เริ่มการเดินการที่ตัวอำเภอจอมทอง เมื่อลงมาจากดอยอินทนนท์ก็เลี้ยวขวาไปยังางหลวงหมายเลข 108 สายจอมทอง-ฮอด เดี๋ยวนี้ที่ตัวอำเภอจอมทองมีร้านอาหาร คาเฟ่ เกิดขึ้นใหม่น่าแวะพัก นั่งคลายร้อนก่อนจะไปจุดหมายต่อไป ครั้งนี้ได้เข้าไปที่ "Buripiti Resort Cafe Farm
" เปิดที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ แอบอิงธรรมชาติซ่อนตัวอยู่ในตัวอำเภอ
- Buripiti Resort Cafe Farm
- "ทุ่งดอกไฮเดรนเยีย" ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ
- กระท่อมขุนแปะตะวันไรวินท์ (ค้างคืน 1 คืน)
การเดินทางมายังที่ บุรีปิติ อยู่ห่างจากวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ประมาณ 3.5 กม. สามารถเข้าได้จากหลายเส้นทางเพราะทางเดียวที่จะมุ่งไปยังน้ำตกแม่ยะ อยู่เยื้ยงกับวัดพุทธาวาสดอยพระเกิ๊ด ครั้งนี้พวกเราตั้งหลักที่สี่แยกไฟแยกที่เลยศาลเจ้าจอมทอง แล้วเลี้ยวขวาขึ้นเข้าถนนแม่ยะ ขับตรงไปเจอสามแยกตลาดสดเลี้ยวขวาเจออีกสี่แยกให้เลี้ยวซ้ายตามไปน้ำตกแม่ยะ ขับตรงไปประมาณ 2 กม. สังเกตุวัดพระเกิ๊ดด้านซ้ายมือแสดงว่าใกล้ถึง "บุรีปิติ" จะอยู่ด้านขวามือ
บริเวณด้านหน้าติดถนนจะเต็มไปด้วยต้นไม้ ต้นลำไย ขับรถเข้ามาจอดด้านในได้เลยมีลานจอดรถที่นี้จะเป็นรีสอร์ทด้วยแต่พวกเรามาตรงโซนคาเฟ่หรือร้านอาหาร จะเห็นอาคารตั้งเด่นกลางสวน
อากาศร้อนๆก็ต้องเข้ามานั่งโต๊ะด้านในร้านตากแอร์เย็นฉ่ำกัน ร้านนี้ตกแต่งด้วยดอกไม้เพิ่มความสดใสอย่างลงตัว
ออเดอร์เครื่องดื่มเย็นๆ กับของหวานช่างเหมาะสมกับอากาศร้อนๆ "อเมริกาโน่เย็น" ที่มาพร้อมความเกร๋ของก้อนน้ำแข็งที่ใส่ดอกพวงชมพูเพิ่มความใส่ใจของเมนูเลยนะ
เมนู Brownie บอกเลยอร่อย ช็อกโกแลตแท้ ผสมกับแอลมอนด์กรอบหวานและมาพร้อมกับผลไม้สร้างความลงตัวเป็นอย่างมาก ปล.เราติดใจเมนูนี้มาก
จากนั้นก็ออกจากบุรีปิติมุ่งหน้าไปทางหลวงหมายเลข 108 สายจอมทอง-ฮอด ถึง กม.82-83 บริเวณสามแยกไปบ้านแปะและวัดตอง ให้เลี้ยวขวาสู่ถนนหมายเลข ชม.3033 ตรงไปผ่านบ้านแปะ - บ้านทุ่งพัฒนา - บ้านบนนา - บ้านขุนแปะ ประมาณ 22 กิโลเมตร รวมระยะทางจากจอมทอง ถึงศูนย์ฯ 44.9 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณเกือบสองชั่วโมง
เมื่อเข้าสู่ถนนหมายเลข ชม.3033 สายนี้ค่อยข้างแคบและโค้งแบบหักศอกกันเลยนะ ผ่านหน้าผาสีแดงจุดนี้ที่นักท่องเที่ยวหยุดรถแล้วเดินขึ้นไปด้าน บนเพื่อจะชมวิวความสวยงามของถนนสายนี้ ถึงอย่างไรก็ต้องขับรถอย่างระมัดระวัง
ขับรถมาตลอดทางก็จะเห็นภูเขายอดดอยที่มีความสูงแตกต่างลดหลั่น บางช่วงก็จะเจอแปลงเกษตรตามลาดชันเชิงดอย จนเริ่มเห็นบ้านเรือนยิ่งขึ้นก็เริ่มอุ่นใจแล้วว่ามาถูกทาง ซึ่งช่วงนี้มีการปรับปรุงถนนเริ่มดีขึ้นแล้วขับรถง่ายขึ้นแต่ต้องระวังรถหกล้อที่ขนหิน ทราย ในการก่อสร้างถนน
