เริ่มต้นทริปจากสนามบินดอนเมือง เราซื้อตั๋วกรุงเทพฯ - โฮจิมินห์ ได้ราคาไม่ถูกไม่แพง ประมาณ 3,9xx บาทค่ะ แต่เราดันจองโง่เลือกผิดวันเสียโดนค่าเปลี่ยนตั๋วไปอีก 2,xxx บาท
เที่ยวบินที่เลือก เราบินไฟล์ทเช้าสุด 7.35 น. ซึ่งจะถึงโฮจิมินห์ตอน 9.05 น.
เมื่อถึงสนามบินดอนเมืองแล้วมีข้อความจาก AIS Serenade เด้งขึ้นมาให้ไปรับกาแฟฟรีที่ RITAZZA ซึ่งอยู่หน้า Gate เราพอดี ก็ไปกันค่ะ
Caffe RITAZZA ที่เราไปอยู่ฝั่ง Departure ประมาณ Gate 20-21 พอไปถึงก็กดรหัสรับเครื่องดื่มและอาหารฟรีได้เลย
ซึ่งเราได้เป็นกาแฟฟรีค่ะ ในป้ายเขียนว่าเลือกได้เฉพาะกาแฟร้อน แต่จริงๆสามารถเลือกได้ทั้งร้อนและเย็นนะคะ เราเลือกเป็น Iced Espresso ดีย์มาก เหมือนทานมัคคิอาโต้เลยค่ะ ฟินๆกันไปก่อนขึ้นเครื่อง
เมื่อถึงสนามบินเตินเซินเญิ้ต (SGN) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “สนามบินโฮจิมินห์ซิตี้” แล้วจัดการผ่าน ตม. รับกระเป๋าออกมาเราจะเจอกับที่แลกเงินและที่ซื้อ Sim โทรศัพท์เลยค่ะ
เราเลือก Sim ของ Vinafon 5GB ราคา VND 100,000 หรือราวๆ 140 บาท net unlimited ด้วย
เมื่อซื้อซิมเสร็จแล้ว เราออกมาหารถบัสเข้าตัวเมืองกันค่ะ มีป้ายบอกเห็นชัด เดินตามป้ายไป
ขึ้นรถเบอร์ 152 ไป Pham Ngu Lao
ค่ารถหากไม่มีสัมภาระหรือกระเป๋าใหญ่จะอยู่ที่คนละ VND 5,000 แต่ถ้ามีกระเป๋าเดินทางด้วยจะคิด VND 10,000 ซึ่งก็ถือว่าไม่แพงเลย ประมาณ 14 บาทเท่านั้น
จากสนามบินไปถึงที่หมายก็ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที
จากป้ายรถเมล Pham Ngu Lao เราเปิด Google map เดินไปซื้อตั๋วรถทัวร์ไปดาลัดคืนนี้ค่ะ
เราเลือกไปที่ Sihn Tourist รอบรถที่เลือกคือ 4 ทุ่ม ซื้อตั๋วรถแล้วเราก็ฝากกระเป๋าไว้ที่นี่เลย
ค่าตั๋วรถนอน โฮจิมินห์-ดาลัด VND179,000
เราสามารถฝากกระเป๋าได้ฟรี 2 ชม. หลังจากนั้นจะคิดค่าเก็บกระเป๋า
อย่างเราฝากเกิน 8 ชม. เค้าคิดกระเป๋าใบละ VND 50,000
ฝากกระเป๋าเสร็จอะไรเสร็จ เราก็ต้องทานข้าวเช้าผสมกับข้าวเที่ยง ที่ร้าน Mon Hue ใกล้ๆ
Sinh Tourist ราคาอาหารไม่แรง รสชาติใช้ได้เลย
เมื่ออิ่มแล้วเรามาตะลุยเที่ยวกับเลยย
จาก Pham Ngu Lao เราสามารถเดินเที่ยวทั่วเมืองได้เลยค่ะ สถานที่จะอยู่ติดๆกัน ไม่ห่างกันมาก
แต่ถ้าใครเดินจนเหนื่อยจะเรียก Grab Taxi ก็ได้นะคะ ราคาดี คิดตามระยะทางจริงจ้า
ที่แรกที่เราไปก็คือ Chùa Ấn giáo Hindu Temple อยู่ตรงข้าม SAIGON CENTER เดินผ่านทั้งทีต้องแวะสักหน่อย
ด้านในจะมีองค์เทพต่างๆ เดินเข้าชมฟรี ไม่เสียเงินจ้า
เดินต่อมาอีกหน่อยมาสะดุด Street art ที่นี่ค่ะ
Tiệm ăn nhà số 7 ด้านบนเป็น Cafe และร้านอาหาร
สามารถเข้ามาถ่ายรูปกับกำแพงเพนท์สวยๆได้เลย ไม่เสียเงินเช่นกัน
ถ่ายรูปกันเสร็จ เราก็มาต่อกันเลยค่ะ
Ho Chi Minh City Hall หรือ Saigon City Hall
ที่ด้านหน้ามีรูปปั้นลุงโฮจิมินห์เป็น Signature อยู่นั่นเอง
มาตอนเที่ยง แดดเปรี้ยงๆ ไม่มีคนเลยจ้า
จากรูปปั้นลุงโฮ เดินต่อมาไม่ไกลจะเจอที่นี่ค่ะ
Notre-Dame Cathedral Basilica of Saigon
