4.1
23 เรตติ้ง (21 รีวิว)
ปิดอยู่จะเปิดในเวลา 11:30

รีวิว Tsukiji Aozora Sandaime

photo
Bom+
62.3k1.5k21.6k
ยืนยันตัวตนแล้ว
SPONSORED REVIEW
21 มิ.ย. 2018
ดูแล้ว 2,327
Quality Review
[SR] Dinner Omakase 三代目 [4200Baht] ยกประสบการณ์ #Omakase เหมือนที่ตลาดปลาซึกิจิมาไว้ที่เมืองไทย ย่านพร้อมพงษ์
ราคาต่อหัว: มากกว่า 1,000 บาทเมนูเด็ด: Omakase course

ผมต้องออกตัวก่อนเลยว่าผมอาจจะมีประสบการณ์ Omakase ไม่เท่ากับ user ท่านหนึ่งที่รีวิวได้ดีก่อนหน้านี้ครับ ส่วนตัวผมสำหรับ Omakase ในเมืองไทย ผมได้เคยลองประมาณ 2-3 ครั้ง course ที่เคยได้สัมผัส จะอยู่ range ระดับกลางๆ Nigiri Sushi ไม่เกิน 10 คำ ราคาราวๆ 4500++ ถึง 5000++ Bht/pax ก็ถือว่าใกล้เคียงกับ course ที่ทาง Wongnai เชิญมา Tasting ในครั้งนี้ครับ ผมเชื่อว่าใครที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นประเภทซูชิคงจะรู้จักคำว่า #Omakase (Chef’s Selection หรือแปลว่าเชฟจัดให้) อธิบายง่ายๆ ก็คือ คอร์สอาหารญี่ปุ่นที่เชฟจะเลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุดในแต่ละวันและฤดูกาล มาทำซูชิแบบพอดีคำ วางบนจานให้รับประทานทีละคำและเรียงลำดับตามการทานที่เหมาะสม โดยในระหว่างทานสามารถพูดคุยกับเชฟถึงวัตถุดิบที่เสิร์ฟเป็นคำต่อคำไป และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเชฟได้โดยตรงไม่ต้องอาย ความพิเศษของคอร์สนี้อีกอย่างคือเชฟจะชอบจัดเมนูสุดสเปเชียลที่ไม่มีวางขายทั่วไป ถือเป็นการรวมเอาสุดยอดของอาหารมาเสิร์ฟให้กับลูกค้า ในเมืองไทยเองมีร้านที่บริการ Omakase Course แบบระดับบน (ราคา 8K-10K บาทต่อคน) ยังไม่เยอะมาก ส่วนใหญ่อยู่ตามโรงแรมหรือห้างหรูครับ ที่ราคาสูงมากส่วนหนึ่งอยู่ที่คุณภาพวัตถุดิบและอีกส่วนคือเชฟนำเข้าบินมาจากญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ซึ่งร้านระดับบนพวกนี้ต้องจองก่อนนานเป็นเดือนก็มี เท่าที่ผมเห็นถ้าเป็นร้าน Omakase ที่เสิร์ฟระดับเริ่มต้น ราคา 2K+ บาทต่อคัน ถึงกลางๆ 5K เริ่มมีเปิดมากขึ้นครับ อย่างในห้างดังๆกลางเมืองหรือมอลล์ตามย่านคนญี่ปุ่นอยู่เยอะๆครับ ก่อนอื่นเลยผมต้องขอขอบคุณทางทีมงานวงในที่เชิญมาร่วมแชร์ประสบการณ์และจุดประสงค์หลักก็คงเป็นเรื่องการโปรโมทร้านนี้ครับ ดังนั้นพูดถึงร้านที่มี Omakase Course สิ่งแรกที่ผมจะกล่าวถึงคงไม่พ้นเกี่ยวกับทีมงานของร้าน เพราะถือว่าเป็นจุดขายสร้างความน่าเชื่อถือของทางร้านเลยครับ ดังนี้ • หัวหน้าเชฟซูชิ Nakanishi – ประสบการณ์ 35 ปีในวงการ • หัวหน้าเชฟครัว Tohyama – Teppanyaki Specialist [เกี่ยวกับร้าน:] คำว่า Sandaime 三代目 ซึ่งอยู่ในชื่อร้านและเป็นชื่อเรียก Course ที่มาลองครั้งนี้ แปลว่า “รุ่นที่ 3” ประวัติดั้งเดิมของร้านเค้าคือ เป็นร้านค้าขายส่งปลาประสบการณ์กว่า 100 ปี ในตลาดปลาซึกิจิ โดยเริ่มในรุ่นที่ 3 นี้ เค้าเริ่มเพิ่มหน่วยธุรกิจในส่วนของซูชิบาร์เข้าไปด้วย เป็นลักษณะขายปลีกให้ลูกค้าทั่วไป เน้นซูชิปั้นแบบสไตล์เอโดะ (Edomae) คือข้าวคำไม่ใหญ่สมดุลกับเนื้อปลา ส่วนร้านชื่อ Tsukiji Aozora Sandaime – Bangkok เป็นสาขาโดยตรงจากร้านที่ตลาดปลาที่ญี่ปุ่นครับ โดยมีคนไทยเป็นคนลงทุนและเริ่มเปิดเพื่อขยายฐานลูกค้าในเมืองไทย กลุ่มลูกค้าก็จะเป็นคนไทยที่เคยไปเที่ยวที่ตลาดปลาชื่อดังและเคยลองแล้วกลับมาลองร้านนี้ในชื่อที่คุ้นเคย หรือคนญี่ปุ่น Expat ที่รู้จักร้านนี้ดีอยู่แล้ว เมนูหลักในปัจจุบันของร้านที่กรุงเทพมี Omakase Course, Sushi/Sashimi Set, Don ต่างๆ, Udon ### Omakase Course ### ที่ร้านนี้เค้าแบ่งเป็น 2 ช่วง Lunch Omakase Course กับ Dinner Omakase Course เมนูและราคาจะแตกต่างกันในแต่ละช่วง ช่วงกลางวันถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะอยู่ประมาณ 2,900++ บาท ขอพูดเน้นถึงเฉพาะ Dinner Course จะมีให้เลือก 3 Course/ระดับราคา คือ • AOZORA 3,300++ Baht/pax • SANDAIME 4,200++ Baht/pax 16-17 courses (ตัวที่ได้ลองครั้งนี้) • MIYABI 5,500++ Baht/pax [บรรยากาศร้าน:] ตกแต่งแบบร่วมสมัย ออกแบบในส่วนซูชิบาร์ยาวกินพื้นที่ร้านเกือบ 50% สำหรับลูกค้าที่จอง Omakase Course โดยเฉพาะ สำหรับลูกค้าที่ต้องการ Private เพื่อคุยธุรกิจ หรือสังสรรค์ในครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ทางร้านก็มีห้องส่วนตัวด้านในครับ ######################### << ประสบการณ์ Dinner Omakase Course “SANDAIME“>> เรียงตามลำดับ Course เลยครับ // Today’s Special Appetizer // เมนูเรียกน้ำย่อยประจำวัน เป็นกุ้งหวานเล็ก Ama Ebi ปั้นเป็นทรงปิรามิดเล็กๆทาโชยุ ตัวโชยุที่ใช้รสชาติไม่เข้มเกินไปดี ทำให้ไม่กลบความหวานของกุ้งครับ มีแต้มวาซาบิสดด้านบน // Sashimi 2 ชนิด // เสิร์ฟเป็นปลาเนื้อขาว 2 ชนิด แล่บาง พร้อมแผ่นเกลือหิมาลัยสีชมพูซึ่งมีความสามารถ antimicrobial หรือต้านเชื้อโรคในตัวอยู่แล้ว ทางร้านมีวิธีการทำความสะอาดและเก็บรักษาตามคู่มือครับ หมดกังวลเรื่องความสะอาดหรือเชื้อโรคได้ครับ ถึงแม้ว่าจะนำมาใช้ซ้ำครับ ปลาที่ใช้เสิร์ฟในวันนั้น จะมี Hata (ตระกูลปลาเก๋า texture จะออกแผ่นบางๆสไตล์ Fillet รสออกหวาน) กับ Manuke (คล้ายๆกับปลา Kinki ตัวนี้ปกติแพงมากในไทยครับ หากินยาก มีบางฤดู เป็นปลาน้ำลึก ตัวนี้เนื้อจะขาวแน่นกว่า Hata รสออกหวานมันดีครับ) วิธีการทานคือบีบมะนาวลงบนแท่นเกลือชมพูหิมาลัย จากนั้นนำชิ้นปลามาวางบนแท่นเกลือคลุกไปมา จะแต้มโชยุหน่อยก็ได้ แต่เท่าที่ผมลองทานทั้งแบบไม่แต้มโชยุกับแต้ม ผมว่ากินแบบธรรมชาติไม่แต้มดีกว่า ได้ความหวานแบบธรรมชาติดีครับ // Botan Ebi & Sea Shell Sashimi // เป็น Sashimi 2 ชนิด คือ กุ้งหวานใหญ่ Botan Ebi สดมากและเนื้อกรอบอร่อยดีมากครับ และ Akagai หรือหอยแครงญี่ปุ่นตัวใหญ่กว่าบ้านเรา เสิร์ฟบนเปลือกหอย เมนูนี้เป็นตัวที่ถ่ายรูปสวยขึ้นกล้องมากครับ // Amuse-bouche #1 // เมนูทำขึ้นพิเศษเฉพาะมื้ออย่างที่ 1 คือ Tachiuo ปลาดาบญี่ปุ่นเนื้อนุ่มหนังกรอบย่างกลิ่นหอมๆ พร้อมซอสไซเกียวรสกลมกล่อมดีครับ // Amuse-bouche #2 // เมนูทำขึ้นพิเศษเฉพาะมื้ออย่างที่ 2 คือ Chawanmushi on top with Hotate and Ikura ไข่ตุ๋นเนื้อเนียนด้านบนมีหอยเชลล์ Hotate ชิ้นใหญ่พร้อมไข่ปลาแซลมอน เมนูนี้ทำได้โอเคดีครับ ไข่ตุ๋นมาไม่แห้งไปและน้ำไม่นองบนผิวไป // Nakaochi Roll Set // ใช้มากุโรเนื้อขูดส่วนติดกระดูก โดยทางเชฟนำเนื้อปลาไปหมักโชยุทิ้งไว้ข้ามคืน เมนูนี้เสิร์ฟมาพร้อม สาหร่ายแผ่นเอาไปย่างก่อนให้กรอบๆมีกลิ่นหอม หอมญี่ปุ่นซอย ไช้เท้าดอง วิธีการทานใช้สาหร่ายห่อเนื้อปลาสับและส่วนผสมต่าง ๆให้ได้พอดีคำ แบบใช้มือหรือ Hand Roll ทางพนักงานบอกว่าสามารถม้วนเป็นแบบกรวยเหมือน Temaki หรือ ม้วนเป็นโรลปลายเปิดปกติก็ได้แล้วแต่ถนัด // 8 pcs Nigiri Sushi // เริ่มต้น Main Course คือซูชิแบบ Nigiri 8 คำ โดยเชฟเป็นคนปั้นเรียงตามลำดับการทานที่ถูกต้องจากปลาเนื้อสีอ่อนหรือปลาที่ไขมันน้อยกว่าไปเรื่อยๆ เสิร์ฟวางทีละอย่างเรียงมาดังนี้ 1. Shima Aji หรือปลาทูหางแข็ง ท็อปด้วยมัสตาร์ทเม็ด 2. Akami Suke top with miso sauce เมนูทั่วไปสำหรับร้าน Omakase ทุกที่ครับ ที่นี่เด่นที่เค้าจะ aging ปลา 3 วันก่อนครับ ท็อปด้วยมิโซะ หมักโชยุมาแล้วครับไม่ต้องทาโชยุอีกทีก่อนเสิร์ฟเหมือนคำอื่น คำนี้โอเค 3. Aori Ika ปลาหมึกกล้วยญี่ปุ่น เนื้อใส มีความกรุบกรอบ โรยเกลือภูเขาสีเทา คำนี้ผมชอบครับ 4. Aburi Wagyu ใช้วัวดำจาก Kagoshima เกรด A5 ได้กลิ่นเนื้อย่างไฟหอมดี แต่ผมว่าติดเหนียวนิดหน่อย 5. Aburi Otoro เหมือน Akami นำมา aging 3 วัน เวลาเสิร์ฟทาโชยุมาให้ หยิบเข้าปากได้เลย คำนี้ผมว่าก็ปกติ 6. Kinmedai คือปลาแดงญี่ปุ่น เป็นปลาเนื้อขาวที่มีความมันในตัวสูง หมักซอสโชยุ ก่อนเสิร์ฟเชฟจะเบิร์นไฟ เสิร์ฟต่อ Otoro เลย มันนุ่มต่อเนื่อง 7. Anago Aburi ปลาไหลทะเลย่าง ด้านบนจะขูดผิวส้มยูซึโรยมาเล็กน้อย คำนี้ผมว่าออกแห้งไปหน่อย 8. Uni Ikura ข้าวหน้าไข่หอยเม่นและไข่ปลาแซลมอน เสิร์ฟมาเป็นถ้วยเล็ก โปะด้วยไข่หอยเม่น 2-3 ชิ้น ถามเชฟเป็น Uni จากฮอกไกโดครับ สายพันธุ์ Bafun เนื้อจะแน่นไม่เหลวเห็นเป็นลิ่ม ตัวนี้เป็นที่นิยมทั่วไป หาไม่ยากมากครับ หวานและหอม จุดเด่นที่ชอบของร้านคือเค้าจะเทน้ำซุปดาชิ (Dashi) ใสมีกลิ่นผสมของปลาต้มลงไปด้วย เพิ่มความหอมและไม่แห้งไป ผมเคยไปทาน Omakase ที่ร้านอื่น ส่วนใหญ่จะเป็นเสิร์ฟแปะบนข้าวเฉยๆ หรือไม่ก็ห่อสาหร่ายมาครับ // Negitoro Roll // ข้าวห่อสาหร่ายเอาปลามากุโรส่วนท้องมาขูด หมักกับโชยุ เหมือนกับตัว Hand Roll ก่อนเข้า Main Course // Miso Soup // ที่ร้านจะเรียกพิเศษว่าเป็นซุปมิโซะขาว ใส่สาหร่าย Aonori เป็นเส้น ๆ ที่จะขึ้นตามโขดหิน เวลาขูดต้องใช้เปลือกหอย // Yuzu Sorbet // ของหวานตบท้าย เป็นไอศกรีม Sorbet ทางร้านบอกว่านำเข้าจากญี่ปุ่นเลย เปรี้ยวจี๊ดเลย มีเนื้อส้มผสมอยู่ในไอศกรีมพอรู้สึกได้ครับ ####### คหสต สำหรับประสบการณ์ Omakase ที่นี่ ####### • ความสดและคุณภาพของวัตถุดิบหน้าซูชิ: เลอค่ามากตามมาตรฐานของร้าน Omakase ระดับราคาประมาณนี้ครับ ที่นี่คงได้เปรียบระดับหนึ่งเพราะเค้าเป็นร้านขายส่งปลาโดยตรงในตลาดปลา Tsukiji ดังนั้นการคัดเลือกวัตถุดิบจึงทำได้ดีกว่า รวมถึงเรื่องราคาที่ได้แบบราคาส่งเหมือนเป็น Supplier เองในตัว ดังนั้นราคาขาย Course หนึ่งจึงไม่สูงมากครับ • ข้าวซูชิ: เท่าที่ผมทราบส่วนใหญ่ร้าน Omakase จะใช้ข้าวสายพันธ์ของโคชิฮิคาริจากเกาะฮอกไก เพราะเม็ดข้าวที่ใช้ปั้นซูชิจะดูเรียงกันสวยงามดี ที่นี่เชฟบอกว่าเค้าใส่เป็นน้ำส้มดำผสมลงไปเวลาหุงครับ ## คหสต เรื่องรสชาติข้าวผมว่าน้ำส้มที่ใส่ลงไปกำลังดีไม่ทำให้มีรสเปรี้ยวเด่นไป แต่ผมว่าเค้าปั้นข้าวซูชิแน่นไปนิดครับ และตัวข้าวอุณหภูมิเริ่มเย็น ผมใช้มือหยิบซูชิเข้าปาก เลยพอสัมผัสได้ เวลาเคี้ยวในปากจะไม่แตกทันทีต้องมีเคี้ยวหน่อยเพื่อให้รสชาติผสมกลมกลืนกับปลา เข้าใจว่าเป็นที่แรงกดและจำนวนครั้งในการบีบเวลาปั้นซูชิครับ • วิธีการเสิร์ฟอาหารบางอย่างที่ดูมีความแตกต่าง เช่น ใช้แผ่นเกลือหิมาลัยในการถูกับปลาให้ความเค็ม แต่ผมว่าอาจมีข้อเสียนิดหน่อยคือลูกค้าอาจจะกะน้ำหนักหรือจำนวนครั้งในการถูชิ้นปลาบนแผ่นเกลือนี้แต่ละครั้งไม่เท่ากัน รสชาติแต่ละคำอาจแตกต่างกัน ซึ่งมองเป็นข้อดีก็ได้คือลูกค้าสามารถกำหนดรสชาติได้เองตามชอบ ผมเคยทานที่อื่นส่วนใหญ่เกลือหิมาลัยเค้าจะโรยบน