จองคิววันธรรมดา ครอบครัวผมทำธุรกิจส่วนตัวจึงสะดวกวันธรรมดามากกว่า นัดไว้บ่ายโมงแต่ไปถึงร้านเที่ยงครึ่งหน้าร้านก็จะมีสภาพตามภาพ เปิดประตูร้านเข้าไปก็จะเจอห้องรับแขกเลย ยังไม่กล้าเดินเข้าไปกลัวไม่ใช่ร้านนี้ ผมจึงโทรถาม จนท.แจ้งว่าพักทานข้าวอยู่ในครัวหลังบ้าน นั่งรอในร้านได้เลย ระหว่างรอผมก็เดินดูภายในร้านและถ่ายภาพมาให้ดูกันครับ(ขออนุญาตทางร้านแล้ว) ด้านข้างจะเป็นบ่อปู่พญานาค และ พระแม่ธรณี
เดินเข้าไปข้างในมีห้องนวด 1 ห้อง
ข้างๆห้องนวดมี น้ำ 1 ห้อง
เดินเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกจะเจอห้องแยกเป็นห้องๆ มีทั้งหมด 3 ห้อง
ห้องหมายเลข 1 เปิดไฟ(น่าจะมีคนอยู่ข้างใน)
ห้องหมายเลข 2
ห้องหมายเลข 3
มีห้องน้ำอีกห้อง อยู่ติดห้องหมายเลข 3
ถึงเวลานัดก็เข้าห้องนวดโดยผมนวดกับหมอห้องหมายเลข 2
ภรรยานวดกับหมอห้องหมายเลข 1
ลูกชายนวดกับหมอห้องกระจก
สำหรับผมพอเปลี่ยนชุดแล้ว ผมก็นำภาพ X-ray และ MRI ให้หมอดูพร้อมทั้งเล่าอาการโดยละเอียดให้แกฟัง รวมถึงเล่าว่าเคยนวดร้านไหนมาแล้วบ้าง เคยทำอะไรมาแล้วบ้าง หลังจากที่ผมเล่าจบ แกจะให้ผมนั่งเต็มก้นในระดับเท่ากันและยื่นขาไปข้างหน้าเพื่อตรวจเช็คขา เห็นๆเลยครับว่าว่าขาซ้ายและขาขวายาวไม่เท่ากันครับ (นึกในใจเป็นไปได้ไงเนี่ย) จากนั่งก็เปลี่ยนเป็นนอนคว่ำ
เพื่อเช็คกระดูกสันหลัง หมอบอกมันคดเยอะเลย หลังจากนั้นก็เริ่มกระบวนการนวดโดยเริ่มแรกจะเปิดประตูลมตามแขนขา รักแร้ ข้อต่อต่างๆ ขาหนีบใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก็ครบทุกจุด ระหว่างที่เปิดประตูลม ผมก็ถามตรงๆเลยกรณีแบบผมกี่ชั่วโมงหมอก็บอกตรงๆ 2 ชั่วโมงค่ะ เพราะคุณเป็นเยอะมาก ผ่านมาไม่รู้กี่หมอแล้ว และเท่าที่เปิดประตูลมให้เมื่อกี้ จับได้ว่ามันมีพังผืดหนา แล้วก็เงียบไป จับแรกตรงบ่า โอ๊ย เอาอะไรแทงผมเนี่ย แกตอบน้ำเสียงนิ่งๆว่า มือค่ะ ไม่ได้ใช้อะไรแทง น้ำตาคลอเลย มือแข็งมาก ยิ่งเป็นคนรูปร่างเล็กๆ เกือบผอมด้วยแล้วนิ้วมือก็จะเล็ก แกะเส้น แกะพังผืดแต่ละทีผมต้องใช้วิธีกัดผ้าไว้เพื่อไม่ให้ร้องดังมาก เป็นการนวดที่ต้องใช้ความอดทนมากจริงๆ เรียกได้ว่าทุกจุดที่นวด โดนเต็มๆ การนวดจะไม่กดนิ่งหน่วงเป็นลักษณะ กดเขี่ยๆๆ อย่างจุดสะบักจะไม่กด ใช้วิธีหยิบแล้วดึงขึ้นมาค้างไว้สักพัก(เจ็บมาก) นวดเคลียร์จุด Trigger
point จากเอวขึ้นมาสะบัก คอ บ่า ไหล่ ไปปลาร้า นวดเคลียร์จุดนี้เสร็จก็ไปจุดอื่นโดยมีถามบ้าง เป็นไงบ้าง เจ็บไหม เบาขึ้นไหม ดีครับดีระบมดี เบาดี มีหลายจุดที่ผมไม่ได้บอกหมอเพราะคิดว่ามันไม่น่าเกี่ยว เช่นฐานกะโหลกหลังหู ใต้รักแร้ ใต้ซี่โครง ข้อศอก ตรงนี้อาจารย์ก็จะตำหนิผมเล่าไม่หมด ผมเป็นหลายจุดครับยอมรับ
ครั้งแรกรู้แล้วว่านวดโดน นวดเก่ง รู้ทุกเส้น ขนาดไม่บอกยังรู้เลย
ส่วนภรรยาผมที่นวด กับหมออยู่ห้องข้างๆกัน ร้องกรี๊ดบ้าง โอ๊ยบ้าง ตลอดเวลา 2 ชม.นวดเสร็จออกมาจากห้องนวด อายไลน์เนอร์เละเลย ซึ่งผมไม่ทราบวิธีการนวดของหมอหรอกครับ แต่ฟังจากที่ภรรยาเล่ามาแล้ววิธีการนวดจะคล้ายๆกัน
ส่วนลูกชายอยู่อีกห้องเห็นเงียบๆ นึกว่าไม่เจ็บ ลูกชายบอกต้องใช้วิธีจิกเตียงนวดและกัดผ้าเหมือนกันกับผม
หลังนวดเสร็จก็ออกมานั่งรอตรงห้องรับแขก ซึ่งจะมีคนนั่งรออยู่ 3 คนเป็นลูกค้าคิวต่อจากครอบครัวผม ระหว่างนั่งดื่มน้ำอุ่น จะมีจนท.มาสอบถามเรื่องอาหารการกินของทุกคน แล้วอธิบายว่าแต่ละคนควรจะกินอาหารอะไรแบบไหนเพิ่มขึ้น และที่กินอยู่ปัจจุบันมีหลายอย่างให้ ลด ละ เลิก พร้อมทั้งอธิบายกระบวนการทำงานของร่างกาย และผลกระทบที่เกิดขึ้นเมื่อเรากินอาหารผิดๆ และกำชับว่าถ้าอยากหายต้องทำตามที่แนะนำ ซึ่งมันไม่ได้มีอะไรหนักหนา อาหารที่แนะนำให้กินก็มีอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป ผมอยากจองคิวนวดซ้ำแต่ทางร้านบอกให้กลับรออาการระบมหายก่อน จะรู้ว่าการนวดแบบนี้มันตอบโจทย์ไหม
ผมระบม 3วัน
ภรรยาระบม 4 วัน
ลูกชายระบม 3 วัน
อาการปวดของทุกคนยังมีอยู่ แต่ปวดน้อยลงมาก จึงตกลงกันไปนวดซ้ำครั้งที่ 2 จอง 2 ชม. หมอคนเดิม
ครั้งที่ 2 ก็ต้องอดทนเหมือนเดิม แต่จะร้องน้อยลง และผมบอกจุดที่ปวดได้ตรงกว่าเดิม น่าจะเป็นเพราะครั้งก่อนหมอแกเคลียร์จุดหนัก จุดเบาให้เกือบหมด คราวนี้ก็จะเหลือแค่จุดที่เป็นหนักๆ ก็นวดเน้นจุดหนักๆได้เลย ผมชอบวิธีการนวดแบบนี้นะ เคลียร์จุดเล็กๆให้หายหมดก่อนเหลือจุดหนักจะได้จัดเต็มให้เลย จุดที่เป็นหนักๆจะอยู่ที่หลัง คอ บ่า ไหล่ โดยนวดวิธีเดิมคือใช้ลักษณะคล้ายๆการแกะเส้น หลังจากนวดครั้งที่ 2 สะบัก ไหล่ ที่เคยติดกะเหยียดตรงแนบหูได้ หยิบของจากที่สูงได้ทั้งๆที่เมื่อก่อนหยิบไม่ได้
ส่วนภรรยาและลูกชายบอกครั้งที่ 2 ดีขึ้นเยอะเลย เดี๋ยวจะขอเน้นการกินอาหารตามที่ทางร้านแนะนำ
