เดินทางออกจาก กทม. ย่านเขตสายไหม มุ่งตรงสู่ตัวเมืองน่าน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมงครึ่ง เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว นั่ง 4 คน ผู้ใหญ่ 2 และเด็กเล็ก 2 ใช้เส้นทางถนนพหลโยธิน เข้าถนนสายเอเชีย แล้วตัดเข้าถนนสาย 11 ที่พิษณุโลก เส้นทางขับง่าย สะดวก และขับสนุก คืนแรกนี้เข้าพักในตัวเมืองก่อน 1 คืน ที่บ้านไม้ภูมินทร์โฮมสเตย์ น่าน
เดินทางมาเหนื่อยแล้ว ได้แค่กินอาหารรองท้องในรถ มื้อเย็นนี้จัดหมูกระทะแก้หนาวซะหน่อย ร้านเวียงสาหมูกระทะ 2 บ้านท่าลี่ 2 ห่างจากที่พักไม่เกิน 200 เมตร น้ำจิ้มที่นี่ไม่เหมือนที่ไหน สูตรเฉพาะ ก็อร่อยไปอีกแบบ เสริ์ฟเป็นชุด ชุดใหญ่กิน 3-4 คนสบายๆ แล้วค่อยสั่งเป็นจานเพิ่มได้ ตับที่นี่นุ่มอร่อยทีเดียว
กินเสร็จมีแรงแล้วก็ต้องไปเดินย่อย ผ่านที่พักเข้าไปในตัวเมือง ถึงวัดภูมินทร์และวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ซึ่งห่างจากที่พักประมาณ 300 เมตร ช่วงไม่เกิน 3 ทุ่มยังเปิดไฟสว่างที่ตัววัด ทำให้ตัวเมืองดูสวย เหมาะกับการเข้าชมและถ่ายรูป
ถ่ายรูปเสร็จก็เข้านอนเอาแรง พรุ่งนี้เดินทางต่อ
ตื่นแต่เช้าประมาณ 6 โมง อุณหภูมิประมาณ 16 องศาเซลเซียส ความชื้นนิดหน่อยพอให้เย็นๆ เช้าแบบนี้ต้องหาของกินจากร้านเก่าแก่ ไปที่ร้านเลิศรสเลย เมนูหลักที่ชอบสั่งกันคือ ต้มเลือดหมู นอกจากน้ำซุปที่อร่อยจากผักจิงจูไฉ่แล้ว เครื่องในอย่างตับและกระเพาะยังนุ่มหนึบ หมูก็ทำดี อร่อย ใส่พริกไทยเพิ่มเข้าไปยิ่งหอมเลย
กินข้าวเช้าเสร็จก็สามารถหาขนมเพิ่ม หรืออาหารกล่องติดมือไปด้วยได้ ที่ตลาดตั้งจิตอนุสรณ์ มีอาหารหลากหลาย ทั้งอาหารสด อาหารกล่องสำเร็จ ฯลฯ
มื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว พร้อมเดินทางกันประมาณ 10 โมง เพื่อตรงไปยังอุทยานแห่งชาติขุนน่าน อยู่ห่างจากตัวเมืองน่านประมาณ 95 กม. ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. 15 นาที เป็นเส้นทางขึ้น-ลงเขา จะผ่านบาหลีน่าน, โค้งหมายเลข 3, บ่อเกลือ ช่วงเทศกาลจะรถติดบริเวณนั้นบ้าง เมื่อถึงอุทยานแล้วก็จัดการกางเต๊นท์ โดยทางอุทยานคิดค่าเข้าสำหรับผู้ใหญ่ 30 บาทต่อคน ค่ากางเต๊นท์ 30 บาทต่อคนต่อคืน
กางเต๊นท์เสร็จก็เกือบเย็นแล้ว เพราะเอาเต๊นท์ไป 2 หลัง รวมถึงครัวด้วย คืนนี้ซ้ำหมูกระทะอีกรอบ (เอาไปเอง) ก็ได้บรรยากาศชิลล์ๆ ดี อุณหภูมิช่วงหัวค่ำประมาณ 18 องศาเซลเซียส กินเสร็จเก็บล้าง เข้านอนได้ เอาแรงไว้เที่ยวพรุ่งนี้
