วันแรกของทริป ลงเครื่องถึงกระบี่ตั้งแต่ 9 โมงเช้า ด้วยความที่หิวมาก เลยขอหาอะไรรองท้องหน่อย
ร้านดังที่มากระบี่แล้วห้ามพลาดเด็ดขาด มีอาหารให้เลือกเยอะมาก และคนก็เยอะมากเช่นกัน🥺
ร้านกว้างขวางพอสมควร เข้ามาด้านหน้าก็จะเจอกับติ่มซำให้เลือกมากมาย รวมไปถึงเมนูตุ๋นๆ ของทอด และทีเด็ดเลยคือขนมจีนน้ำยาปูกับข้าวเหนียวหมูทอด มาแล้วไม่สั่งถือว่าพลาดจริงๆ🍜🥓
👉🏻 ด้วยความที่คนเยอะมาก เลยขอไล่ลำดับการสั่งไว้ให้ เผื่อใครไปจะได้ไม่งงเหมือนเรา
1️⃣ ไปหาที่นั่ง จำเลขที่โต๊ะไว้
2️⃣ เดินไปสั่งของที่ต้องการ ถ้าเป็นติ่มซำก็แจ้งเลขที่โต๊ะ เดี๋ยวพนักงานจะเอามาเสิร์ฟให้ แต่ถ้าเป็นฝั่งขนมจีน หมูทอด ของทอด อันนี้สั่งแล้วหยิบมาได้เลย
3️⃣ น้ำ สั่งที่โต๊ะกับพนักงานได้เลย
ง่ายๆแค่นี้ ก็อิ่มอร่อยกันได้แล้ว ~~
หลังจากที่ท้องแน่นไปด้วยติ่มซำจากโพสต์ที่แล้ว เดินมาอีกไม่ถึง 20 ก้าว เจอคาเฟ่จ้าา รออะไรล่ะ แวะเข้าไปเล้ยย คาเฟ่ฮอปปิ้งกระบี่ต้องมาแล้วแหละ
ร้านตกแต่งน่ารักปุ๊กปิ๊ก เน้นโทนไม้และของตกแต่งอีกมากมาย นึกว่าหลุดไปอยู่ในนิทานเรื่องนึงเลย🐇🍁
🍰🍹ขนมและเครื่องดื่มก็พรีเซ็นต์ได้น่ารักมากเช่นกัน สีสันสะดุดตา รสชาติดีเลยด้วย
ต่อมาสถานที่ที่ 3 ก็คือ สระมรกต | Emerald Pool 💎
💦 หนึ่งในจุดหมายปลายทางของใครหลายคนเมื่อมาเที่ยวกระบี่
และก็เป็นหนึ่งในจุดหมายของเราด้วยเช่นกัน มากระบี่แล้วไม่มาสระมรกต ก็คงจะรู้สึกว่ามาไม่ถึง แม้ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักกันมาค่อนข้างนานแล้ว แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นไปชมอย่างไม่ขาดสาย💦
กว่าจะเดินลงไปก็ใช้เวลาสักพัก ตอนนี้เวลาประมาณบ่ายโมงกว่าแล้ว เหมือนจะท้องร้องอีกรอบ รีบไปต่อกันเถอะ
เราจะขับรถยิงยาวจากสระมรกตไปที่อ่าวนาง ซึ่งเป็นที่พักของทริปนี้กันเลยนะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงได้
หลังจากขับรถอย่างยาวไกล ก่อนเข้าที่พักก็จะต้องหาอะไรกินกันอีกแล้ว
ตกลงปลงใจที่ร้านนี้ อยู่ใกล้กับอ่าวนาง
อิ่มแล้ว ควรไปที่พักเพื่อรีบ Check-in ได้แล้วแหละ
🏖 โรงแรมตั้งอยู่ใกล้อ่าวนาง ดันไปช่วงนี้อ่าวนางก็คือเงียบมากก ร้านค้าปิดเกือบหมดเลย ถ้าอะไรดีขึ้น คงจะคึกครื้นมีชีวิตชีวากว่านี้แน่นอน แต่อย่างน้อยก็มีข้อดีนะ พอคนไม่เยอะก็จะแออัดและไม่วุ่นวายนั่นเอง
สระว่ายน้ำเท่าที่เห็นมี 2 ที่ คือโซนใหญ่ด้านล่าง กับชั้น 5 ฝั่งติดภูเขา สระส่วนตัวมากกก วิวดีอยู่
สระว่ายน้ำอลังการมาก แถมยังมีอยู่ที่ชั้น 5 ของอีกตึกด้วย
🏢 ในส่วนของห้องพัก เลือกห้องธรรมดา deluxe mountain view จ่ายไปไม่ถึง 1,200.- /คน/ 2 คืน ได้อาหารเช้าทั้ง 2 วัน ดีไปอี้กกก
ห้องพักแบบอื่นๆก็คือน่าอยู่มากกกก ทั้งอ่างอาบน้ำส่วนตัว สระส่วนตัว รูฟท็อป ไปส่องกันในเว็บไซต์ที่พักได้ เห็นแล้วจะอยากไปกันแน่นอน คอนเฟิม !!
