรรยากาศในห้องส่วนตัว
อื่นๆ
บรรยากาศในห้องส่วนตัว
อื่นๆ
ปุ่มกดเรียกพนักงาน

59 Likes0 Comment
Share
รีวิวก่อนหน้านี้เมื่อ 13 ธ.ค. 2015

ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ #Kaiseki ย่านทองหล่อ บรรยากาศร้านแบบเรียวกัง ~ ครั้งนี้มาลองชุดข้าวยำปูสึวาอิกับฟองเต้าหู้ในถังไม้

อ่านต่อ »
รีวิวจากผู้ใช้บริการ
ดูรีวิวที่พูดถึง
Quality Review
สุดยอดเต้าหู้ละ

คนสายต้าวหู้ นอกจาก 🔸เจ้วรรณสวนหลวง🔸😅 แล้วเราก็ไม่เคยลืมร้านนี้ 🔷Umenohana🔷 เป็นแบรนด์มาจากญี่ปุ่น เรารักร้านนี้มากกินมากกว่า 6 ปี 😂 อร่อยจริง!! . 🔛รีวิวนิดนึงแหละ🔛 เรารู้จักคำว่า การเสริฟแบบ kaiseki จากร้านนี้เลยอะ การเสริฟแบบ kaiseki มาอย่างละเล็กๆ เสริฟเรียงลำดับ ตามคอร์ส แบบ fine dining แต่สิ่งที่สำคัญคือเค้าคิดมากกว่านั้น ตั้งแต่จาน ชามที่จะเสริฟ สีสันจาน มันคือศิลปะแหละและบาลานซ์เ...

อ่านต่อ »
UMENOHANA นิฮอนมูระมอลล์
UMENOHANA นิฮอนมูระมอลล์
UMENOHANA นิฮอนมูระมอลล์
UMENOHANA นิฮอนมูระมอลล์
UMENOHANA นิฮอนมูระมอลล์

6 Likes0 Comment
Share
รีวิวก่อนหน้านี้เมื่อ 18 มี.ค. 2018

วันนี้มาลอง Kuroge Wagyu Tofu shabu

อ่านต่อ »
9 ก.พ. 2021
photo
Quality Review
อร่อย สด พรีเมี่ยม ราคาสูงนิด
เมนูเด็ด:ชุด Umenohanazen, Minaoka Tofu (1pcs)

Umenohana ร้านอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับแท้ ส่งตรงจากญี่ปุ่น เมนูที่น่าสนใจ คือ พวกเต้าหู้ที่เอามาปรุงหลากหลายทั้งคาวหวาน เราก็ชอบกินเต้าหู้มาก เลยสั่งหม้อทำฟองเต้าหู้เองมา 15 นาทีได้ 1 แผ่นแน่ะ แล้วก็ขอช้อนเค้ามาตักน้ำชิมด้วย ชอบๆ ซูชิ ซาซิมิ ของที่นี่ สดระดับพรีเมี่ยมแน่นอนอยู่แล้ว โอโทโร่กินกันไม่เบื่อ ไขมันในเลือดขึ้นปรี๊ดปร๊าด เนื้อวากิว ปูทาระบะ เนื้อนุ่มชุ่มลิ้น เซตเมนูมีหลายเซต หลายร...

อ่านต่อ »
3 Likes0 Comment
Share
Quality Review
Umenohana Lunch Course
เมนูเด็ด:Mineoka Tofu + ไข่ตุ๋น, Umenohana Lunch Course (Tofu & Sushi Course), Yuba Age, Namafu Degaku

Umenohana TH UC2020 #171 🇯🇵 Umenohana ร้านอาหารญี่ปุ่นในสไตล์ Traditional Kaiseki ที่เป็นสาขามาจากญี่ปุ่นค่ะ ร้านต้นตำรับเปิดในญี่ปุ่นกว่า 40 ปีมาแล้วและมีกว่า 70 สาขาทั่วญี่ปุ่น มาเปิดสาขาแรกในประเทศไทยภายใต้มาตรฐานญี่ปุ่นที่ Nihonmura Mall ทองหล่อ และปัจจุบันมีอีกสาขาที่โรงแรม Solaria และเมกาบางนา 🇯🇵 Kaiseki Cuisine คืออะไร .. ไคเซกิ คือ วัฒนธรรมการเสิร์ฟอาหารของชาวญี่ปุ่นชั้นสูงที่เสิ...