อุณหภูมิยามเช้ามืดประมาณ 14-16 องศาเซลเซียส น้ำค้างแรงก็จะยิ่งรู้สึกเย็นกว่า เหมือน 10-12 องศาเซลเซียส มานอนอุทยานแนะนำติดถุงนอนมาด้วย สำหรับคนชอบความหนาวก็ไม่ต้องหนามา คนขี้หนาวก็หนาๆ หน่อย ชงกาแฟร้อนๆ กินแก้หนาว พอแดดออกก็ค่อยอาบน้ำ ซึ่งน้ำก็ยังเย็น ห้องน้ำที่นี่สะอาดดี อาจจะมีเศษหญ้าเข้าไปบ้าง เนื่องจากนักท่องเที่ยวบางคนเข้าแล้วไม่ดูแล แต่แม่บ้านจะเข้ามาล้างรอบเช้าประมาณ 10:30 ห้องน้ำรองรับทั้งผู้สูงอายุและคนพิการด้วย
พร้อมเที่ยวกันแล้ว ไปสะปันกันก่อนเลย วิวที่นี่ดีมากๆ แนะนำขึ้นไปทางวัดสะปัน จอดรถในบริเวณวัด ไหว้พระ ชมวิว แล้วจิบกาแฟได้ที่ หยุดเวลา คาเฟ่ มีดีที่วิวจริงๆ
ชมวิวแล้วยังไปต่อกันได้ที่น้ำตกสะปัน ซึ่งอากาศเย็นสบายกว่าที่วัด น้ำตกไม่ใหญ่มาก เหมาะกับการนั่งปิคนิกทีเดียว จากน้ำตกสะปันก็เดินทางลงไปบ่อเกลือโบราณ สังเกตุทางเข้าได้ง่าย อยู่ 3 แยกใหญ่ ป้ายชัดเจน มี 2 บ่อคือ บ่อเจ้าซางคำและบ่อเจ้าสม แสดงการทำเกลือสินเธาว์ หากโชคดีเจอเจ้าของก็จะได้ความรู้ถึงความเป็นมา การผลิต และการจัดส่ง ภายในบริเวณบ่อก็ขายสินค้าพื้นที่ด้วย รวมถึงสินค้าแปรรูปจากเกลือสินเธาว์
เที่ยวบ่อเกลือเสร็จก็ใกล้เย็นแล้ว แวะซื้ออาหารสดและเครื่องดื่มได้ที่ Lotus บ่อเกลือ จะได้ไม่ต้องเสียเวลากลับลงมา กลับที่พักทำอาหารเย็น กินดื่มให้ครึ้มๆ แล้วเข้านอนได้
วันนี้กะกินและเที่ยวในตัวเมืองแล้วค่อยกลับมานอนที่อุทยาน (ชอบขับรถ) ปักหมุดไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่าน ซึ่งอยู่ทางแยกเดียวกับวัดภูมินทร์และวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เดินทางเส้นเดิมก็เข้าถึงตัวเมืองน่านประมาณเที่ยงวัน ได้ร้านต้มเลือดหมูอีกตามเคยแต่เป็นอีกเจ้าดังของตลาดตั้งจิตอนุสรณ์ คือ ร้านหนุ่มต้มเลือดหมู ที่นี่ก็ใช้ผักจิงจูไฉ่เช่นกัน น้ำซุปจะเน้นหอมกระเทียมเจียว แต่หัวใจสำคัญคือ ตับและหมู ที่สดและเด้ง น่ากิน ราคาไม่แพง เจ้าของร้านใจดีชอบชวนคุย
กินเสร็จแล้วเที่ยวพิพิธภัณฑ์เลย หาที่จอดข้างทางหรือในพิพิธภัณฑ์ก็ได้ตามสะดวก อากาศช่วงนี้เย็นสบาย เดินถ่ายรูปรอบๆ และในพิพิธภัณฑ์ก็สะดวก ไม่ร้อน ผู้ใหญ่เข้าชมคนละ 20 บาท ภายในจัดแสดงทั้งพระพุทธรูปโบราณ ทำจากไม้และสำริด จัดแสดงประวัติการปกครองของเมืองน่าน เครื่องแต่งกาย อาวุธ และเครื่องโบราณต่างๆ น่าชมมากสำหรับสายโบราณคดี
