
รีวิว Gaggan
“Gaggan” สัมผัสใหม่ของร้านอาหารอินเดีย
การเป็นคนที่ชอบดูรายการสอนทำอาหารหรือพาไปชิมอาหารตามที่ต่างๆ ซึ่งก็ทำให้รู้จักกับการทำอาหารแบบ “Molecular Gastronomy” ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่เชฟในปัจจุบันนี้ “Molecular Gastronomy” หรือ “อาหารโมเลกุล” คือการนำเอาหลักการทางวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นทางเคมีหรือฟิสิกส์มาใช้ในการสร้างสรรค์อาหารให้มีรสชาติที่แตกต่าง สร้างความน่าตื่นเต้นในการนำเสนอ ทำให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น และยิ่งถ้าได้เห็นเวลาที่เชฟปรุงอาหารก็จะประหนึ่งเหมือนกำลังดูการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่สร้างความเพลิดเพลิน และความอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง ร้านอาหารแนว “Molecular” ที่ผมอยากแนะนำคือร้าน “Gaggan” ที่ตั้งชื่อร้านตามชื่อเชฟ “มร. แกกกั้น” เป็นภาษาอินเดียแปลว่า “ท้องฟ้า” ร้านนี้เป็นร้านอาหารอินเดียแนวใหม่ ที่ทางร้านนิยามว่าเป็น “Progessive Indian Cusine” และใช้วิธีการทำอาหารแบบ “Molecular Cooking” ที่ทำให้ลืมภาพของอาหารอินเดียแบบเดิมๆ ประเภทแกงต่างๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศ เชฟ Gaggan ชอบเดินทางไปยังที่ต่างๆ ทั่วโลก แต่หลงใหลในประเทศไทย วัฒนธรรมไทยและวัตถุดิบที่สดใหม่ที่สามารถหาได้ในประเทศไทย จึงทำให้เขาย้ายมาตั้งรกรากในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2007 และได้ร่วมหุ้นกับเพื่อนๆ เปิดร้านอาหาร “Gaggan” ขึ้นเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว ด้วยความรักในการทำอาหาร และรักวัฒนธรรมในการทำอาหารของชาวญี่ปุ่น ทำให้เขาผสมผสานทั้งสองสิ่งนี้เข้าด้วยกัน และสร้างสรรค์ผลงานด้านการทำอาหารที่ถูกปากนักชิม ทำให้เป็นที่กล่าวถึงอย่างแพร่หลาย จนกระทั่งร้าน “Gaggan” ติดอันดับที่ 3 ของ Top 50 Best Asia และติดอันดับ 17 ของ Top 50 Best World เราไปถึงร้านก่อนเวลานัดพอสมควร จึงได้มีโอกาสเดินชมบรรยากาศภายในร้านที่ถูกจัดและตกแต่งไว้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะ “Libraly Corner” ซึ่งเป็นหนึ่งในมุมสุดพิเศษของร้าน มุมนี้ได้ถูกกั้นอย่างเป็นสัดส่วนด้วยชั้นหนังสือ และอีกมุมหนึ่งที่เป็นมุมยอดฮิตที่ต้องใช้เวลาจองอย่างน้อยถึง 2 อาทิตย์ เพราะในห้องนั้นมีเพียงแค่ 2 โต๊ะเท่านั้นก็คือ “Chief Dinning” เป็นห้องที่อยู่ด้านหน้าของร้านอาหาร ติดกับห้องครัว จุดเด่นของห้องนี้ก็คือมีกระจกฝ้าที่สามารถเปิดปิดให้เป็นกระจกใส