Amuse-bouche หรือคำซูชิโดยตรงจากเชฟครับ หรืออีกอย่างคือการนำน้ำซุปดาชิมาราดลงบน Uni กับข้าวซูชิ เพื่อเพิ่มความหอมและทานได้คล่องคอขึ้น • สไตล์การเสิร์ฟและบรรยากาศร้าน เป็นรูปแบบที่ผมเพิ่งเคยได้มาสัมผัสครับ จะเรียกว่าเป็น Fine Dining แบบ Tsukiji Style ก็ได้ครับ ปกติแล้วเวลาผมไปทาน Omakase Course ส่วนใหญ่เค้าจะจัดเป็นห้องส่วนตัวเลย นั่งทานพูดคุยกับเชฟข้างหน้าเราได้โดยตรงตลอดเวลา ของที่ร้านนี้ดูเหมือนจะเป็นพื้นที่เปิดส่วนหลักของร้านเลยที่นั่งทาน เวลาลูกค้าเดินผ่านเข้ามาในร้านก็จะเห็นได้ อีกอย่างคือสไตล์การเสิร์ฟปกติที่เคยทานเชฟจะปั้นเป็นคำต่อคำ แล้วยื่นมาให้เราแบบสดๆเป็นชนิดๆไปครับ ตอนที่ไปทานเค้าจะทำทีเดียวเรียงกันตามจำนวนคนแล้วทยอยเสิร์ฟ แล้วเริ่มเตรียมทำคำถัดไปต่อเลยเรียงเพื่อเตรียมเสิร์ฟ ผมเข้าใจว่าคงเป็นสไตล์ของร้านเค้าเหมือนที่ในตลาดปลา ซึ่งลูกค้าต่อคิวกันหน้าร้าน ดังนั้นจำเป็นต้องรีบให้ลูกค้าหมดเป็นรอบๆไปครับ • รูปแบบการจัดแสงไฟในบริเวณที่ทาน Omakase และบรรยากาศรอบๆ ก็เกี่ยวเนื่องกับข้อก่อนหน้าครับ ปกติแล้วที่เจอจะเป็นห้องและแสงไฟส่องสว่างจะสีนวลส้มๆ ทำให้อาหารดูน่าทาน และถ่ายรูปสวยขึ้นมากครับ ของที่นี่จะเป็นกระจกใสบานใหญ่ด้านหลังเชฟเลย และเพดานสูงหน่อย • อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือความรู้ในเรื่องวัตถุดิบต่างๆของเชฟหน้าบาร์รวมถึงพนักงานที่คอยดูแลเรา เพราะ Omakase เป็นเหมือนประสบการณ์หนึ่งที่ลูกค้ายอมจ่ายเงินมาทานและคาดหวังในเรื่องคุณภาพวัตถุดิบและข้อมูลต่างๆในสิ่งที่ทางเชฟทำให้ทาน เรื่องนี้ทางร้านถือว่าทำได้ผ่าน พนักงานรวมถึงเชฟที่เป็นคนไทยสามารถตอบให้ข้อมูลทางผมได้หลายๆเรื่องอยู่ครับ การที่เรามานั่งทาน Omakase Course เหมือนเราได้ซื้อความไว้วางใจในเรื่องคุณภาพวัตถุดิบและมากไปกว่านั้นคือฝีมือของเชฟมาเปราะหนึ่งแล้วครับ ไม่ใช่เสี่ยงดวงที่ร้านเอา ดังนั้นเรื่องความมีชื่อเสียงหรือน่าเชื่อถือในชื่อร้านหรือประสบการณ์ของเชฟต่างๆจึงสำคัญมากสำหรับร้านที่เปิดให้บริการ Omakase อย่างร้านนี้ที่ใช้ชื่อร้านที่เป็นที่รู้จักในตลาดปลาซึกิจิเป็นสาขามาเปิดในไทยครับ ความคุ้มค่าไม่ใช่ที่ความอร่อยอย่างเดียวแต่อยู่ที่สิ่งซึ่งได้รับในการใช้บริการด้วยครับ ซึ่งถือว่ามื้อนี้ที่ได้รับเชิญมาผมก็ค่อนข้างประทับใจอยู่ครับ สรุปถ้าให้จัด Positioning ร้านนี้ก็เหมือนเป็น Omakase ระดับกลาง (แง่ของราคา) วัตถุดิบสดคุณภาพดีจากผู้ค้าส่งปลาโดยตรง และได้ประสบการณ์ใกล้เคียงกับร้านดั้งเดิมที่ในตลาดปลา Tsukiji ครับ