มาถึงแล้วที่ "ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ" นำรถมาจอดในโครงการได้เลย
• ค่าเข้าโครงการคนละ 30 บาาท
• สวนใหม่นี้คนละที่กับสวนใหญ่ของชาวบ้านที่ไกลจากศูนย์พัฒนาโครงการหลวง
แต่การมาเที่ยวชม ก็ต้องอาศัยข้อมูลนิดนึงนะ เพราะบางทีดอกไม่บาน หรือบานแล้วแต่เขาตัดไปแล้วก็ได้จ๊ะ • สวนดอกไฮเดรนเยียแปลงใหญ่ของชาวบ้านมีให้ชมถึงเดือนมีนาคมค่ะ มีให้ชมอีกครั้งช่วงกลางเดือนตุลาคมของทุกปีค่ะ
หรือก่อนเดินทางลองติดต่อสอบถามทางโครงการนะ
0954506335 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ
0931491269 พี่อาทิตย์ เจ้าของที่พัก ขุนแปะกระท่อมตะวันไรวินท์
วันนี้พี่อาทิตย์เจ้าของที่พัก "ขุนแปะกระท่อมตะวัน ไรวินท์" แนะนำว่าแปลงนี้เป็นแปลงทดลองใหม่ช่อดอกใหญ่ ต้นสูง สีดอกจะเข้ม ซึ่งอยู่ภายในโครงการจะไม่ไกลมากแต่ถ้าไปสวนใหญ่ของชาวบ้านที่อยู่ไกลจากตัวศูนย์หลายกิโลและเส้นทางยังไม่สะดวกสบายสำหรับรถเก๋ง
พวกเราก็เลือกเข้าชมที่แปลงทดลองในโครงการ ขับรถเข้าไปยังแปลงการเกษตร ซึ่งอยู่ในโครงการหลวง
เข้าไปก็จะเจอแปลงปลูก คอสสลัด เบบี้คอส ไทม์ โรสแมรี่ แปลงนี้จะอยู่ใกล้กับแปลง "ลาเวนเดอร์"
เดินลัดข้ามแปลงพืชผักเข้ามาอีกก็จะเจอ "ทุ่งดอกไฮเดรนเยีย" ถึงแม้จะเป็นแปลงทดลองนะ แต่สวยมากเลยๆ สายพันธุ์ต้นสูง ดอกช่อใหญ่ มีสีเข้มๆ เจอที่นี้ก็สวยมากแล้วโดนใจสุดๆเลย
ภาพแรกที่เห็นคือสวยมากๆ ภาพในฝันเลยที่สักครั้งอยากไปสัมผัสทุ่งดอกไฮเดรนเยียเป็นดอกไม้โปรดของเราเอง ด้านหลังแปลงก็จะเห็นเป็นิวเขาสูงสลับซับซ้อนทอดยาวตัดกับสีท้องฟ้า
คือเอาจริงๆ บรรยากาศมันดีมากกกกนะ ทุ่งดอกไฮเดรนเยีย ณ โครงการหลวงบ้านขุนแปะ
ช่อดอกใหญ่จริงๆ และสีเข้มสวยมากเลย พลัดเปลี่ยนกันถ่ายรูปกันสนุกมากเลย
เห็นแบบนี้แล้วไม่ต้องไปถึงเวียดนามแล้วเรา มาเชียงใหม่ก็วาปมาเที่ยวที่บ้านขุนแปะแทน
ลั่นลากันจนเพลินก็ต้องออกจากสวนดอกไม้
แปลงทดลองในโครงการตรงนี้จะมีถึงประมาณเดือนพฤษภาคม หรือเพื่อความชัวร์ก่อนเข้ามาเที่ยวโทรไปสอบถามที่ศูนย์ดีกว่านะ
เข้ามาต่อกันที่ร้านค้าประจำหมู่บ้าน พี่อาทิตย์ถามว่าจะเอาอะไรเพิ่มเติมก่อนกลับกระท่อม แฟนพี่เตรียมแค่มื้ออาหารเย็นไว้ให้ที่กระท่อมมีที่ปิ้งย่างนะ พวกเราก็เลยจัดเนื้อหมูกลับไปย่างกันกินกับผัก
บรรยากาศหมู่บ้านที่เรียบง่าย "บ้านขุนแปะ" เป็นหมู่บ้านของชาวปกาเกอะญอและม้ง
กระท่อมของพี่อาทิตย์ ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ไร่ที่ไว้ทำการเกษตรตามฤดูกาล จึงอยู่ไกลจากชุมชนพอสมควร เพราะบริเวณโดยรอบกระท่อมก็มีภูเขาแปลงเกษตร ไม่มีบ้านเรือนเลยทำให้ที่นี้เงียบ และไม่มีไฟ้าด้วยนะมีแต่หลอดไฟ LED ให้แสงสว่างในตอนค่ำคืนแทน