ทำให้มองเห็นบรรยากาศการทำอาหารในห้องครัว โดยเฉพาะในส่วนของครัววิทยาศาสตร์ ในวันที่ไปทานนั้นทางร้านก็อนุญาตให้เราได้เข้าไปซอกแซกถึงในครัว ได้เห็นถึงการเตรียมอาหารที่จัดเตรียมไว้ตามที่ลูกค้าแจ้งไว้ ซึ่งทางร้านจะไม่เตรียมเผื่อไว้มากเกิน หรือเก็บวัตถุดิบไว้เต็มตู้เย็น เพราะต้องการให้วัตถุดิบนั้นสดใหม่อยู่เสมอ บรรยากาศในห้องครัวนั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนานของเชฟนานาชาติทั้งไทย อินเดีย เอเซีย และยุโรป นอกจากนั้นในครัวยังเปิดเพลงร็อคเพื่อให้เชฟกว่าสิบชีวิตนั้นอารมณ์ดีจะได้ทำอาหารอร่อยๆ ให้เราได้ทานกัน อาหารของที่ร้าน “Gaggan” นั้นจะเป็นเหมือนอาหารให้ชิม จะมีให้อย่างละคำสองคำ แต่จะเสิร์ฟเป็นคอร์ส ที่มีจำนวนจานตั้งแต่ 10 อย่างไปจนถึง 15 อย่าง สนนราคาก็เริ่มตั้งแต่ 1,500 บาท (สำหรับอาหาร 10 อย่าง) 2,800 บาท (สำหรับอาหาร 11 อย่าง) และ 4,000 บาท (สำหรับอาหาร 15 อย่าง) หากต้องการทานอาหารที่ร้านนี้นั้นต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ และต้องแจ้งว่าจะทานคอร์สไหน ซึ่งทางเชฟจะเตรียมอาหารไว้ เพราะอาหารบางเมนูใช้เวลาในการเตรียมล่วงหน้าเป็นสิบชั่วโมง เมนูอาหารของที่ร้าน “Gaggan” นั้นจะปรับเปลี่ยนทุกๆ 2 เดือน หรือเวลาที่มีวัตถุดิบตามฤดูกาล เพื่อความหลากหลายของอาหาร และความท้าทายของเชฟในครัว เพราะฉะนั้นอาหารที่ผมแนะนำในวันนี้อาจจะเปลี่ยนไปแล้วในวันที่ท่านผู้อ่านมาทาน อาหารของที่นี่ถูกปรุงขึ้นด้วยความใส่ใจและความคิดสร้างสรรค์ ทั้งในเรื่องของรสชาติอาหาร และภาชนะที่ใส่ที่ล้วนแต่น่าสนใจและเพิ่มความอร่อยให้กับอาหารมากยิ่งขึ้น ขอยกตัวอย่างสัก 2-3 เมนูนะคะ เริ่มจากอาหารทานเล่นที่มีมาทีเดียว 4 อย่างๆ ละ 1 คำ สิ่งที่น่าสนใจของเมนูนี้ก็คือ เมนูถั่วที่ได้แนวความคิดมาจากอาบังขายถั่วตามถนน ทางเชฟได้เอาถั่วมาใส่ถุง เพื่อที่จะไม่หกเลอะเทอะและทานได้ทั้งถุง ซึ่งถุงนั้นทำมาจากแป้งที่ทานได้ อีกหนึ่งอย่างของเมนูนี้ที่เรียกความน่าสนใจได้ก็คือ น้ำโยเกิร์ตที่ผ่านการปรุงทางวิทยาศาสตร์ เพื่อเคลือบน้ำโยเกิร์ตให้เป็นก้อนเหมือนหยดน้ำ พอเอาใส่ปากผิวที่เคลือบก็แตกออก ทำให้เราได้รับรสของน้ำโยเกิร์ตได้อย่างเต็มที่ ขอข้ามไปเมนูที่ 4 เลยนะคะ เมนูนี้เป็นซุปเห็ดทรัฟเฟิลที่ใช้เวลาปรุงถึง 1 ชั่วโมง ทำให้รสชาติกลมกล่อมเป็นอย่างดี ภาชนะที่ใส่ซุปนั้นน่าสนใจมากทีเดียว เพราะเป็นก้อนหินที่สั่งทำพิเศษจากอินเดีย เมนูต่อมาเป็นเมนูกุ้งใหญ่ หอมกลิ่นเครื่องเทศ มีรสเผ็ดเล็กน้อย ราดด้วยซอสมะม่วง ตอนเสิร์ฟนั้นอบด้วยควันไม้โอ๊คที่ได้มาจากถังไม้โอ๊คที่ใช้บ่มเหล้า