Today's Special Appetizer
Botan Ebi Sea Shell Sashimi
Nakaochi roll set
อื่นๆ
UNI Ikura With Dashi Sauce
หน้าร้าน
บรรยากาศ
หน้าร้าน
บรรยากาศ
บรรยากาศ
บรรยากาศ
บรรยากาศ
บรรยากาศ
บรรยากาศ
บรรยากาศ
ป้ายราคาหรือสมุดเมนู
ชาเขียวร้อน
Today's Special Appetizer
Sashimi With Himalayan Salt
Sashimi With Himalayan Salt
Akagai
Tachi-uo
Tachi-uo
Chawanmushi on top with Hotate and Ikura
Chawanmushi on top with Hotate and Ikura
BOTAN EBI
Nakaochi roll set
DRAFT BEER
อื่นๆ
อื่นๆ
SHIMA AJI
Akami Suke top with miso sauce
Aori Ika
WAGYU SUSHI
Aburi Otoro Nigiri Sushi
KINMEDAI
Anago
UNI Ikura With Dashi Sauce
Miso soup
NEGITORO MAKI
NEGITORO MAKI
Yuzu Sorbet
Yuzu Sorbet
Aburi Otoro Nigiri Sushi
UNI Ikura With Dashi Sauce
ตัวกรอง
เรียงตาม
ยอดนิยม
photo
PouyAroiallaround
10.3k2.7k30.9k
ยืนยันตัวตนแล้ว
6 มิ.ย. 2018
ดูแล้ว 930
Quality Review
ชื่นชมกับรสชาติอาหาร ปรุงไม่มากแต่ครบรส ทั้งสดและมีคุณภาพ
ราคาต่อหัว: มากกว่า 1,000 บาทเมนูเด็ด: Negi Toro Maki, OTORO, UNI Ikura With Dashi Sauce, Nakaoshi Roll Set, Tachi-uo, Sashimi With Himalayan Salt, Akami wasabi miso, Omakase course, Yuze Sorbet