•บริการอื่นๆ•
👩🏻🦱 นวดผ่อนคลาย ราคาเริ่มที่ 250.- นวดประมาณ 1 ชั่วโมง
💪🏻 ห้องฟิตเนส
🍸 บาร์ ไว้นั่งชิลยามค่ำคืน
🍣 บุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น ใช้สิทธิ์เหลือแค่ 360.-/คน
🔥 Fire Show โชว์ควงไฟทุกวันเสาร์
👶🏻 Kid's Club
ตื่นแต่เช้ามาห้องอาหารซึ่งเปิด 07.00 น. เวลานี้คนก็มากันเยอะแล้วนะ
ห้องอาหารจุคนได้พอประมาณ อาหารมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งไทย อินเตอร์ ยุโรป อย่างละนิดละหน่อยก็คืออิ่มสุด 🥖🥞🍕🥗
กินอิ่มแล้วก็เตรียมตัวไปทริปทัวร์เกาะพีพี ราคาประมาณ 1,200.-
🕣 รถตู้มารับที่โรงแรมช่วง 8-9 โมงเช้า รับหลายที่ ฉะนั้นโปรดตรงเวลานะ จะได้ไม่กระทบคนอื่น
รถตู้มาส่งเราที่จุดขึ้นเรือบริเวณอ่าวนาง รอไม่นาน สปีดโบ้ทก็มา
หลังจากแว๊นเรือโต้คลื่นมาชั่วโมงกว่า ก็มาดรอปกันที่จุดแรก "เกาะไผ่" ตรงนี้จะเป็นเหมือนหาดกว้างๆ ลงทะเลได้ มีฝั่งที่เป็นต้นไม้สีเขียว อยากได้รูปมุมไหนเลือกเลย
จากเกาะไผ่ นั่งเรือไม่นานก็ถึงจุดที่ 2 "พีพีเล"
💦 อ่าวปิเล๊ะ ไฮท์ไลท์ของทริป เป็นอ่าวปิดที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาทุกด้าน สวยงามมากจริงๆ ตรงนี้สามารถลงเล่นน้ำดูปลาได้
🐤 ถ้ำไวกิ้ง ไม่ได้ลงเช่นกัน เป็นจุดที่มีรังนกนางแอ่น
🐒 เกาะลิง เรือขับช้าๆเพื่อให้เราได้ถ่ายรูปลิงน้อยที่อยู่ตามต้นไม้
นั่งเรืออีกไม่นาน ก็จะมาที่เกาะพีพี จุดพักของเรา
🏝 เกาะพีพี
จุดสุดท้ายที่เรามาพักเหนื่อยแบบจริงๆ เกาะใหญ่กว่าที่คิด แวะกินข้าวเที่ยง เดินชิลๆ หาซื้อขนมและของฝาก
ปิดทริปอย่างสวยงาม กลับมาถึงที่พักประมาณบ่าย 3 นิดๆ
กลับที่พักมากินบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นกันต่อ นี่มันทริปเปลี่ยนที่กินชัดๆ !!! ราคาเต็ม 599 ใช้สิทธิ์เราเที่ยวด้วยกันเหลือประมาณ 360 บาท กินได้ 2 ชม. โดยรวมโอเคนะ แต่ทำค่อนข้างช้าไปหน่อย
ยังไม่วายจะอิ่ม ไปคาเฟ่ต่อจ้าา แต่เสียดายร้านใกล้ปิด + อิ่ม เลยสั่งมาแค่ขนม
ต่อด้วยการไปเดินถนนคนเดินในตัวเมือง ไม่ได้ถ่ายบรรยากาศมาฝาก แต่ภาพรวมคือเงียบมากๆเลย แอบเห็นใจพ่อค้าแม่ค้าที่มาขายของ
ดีที่มีเจ้าปาท่องโก๋การบินไทยมาขาย ช่วยเพิ่มความครึกครื้นขึ้นมาหน่อย
วันสุดท้ายแล้ว ก่อนกลับก็คือจะแวะไปที่ Na Mi Chay Cafe อีกรอบ เพราะเมื่อวานถ่ายรูปไม่สะใจ
คาเฟ่กลางท้องทุ่งสุดเขียวขจีที่กระบี่🌾🍃
"นา-มิ-ชาย" ที่แปลว่า นาของปู่และย่า ในภาษาใต้👴🏻👵🏻
และที่สุดท้ายจริงๆก็เข้าสนามบิน ก็คืออ "Sabai Day Cafe' • สะ-บาย-เดย์ คาเฟ่" ร้านน่ารักสะดุดตา นั่งรถผ่านจากฝั่งตรงข้ามก็เห็นชัดเจน
🏡 ด้านหน้าตกแต่งเป็นเหมือนบ้านหลังน้อย เน้นโทนสีน้ำตาล ตัดกับสีเขียวของต้นไม้ ช่วยให้ดูสดชื่นขึ้น
ส่วนภายในร้านก็ดูอบอุ่น มีที่นั่งให้เลือกหลายโซน ไม่คับแคบ
🍽🍰 อาหารมีทั้งของคาวและหวาน เน้นจานเดียว กินง่าย รสชาติดีเลยด้วยนะ
นอกจากนี้ ร้านยังเข้าร่วมโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน และ คนละครึ่ง ใครไปเที่ยวกระบี่ก็เข้าไปชิลๆกันได้เลย
ทริปนี้หมดไปประมาณ 7,xxx นะ
ส่งหัวใจและแชร์ทริปนี้เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าของบทความ

















































