Jack Daniels ทำให้กุ้งนั้นมีกลิ่นหอมชวนรับประทาน อีกเมนูหนึ่งที่น่าสนใจก็คือเมนูปลาที่ผ่านการปรุงด้วยเครื่องสุญญากาศที่ 55 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 15 นาที เมนูนี้เป็นเมนูที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการจัดจานที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ใต้ทะเลลึก พออาหารถูกทานจนหมดก็จะเผยให้เห็นสิ่งที่รองอยู่ซึ่งแลดูเหมือนมีซากฟอสซิลวางอยู่บนจาน นอกจากอาหารที่มีรสชาติดีแล้ว ของหวานที่ร้าน “Gaggan” ก็อร่อยเช่นกัน ในวันนั้นผมได้ทานถึง 3 เมนูคือ “Snow Mango” เป็นไอศครีมมะม่วงมหาชนกที่เชฟปลื้มเป็นพิเศษ โดยมะม่วงถูกทำให้แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว เมนูนี้จะมีเฉพาะช่วงที่เป็นฤดูมะม่วงมหาชนก พอหมดฤดูเมนูนี้ก็จะถูกเปลี่ยนออกไป อีกหนึ่งเมนูของหวานก็คือไอศครีมวาซาบิ ผสมกับงา ใครจะไปคิดละครับว่าวาซาบิที่เผ็ดๆ จะถูกนำมาทำเป็นไอศครีมได้และอร่อยอีกต่างหาก ผมได้ถามเชฟว่าทำไมต้องเป็นวาซาบิ เชฟบอกว่า “วาซาบิแสดงถึงรสชาติและความเป็นญี่ปุ่น ประเทศที่เป็นแรงบันดาลใจในการทำอาหารของเชฟที่เน้นในเรื่องการให้ความสำคัญกับวัตถุดิบในการปรุงอาหาร” ของหวานเมนูสุดท้ายเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบช็อกโกแลต เมนูนี้มีชื่อว่า “I Love Chocolate” เป็นเมนูที่ใช้ช็อกโกแลตถึง 5 ชนิดมาผสมผสานกัน เรียกได้ว่าเป็นเมนูแนะนำของร้านนี้ที่ไม่ควรพลาด แต่เมนูนี้เป็นของหวานในเซ็ต 4,000 บาท ถ้าใครอยากทานก็ต้องจองเป็นเซ็ตใหญ่ 15 จานนะครับ การที่ได้ไปทานอาหารที่ร้าน “Gaggan” ทำให้เราลืมภาพของอาหารอินเดียไปโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังประทับใจในการปรุงและความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบอาหารของเชฟอีกเช่นกัน ร้าน “Gaggan” ตั้งอยู่ที่ซอยหลังสวน (ตรงข้ามหลังสวนซอย 3) อยู่ซอยเดียวกับ Nillada Thai Massage เดินเข้าซอยไปประมาณ 20 เมตร ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือ เป็นบ้านเก่ากว่า 80 ปี ที่ถูกตกแต่งให้เป็นร้านอาหารเล็กๆ ที่มีบรรยากาศอบอุ่น เหมือนทานอาหารอยู่ในบ้านของตนเอง แนะนำว่าไม่ควรนำรถไปเนื่องจากที่จอดรถน้อย แต่ทางร้านก็มีบริการนำรถไปจอดให้ค่ะ ร้านเปิดทั้ง 7 วัน ตั้งแต่เวลา 6 โมงเย็นถึง 5 ทุ่ม และที่สำคัญอย่าลืมโทรจองที่เบอร์ 0-2652-1700 ล่วงหน้าก่อนหลายๆ วัน มิฉะนั้นจะไม่ได้ทานนะค่ะ

ตัวกรอง
เรียงตาม
Meal from the Dark Side of the Moon...Not just Another Brick in the Wall!