วันนี้พามาทานร้านอาหารญี่ปุ่นTsukiji Aozoma Sandaime ร้านซูชิสไตล์เอโดะ ที่เป็นสาขาของร้านที่ตลาดปลาซึกิจิที่โตเกียว รวมทั่งมีสาขาที่นาโกย่าด้วยคะ การตกแต่งร้านสวยหรูตามสไตล์ญี่ปุ่น จุดเด่นของที่ร้านคือเค้าเตอร์บาร์ไม้ยาวมาก ถ้าชอบดูกระบวนการทำอาหารทั้งการปั้นซูชิ การหั่นปลา การเบิร์นไฟ การจัดจาน ขอบอกเลยว่าเป็นอรรธรสที่ดีเยี่ยมของอาหารมื้อนี้เลยคะ แต่หากต้องการความส่วนตัว ด้านในก็มีโต๊ะนั่งส่ว...อ่านต่อ

photo
Yee_FullandFun
4.3k5.4k56.6k
ยืนยันตัวตนแล้ว
4 ต.ค. 2018
ดูแล้ว 3,275
Quality Review
ร้านซูชิโอมากาเสะ หนึ่งร้านท๊อป 5 ในตลาดปลาซึกิจิ มาเปิดที่สุขุมวิท 24 นี่เอง
ราคาต่อหัว: มากกว่า 1,000 บาทเมนูเด็ด: Omakase course