อ่านต่อ »
14 Likes0 Comment
Share
5 check-ins
Quality Review
ไม่ได้มีดีแค่เต้าหู้นะ อาหารชุดไคเซกิหรือตามสั่งก็ดีงาม
เมนูเด็ด:Namafu Dengaku, Wakaba Lunch Set, Yuba Age, Wagyu Tofu Sukiyaki, Minaoka Tofu, chawanmushi, Hotate sushi, Unagi Seiro, Namafu Abegawa

อีกหนึ่งร้านโปรดที่โดดเด่นเรื่องเมนูเต้าหู้และอาหารชุดแบบไคเซกิ แต่ก็มีแบบตามสั่ง a la carte ให้เลือกด้วยมีทั้งซูชิ สุกียากี้ และอื่นๆ วัตถุดิบหลากหลายตามฤดูกาล เมนูอาหารเหมือนสาขาที่ญี่ปุ่น ปกติเราชอบทานเต้าหู้อยู่แล้ว หลายๆเมนูจึงถูกใจเราและหาทานไม่ได้จากร้านอื่นเช่น Namafu dengaku เป็น wheat glutenที่ทำออกมาได้นุ่มหยุ่นละมุนละไม ซอสที่ราดก็พอดิบพอดี Yuba ageก็เด้งดึ๋งอร่อยแบบที่ไม่นึกว่ามีเต...

อ่านต่อ »
9 Likes0 Comment
Share
รีวิวก่อนหน้านี้เมื่อ 5 ส.ค. 2019

อาหารญี่ปุ่นอร่อยดีงาม ในบรรยากาศสงบใจกลางทองหล่อ

อ่านต่อ »
1 check-in
Quality Review
[ทองหล่อ] ความหมายคำว่า “อูมามิ” หาได้ที่นี่

เปิดประสบการณ์การกิน “เต้าหู้” แบบที่ไม่เคยรู้จัก! ความรู้สึกใส่ใจสัมผัสได้ตั้งแต่การโทรไปจอง ด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวลชวนฟัง เมื่อมาถึงร้านก็ได้รับการเก็บรองเท้าอย่างทะนุถนอม ภายในร้านตกแต่งแบบ traditional Japanese เรียบ หรู ดูสบาย สว่างและสะอาดด้วยไม้สีอ่อน เมื่อมาที่โต๊ะก็มีผ้าเย็นให้ ตามด้วยการรับออร์เดอร์อย่างคล่องแคล่ว “Minaoka Tofu” และไข่ตุ๋นถูกเสริฟมาเป็น starter นี่ไม่ใช่เต้าหู้ทั่...

อ่านต่อ »
16 Likes0 Comment
Share

อ่านรีวิวร้านอื่นๆ ที่สมาชิกวงในแนะนำ

Tiengna Viennoiserie
Ad ·
Tiengna Viennoiserie
เด็ดยกนิ้ว! ครัวซองต์และเบเกอรีแบบฝรั่งเศสแท้ ๆ ที่เซียนขนมต้องลอง
Gen Pu Kan Thonglor ทองหล่อ
Ad ·
Gen Pu Kan Thonglor1 Thonglor
ปิ้งย่างญี่ปุ่นน้ำจิ้มสูตร 60 ปี! ทีเด็ดลิ้นวัวหมักต้นหอมแสนนุ่มสุดฟิน
4.1
8 รีวิว฿฿฿