ถ้าพูดถึงร้านอาหารอินเดียที่นำเอาเทคนิคทาง Molecular Gastronomy มาใช้ หรือที่เรียกว่าเป็น Progressive Indian Cuisine แล้วล่ะก็ นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก Gaggan ของเชฟ Gaggan Anand เป็นแน่ ด้วยดีกรีอันดับ 10 ของ World’s 50 Best Restaurants Rankings ของปี 2015 นี้ พ่วงด้วยตำแหน่ง Thailand’s Best Restaurant และ Asia’s Best Restaurant ทำให้คิวจองโต๊ะของร้านยาวเหยียดถึงขนาดต้องจองล่วงหน้ากัน 1...อ่านต่อ
World Renowned Progressive Indian cuisine
ร้าน Gaggan ทีมเชฟมาจาก El Bulli ต้นตำรับ Molecular gastronomy ที่เป็นร้านอาหารอันดับ 1 ของโลก (จนเปลี่ยนเป็นโรงเรียนสอนอาหารแล้วกลายเป็น Noma's แทน) ร้านนี้อยู่บนถนนหลังสวนครับ โดยเอาบ้านเก่ามาปรับปรุงใหม่ครับ ที่จอดรถมีจำกัด ต้อง valet เท่านั้นครับ บรรยากาศ: ตกแต่งด้วยไม้ เน้นสีขาวเป็นหลัก ร้านมี 2 ชั้นครับ 4 ดาว อาหาร: ปัจจุบันร้านนี้มีให้แต่ tasting menu โดยมีให้เลือก 3 แบบคือ taste of ...อ่านต่อ
คุ้มค่ากับราคา
ได้มีโอกาศไปทาน Gaggan ก่อนที่จะเปลี่ยนเมนูใหม่ในสัปดาห์หน้า บอกได้เลยว่าคุ้มค่ามากกับเงินที่เสียไป 20 คำจาก 25 คำคือว้าวมากๆ มีแค่บ้างคำที่ไม่ค่อยถูกปาก แต่ราคา 5000+ กับ course 25 คำ พร้อมกับการ service และ entertain ชั้นยอดจาก Chef ระดับ 2 ดาวแล้วเป็นอะไรที่คุ้มมากๆ ถ้ามีโอกาศต้องมาให้ได้ครับไม่เสียดายเงินแน่นอน เรียกว่าสมราคา 2 ดาวมากๆดูเพิ่มเติม
ร้านอาหารที่ดีที่สุดในทวีปเอเชีย
ฝากเพจ : ตามล่า Fine Dining ภารกิจตามล่า Michelin Star ร้านที่ 14 Gaggan - กากั้น 2 Starred Michelin - 2 ดาวมิชลิน Asia’s Best Restaurant No.1 2015, 2016, 2017, 2018 - ร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย อันดับที่ 1 ประจำปี 2015, 2016, 2017, 2018 World’s Best Restaurant No.7 2017 - ร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก อันดับที่ 7 ประจำปี 2017 Netflix Chef’s Table Season 2 Episode 6 - สารคดีเชฟส์เทเบิ้ล ...อ่านต่อ
Adventure สุด Epic กับร้านระดับมิชลิน 2 ดาว ที่กวาดรางวัล best restaurant ของเอเชีย และอันดับ 5 ของโลก
ป ชวนชิม : Gaggan – The Adventure สุด Epic ในร้านอาหารอินเดียระดับโลก เจ้าของรางวัล The best Asia's restaurant และ อันดับ 5 ของ The World's 50 best restaurants ….ประสบการณ์ว้าวๆๆ เมื่อประสาทสัมผัสทั้ง 5 ถูกท้าทาย ! ( ร่ายยาวเหยียด + มี Spoiled – สำหรับคนที่จะไปกินแน่ๆ ให้ดูแต่รูปอาหารพอ อ่านได้ แต่ควร skip ข้อความในวงเล็บค่ะ ถ้าเบื่อดูรูปโลดฮ่ะ ขออภัยพล่ามแยะ ตื่นเต้นมากง่ะ ) ตัดใจอยู่หลายเดื...อ่านต่อ
อ่านรีวิวร้านอื่นๆ ที่สมาชิกวงในแนะนำ

















