เพื่อนญี่ปุ่นสายรับประทานแจ้งข่าวมานานหลายเดือนว่าร้าน Sandaime ร้านโปรดของครอบครัวนางมาเปิดที่กรุงเทพฯแล้ว ชื่อร้าน “Tsukiji Aozora Sandaime Bangkok” ให้รีบตามไปทานด่วน แต่ก็ไม่ได้ไปซักทีจนโอกาสเหมาะได้มาร่วมงานเทสติ้งกับวงในสำหรับมื้อพิเศษในวันนี้ ประวัติดั้งเดิมของร้าน คือเป็นร้านค้าส่งปลาประสบการณ์มากกว่าร้อยปีที่ตลาดปลาสึกิจิ โดยทายาทรุ่นที่ 3ได้เริ่มธุรกิจร้านซูชิ สไตล์เอโดะ ด้วยปณิธานสู...อ่านต่อ

photo
LunnyToon
7.7k2.4k26.5k
ยืนยันตัวตนแล้ว
21 มิ.ย. 2018
ดูแล้ว 398
Quality Review
ดินเนอร์ โอมากาเสะ กับ Wongnai Tasting
ราคาต่อหัว: มากกว่า 1,000 บาทเมนูเด็ด: OTORO

บรรยากาศการตกแต่งของทางร้านจะตกแต่งในสไตล์ Contemporary ร่วมสมัย เน้นออกแบบให้ลูกค้าสนุกกับไอเดียของอาหาร ผ่านการสรรสร้างจากเซฟ ดังจะได้เห็นการออกแบบส่วนของเคาน์เตอร์บาร์ สำหรับลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัว เพื่อคุยธุรกิจ หรือสังสรรค์ภายในครอบครัวทางร้านมีส่วน Private ที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นไว้รองรับลูกค้าด้วย Omakase Coures นำเสนอโดนเซฟญี่ปุ่นที่มีประสบการ์ณกว่า 35 ปี เชฟจะเป็นผู้คัดสร...อ่านต่อ

photo
Maam Journey
16.4k1.7k25.6k
ยืนยันตัวตนแล้ว
SPONSORED REVIEW
8 มิ.ย. 2018
ดูแล้ว 337
Quality Review
เปิดประสบการณ์ Omakase ที่คุณภาพดี สดอร่อย
ราคาต่อหัว: มากกว่า 1,000 บาทเมนูเด็ด: ปลาดาบย่างมิโซะ, Grilled Wagyu A5 Sushi, Grilled Otoro Sushi, Ginmedai Sushi

วันนี้มาร่วมกิจกรรม Wongnai Testing ค่ะ โดยจัดที่ “Sandaime Bangkok” มีชื่อเรียกเต็ม ๆ ว่า Tsukiji Aozora Sandaime Bangkok เป็นร้านซูชิโอมากาเสะ (Omakase) ชั้นเลิศ ที่มีต้นกำเนิดมาจากตลาดปลาซึกิจิ ตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดใจกลางเมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และที่นี่ยังส่งตรงวัตถุดิบชั้นเลิศจากตลาดปลาซึกิจิ ส่งมาทุก 2 วันด้วยค่ะ และบางวัตถถุดิบจะมีตามฤดูกาลเท่านั้น เสิร์ฟความอร่อยตามต้นตำรับญี่ปุ่นขนาด...อ่านต่อ

photo
Deaw' Danai Sup'
12k3.8k47.1k
ยืนยันตัวตนแล้ว
SPONSORED REVIEW
22 มิ.ย. 2018
ดูแล้ว 151
Quality Review
Omakase คุ้มสุดๆ 17 courses เพียง 4,200 บาท
ราคาต่อหัว: มากกว่า 1,000 บาท

ร้าน Tsukiji Aozoma Sandaime ร้านสาขาจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีสาขาหลักอยู่ที่ตลาดปลาซึกิจิ (tsukiji) กรุงโตเกียว โดยสาขาที่กรุงเทพ จะอยู่บริเวณ Lobby ของโรงแรม Compass Skyview สุขุมวิท 24 ครับ ทางร้าน Sandaime (Bangkok) จะนำเข้าปลา และวัตถุดิบหลักๆ มาจากประเทศญี่ปุ่นทุกๆ 2 วัน เพื่อความสดใหม่ และแปลกใหม่ของของอาหารสดในทุกๆ มื้อ โดยมีเมนู sushi Sashimi udon don ต่างๆ ครับ แต่ที่พิเศษก็จะเป็น O...อ่านต่อ


อ่านรีวิวร้านอื่นๆ ที่สมาชิกวงในแนะนำ

Salada Organic Kitchen บี ดี เอ็ม เอส เวลเนสเซ็นเตอร์ ปาร์คนายเลิศ
Ad ·
Salada Organic KitchenBDMS เพลินจิต
กินง่าย ได้สุขภาพ! ร้านอาหารออร์แกนิกรสเลิศ พร้อมวัตถุดิบสดถึงใจ
Pop.co Chamchuri Square
Ad ·
Pop.coChamchuri Square
พรีเมียมป๊อปคอร์นหอมเนยสดแท้และวัตถุดิบนำเข้าจาก USA มีให้เลือกทั้งหมด
฿