“ขุนแปะกระท่อมตะวันไรวินท์” กระท่อมที่พักเล็กๆ กลางดอยภูเขาเหมาะมาช่วงฤดูนาข้าวที่รายล้อมด้วยทุ่งนาข้าวขั้นบันได แต่พวกเราว่าฤดูไหนๆก็มีความงามในตัวของธรรมชาติ ซึ่งตอนนี้มีกระท่อมเพียงแค่ 3 หลัง มีห้องน้ำทุกหลัง ไฟฟ้าไม่มี สัญญาณโทรศัพท์มีแค่บางค่าย
ช่วงนี้มีแปลงดอกไม้คอสมอสและดอกคาโมมายรายล้อมกระท่อม เติมแต่งสีสันให้ที่นี่ได้อย่างดีมากเลย
เข้ามาดูที่หลับที่นอนกัน พี่อาทิตย์กับแฟนก็ได้เตรียมที่นอน หมอน มุ้งไว้ให้อย่างเรียบร้อย
*** แต่ต้องเตรียมผ้าขนหนูอาบน้ำมาเองนะ **
ห้องน้ำก็สะอาด กว้างพอสมควร มีอ่างล้างหน้า ฟักบัวไว้สำหรับอาบน้ำ
มาแล้วมื้อเย็นจากฝีมือแฟนพี่อาทิตย์ ยกมาแบบขันโตกมีเมนูน่าทานยังนั้น ผักสดๆทำมาหวานกรอบมากเลย
- ต้มจืดกะหล่ำปลีใส่หมูสับ
- กะหล่ำปลีผัดน้ำปลา
- น้ำพริกอ่อง + แคปหมู
- ไข่เจียว
ค่ำคืนที่เงียบกลางดอย มีแสงไฟจากหลอด LED และแสงดาว พร้อมกับเสียงธรรมชาติขับกล่อมจากจักจั่นจิ้งหรีด เรไร กลางทุ่ง อากาศก็หนาวเย็นด้วย
ครั้งแรกกับการหยิบกล้องตัวเองที่ซื้อมาสองปีในการถ่ายดาว "ทางช้างเผือก"
วันที่สี่กับอากาศแค่ 22 องศา ณ ขุนแปะกระท่อมตะวัน ไรวินท์
"น้องๆตื่นกันยังครับ รับข้าวต้มเลยไหมครับ" เสียงเรียกจากพี่อาทิตย์ จริงๆพวกเรานอนกลิ้งไปมาในกระท่อมคดตัวในผ้าห่มแสนอุ่น มาแล้วมื้อเช้าของที่นี่ "ข้าวต้มหมูร้อนๆ" กับ "ไข่ต้ม" กาแฟ โอวัลติน ทรีอินวัน ยกมาถึงชานกระท่อมเลย
กาต้มน้ำร้อนมาพร้อมกับแก้วชาในแก้วก็มีดอกคาโมมายแห้ง ใบทาม ที่นำมาชงเป็นชาดื่มยามเช้า
ถึงเวลาบอกลากับอีกสถานที่ที่สวยและความทรงจำดีๆ ก่อนกลับขอถ่ายรูปกับทุ่งดอกคอสมอสสวยๆของพี่อาทิตย์ ที่ชูช่อแข่งความสดใสสีสันกัน
คือเอาจริงๆ บรรยากาศมันดีมากกกกนะ ถึงจะหน้าร้อนแต่ที่นี้ก็ยังเย็นสบาย
" ที่พักไม่ได้มีความหรูหรา หรือความสะดวกสบาย แบบที่หลายๆ ที่มีแต่ที่นี่ มีความเป็นมิตรจากเจ้าของที่พัก ที่พร้อมให้บริการด้วยใจ มีอาหารธรรมดาๆ เลิศรสกว่าร้านอาหารไหนๆ มีอากาศที่บริสุทธิ์ ให้สูดฟอกจิตใจ"
ฤดูนาข้าวกำลังมาถึงแนะนำให้มาพักที่พี่อาทิตย์เลย เจ้าของใจดี ต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ดูแลดี และราคาก็ไม่แพงด้วยนะ ราคาก็ 500 บาทต่อคน ราคานี้รวมค่าอาหารเช้าและเย็นที่จัดมาแบบเต็มที่
- ขุนแปะกระท่อมตะวันไรวินท์ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ พี่อาทิตย์ 093-1491269
ส่งหัวใจและแชร์ทริปนี้เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าของบทความ






























