เรามาตอนเค้ากำลังก่อสร้างพอดี เดินเข้าไปไม่ได้ โถ่ถัง
ถ่ายแต่ด้านนอกก็ได้ค่ะ
จากตรงนี้เดินข้ามถนนเลยค่ะ ถึงเลย Saigon Central Post Office
ไม่ต้องคิดเยอะ ไปเดินหนีแดดในนั้นดีกว่า
ด้านนอกให้ฟีลเหมือนหัวลำโพง ด้านในเป็นร้านกิ๊ฟช็อปอารมณ์คล้ายๆสำเพ็งค่ะ
มีคนมาเขียน Post card ส่งให้ตัวเองกันเพียบ
แต่เราตอนนั้นเมาแดด ไม่ขงไม่เขียนอะไรแล้วววว
ไม่ไกลจาก Central Post Office ก็จะเป็นที่นี่จ้า
Book Street - Nguyen Van Binh
ให้อารมณ์เหมือนเดินเกษตร์แฟร์ หรือ เดินอยู่แถวจุฬาอารมณ์ประมาณนั้น
เป็นถนนที่เต็มไปด้านร้านหนังสือ มีคาเฟ่ต์เล็กๆ แต่ที่ชอบคือ ที่นี่เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวค่ะ
มาค่ะ มาต่อกันให้สุด เราเดินต่อมายังโบสถ์สีชมพู Tan Dinh Church
แลนด์มาร์คอีกที่ในโฮจิมินห์กัน
เราไม่ได้เข้าไปข้างในนะคะ เพราะเหมือนกับเค้ากั้นไม่ให้เข้าไป น่าจะมีงานอะไรสักอย่างอยู่
เอาภาพด้านนอกมาฝากกันจ้า
จากนั้นเราก็ดูจากแผนที่มั่วๆ จนไปเจอที่นี่ค่ะ
Champa Temple - Miniture replica
เปิด Google maps ก็แล้วเดินยังไงก็หาไม่เจอ
สรุป เค้าอยู่ในสวนสาธารณะ Tao Dan Park ค่ะ
เป็นเหมือนประสาทขอมเล็กๆ ค่อนข้างเก่าแก่ มีคนแวะมาถ่ายรูปเรื่อยๆ
คือเล็กมากจริงๆ ตอนแรกคือมองเข้ามาในสวนสาธารณะนี่มองไม่เห็นเลย
บริเวณรอบนอกเป็นสวนที่ชิลด์และสวยดี มีคนมาออกกำลังกายกันเยอะ
สุดท้ายเราเริ่มหมดแรงแล้ว โบกพี่ Grab Taxi ไปที่นี่
The Cafe Apartments ยอดฮิตที่ทุกคนต้องมากันค่ะ
ร้านที่เรามานั่งพักเติมแรงกันจะอยู่ที่ชั้น 4 (เราก็งงๆกับการนับชั้นของตึกนี้นะคะ)
ชื่อร้านว่า 8ielts เป็นร้านที่เราชอบมากกกก
เมนูแนะนำคือ Egg coffee ค่ะ กาแฟไข่ที่นัวและละมุนมาก
ภายนอกร้านมีระเบียงให้นั่งชิลด์ๆด้วย
พาเริ่มมืดแล้วเราลงมาที่ Nguyen Hue Walking Street กันค่ะ
จริงๆตรงนี้ก็อยู่ใกล้ๆ รูปปั้นลุงโฮนี่แหละ
บรรยากาศช่วงเย็นจะเต็มไปด้วยผู้คน ครอบครัวพาเด็กๆมาเดินเล่นกันค่ะ
จากนั้นเราก็เดินกลับไปที่ The Sinh Tourist เพื่อเตรียมตัวขึ้นรถนอนไปเมืองดาลัดกันต่อค่ะ
ที่ The Sinh Tourist จะมีอ่างล้างหน้า ห้องน้ำให้ แต่จะไม่มีห้องอาบน้ำให้นะคะ
สามารถทำความสะอาดตัวได้พอประมาณก่อนจะนอนยาว
จะเห็นได้ว่าจริงๆแล้ว การเที่ยวทั่วเมืองโฮจิมินห์ใช้ค่าใช้จ่ายน้อยมากๆ สถานที่ส่วนใหญ่จะเข้าฟรี ยกเว้นพิพิธภัณฑ์ต่างๆ เราเสียแค่ค่าอาหารซึ่งค่าครองชีพที่นี่ไม่ต่างจากบ้านเราเลย
กับค่า Grab taxi ที่ถูกมากๆอีกต่างหาก เราเสียค่ารถไปไม่ถึง 100 บาทเลยค่ะ
การเดินทั่วเมืองแบบนี้บอกเลยว่าถ้าอยู่เมืองไทยไม่เดินแน่นอน 555 เดินตั้งแต่ 10 โมงยัน สามทุ่มครึ่ง กันแดดสำคัญมาก เราตัวไหม้ไปเลย
ขอจบทริปนี้ด้วยบรรยากาศรถนอนละกันนะคะ
ขอบคุณที่รับชม หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนน้าาา
สวัสดีค่ะ
มิ้ว วายป่วง
ส่งหัวใจและแชร์ทริปนี้เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าของบทความ






