ชมพิพิธภัณฑ์เสร็จก็เข้าวัดภูมินทร์ไหว้พระอีกครั้ง ช่วงกลางวันคนเยอะ ถ่ายรูปไม่สะดวก แต่ก็จะได้ชมจิตรกรรมฝาผนังชัดกว่ากลางคืน ออกจากวัดภูมินทร์แวะไหว้พระที่วัดพระธาตุแช่แห้งอีกแห่ง เป็นวัดที่สวยงาม เหลืองอร่าม ภายในวัดทีพระพุทธรูปหลายปางให้กราบไหวขอพร
ไหว้พระเสร็จแล้วเดินทางกลับอุทยาน ผ่านโค้งเลข 3 บังเอิญได้ที่จอดพอดี ให้ลูกชายลงไปเป็นนายแบบสักรูป
เสร็จทุกอย่างแล้ว กลับอุทยาน นอนเอาแรงเพื่อเก็บเต๊นท์และเดินทางกลับ กทม ในวันพรุ่งนี้
วันนี้เป็นวันเดินทางกลับ กทม. แต่วางแผนว่า พักที่แพร่ก่อน เนื่องจากช่วงเช้าวันนี้ต้องเก็บเต๊นท์ แดดตั้งแต่ 9 โมงแรงดีมาก เต๊นท์แห้งสนิทราวบ่าย 2 จึงอาบน้ำแล้วเดินทางลงไปแพร่ โดยต้องผ่านตัวเมืองน่านก่อน (เส้นทางไม่มาก) คืนวันนี้เข้าพักที่โรงแรมปริญศิริ เพลส 2 อยู่ก่อนเข้าตัวเมืองแพร่ เงียบสงบดี ห้องใหม่ สะอาด แอร์เย็น สะดวกในการเข้าตัวเมืองแพร่ด้วย
เช็คอินเสร็จแล้ว ได้เวลาหาของกิน เข้าไปที่ประตูชัย ของกินเพียบ ทั้งบะหมี่ ข้าวหมูแดงหมูกรอบ อาหารตามสั่ง ไอศครีม ของทอด น้ำปั่น โรตี ทาโกะยากิ น้ำเต้าหู้ น้ำขิง ฯลฯ
กินเที่ยวที่ประตูชัยเสร็จแล้ว ขับรถชมเมืองยามค่ำคืนแล้วกลับที่พัก นอนเอาแรงขับรถกลับวันพรุ่งนี้
กลับ กทม. ทัน Countdown โดยออกจากแพร่ประมาณ 9 โมงเช้า ใช้ถนนหมายเลข 11 แวะแยกเด่นชัยเพื่อกินข้าวเช้าก่อน ที่ก๋วยเตี๋ยวหมูเด้ง สูตรมะนาว เด่นชัย ร้านนี้แซ่บมาก เมื่อก่อนเคยเป็นก๋วยเตี๋ยวดู๋ดี๋ยกธง มีทั้งข้าวมันไก่ ข้างหมูแดง บะหมี่หมูแดง ซึ่งเลือกระดับความเผ็ดได้
เสร็จแล้วเดินทางกลับ ใช้ถนนหมายเลข 11 ตามเดิม ยาวไปถึงสิงห์บุรีแล้วขึ้นถนนสายเอเชีย ไปสุดที่ถนนพหลโยธิน กลับเข้าถนนสายไหมก็ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ทริปนี้ขับสนุกด้วย Toyota Camry SXV20 เครื่อง 2.2L (ปี 2001) ใช้แก้ส LPG ทั้งสิ้น 184.84 ลิตร ระยะทางรวม 1,703 กม. ทั้งทางราบและขึ้น-ลงเขา
ส่งหัวใจและแชร์ทริปนี้เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าของบทความ















































































































































