ครั้งที่ 3 ผมไปคนเดียวครั้งนี้ห่างจากครั้งที่ 2 เดือนกว่าๆ เพราะร้านนวดปิดจากคำสั่งของ สบค.(โควิด) คราวนี้ก็จะเหลือแค่หลัง และ คอ ที่ยังเป็นเยอะเพราะมีพังผืดหนาตัวเกาะอยู่ ตอนที่หมอแกใช้ศอกตรงหลัง จะรู้สึกดัง กึกๆๆ ตลอด พอบอกเจ็บๆๆ แกก็จะเบามือและบอกให้อดทนหน่อยจะได้หาย แล้วก็จัดเต็มให้อีก แกนวดเหมือนไม่มีความสงสารให้ลูกค้าเลย ผมทำได้แค่อดทนเท่านั้น ครั้งนี้เป็นครั้งที่รู้สึกเจ็บว่าทุกครั้งๆ เพราะมันเป็นจุดเจ็บหลักๆ 2 จุดที่ยังเหลืออยู่ หมอแกบอกว่านี่แหละคือจุดเริ่มของการปวดทั้งหมด พังผืดหนามากจริงๆ เป็นการนวดที่ผมเหนื่อยที่สุดแบบหายใจไม่ทัน เพราะทุกครั้งที่แกเน้นมือ ลงศอก ผมต้องกลั้นหายใจเพื่ออดทนต่อความเจ็บระหว่างนวด
ครั้งที่ 4 ผมก็ไปคนเดียวอีกเหมือนเดิม เพราะภรรยากับลูกชายบอกดีขึ้นเกือบ 90% บอกไม่ไปแล้ว ซึ่งครั้งนี้ก็เหมือนเดิมเน้นหลังและคอที่เหลืออยู่ เจ็บ เหนื่อย เหมือนเดิม นวดเสร็จก็นั่งดื่มน้ำอุ่เหมือนเดิม แต่ครั้งนี้ จนท.ร้านสอบถามผมอาการดีขึ้นแค่ไหน ผมก็บอก 70-80% ด้วยความสงสัยผมก็ถาม ทำไมภรรยาและลูกชายดีขึ้นไวกว่าผม จนท.ก็อธิบายว่าผมเป็นเยอะว่าคนอื่น และปวดสะสมมาเป็นเวลานาน และมีปัญหา นิ่วในถุงน้ำดี กรดไหลย้อน อาหารไม่ย่อยด้วย ก็พูดคุยกันอยู่นานเกือบชั่วโมง อาหารที่ จนท.แนะนำให้ทานตั้งแต่ครั้งแรกที่นวดผมไม่ได้ทานเลย ปรับการทานอาหารผมก็ไม่ปรับตามที่เค้าแนะนำ คราวนี้ จนท.คนนั้นดูซีเรียสกับผมมาก แกบอกว่า อันดับแรกต้องเอานิ่วในถุงน้ำดีออกมาให้ได้ก่อนโดยให้สุตรการดื่มน้ำมันมะกอกสกัดเย็น น้ำมะนาว แอปเปิ้ลไซเดอร์ให้ เพื่อจัดการกับนิ่วในถุงน้ำดี แนะนำให้ทานอาหารโปรไบโอติกและพรีไบโอติก จนท.ฟันธงนี่คือสาเหตุหลักของการปวดทั้งหมด ผมทำตามสูตรที่บอกทุกวันเกือบเดือนอาการท้องอืดก็หายไป จึงไปตรวจนิ่วผลที่ได้คือนิ่วหลุดออกตอนไหนไม่รู้ตามภาพครับ
ประสบการณ์ตรงที่เจอกับตัวแบบนี้แหละครับที่อยากจะบอกให้คนอื่นๆได้ทราบว่า นิ่วในถุงน้ำดีมันหลุดออกมาได้โดยไม่ต้องผ่าตัดแล้วท้องก็ไม่อืด อาหารย่อยได้ดีขึ้น
ครั้งที่ 5 ห่างจากครั้งที่ 4 เกือบสามเดือน ครั้งนี้นวด 1 ชม.เพราะเหลือแค่คอที่ยังคงปวดอยู่บ้าง คราวนี้หมอแกก็เน้นเฉพาะที่คอให้อย่างเดียว ก็มีระบมเป็นจ้ำๆ หลังจากรอระบมหาย รอให้แน่ใจว่าดีขึ้นแค่ไหน ตอนนี้ก็ดีขึ้นเกือบ 90%
ประสบกาณ์ตรงครั้งนี้อาจจะมีประโยชน์กับคนอื่นไม่มากก็น้อยนะครับ หมอนวดแก้อาการจับเส้นคัดเส้น แก้พังผืด แก้ปวดเรื้อรัง หมอนรองกระดูกทับเส้น ออฟฟิศซินโดรม ปวดเอว ปวดฐานกะโหลก ปวดหัว มึนหัว ปวดหลังร้าวลงขา ปวดเรื้อรัง ต้องใช้หมอที่มีความชำนาญจริงๆ ต้องใช้ความอดทนระหว่างนวด และสำคัญที่สุดคือเราจะต้องหาสาเหตุหลักของการปวดให้เจอแล้วแก้ที่จุดนั้นมันจึงจะหายได้
อาจารย์หมอนวดเก่งมาก
ราคาค่านวดแก้อาการ ชั่วโมงละ 1,000 บาท (สำหรับผมปวดหลายจุดจองคิวครั้งละ 2 ชั่วโมง)
สถานที่ : ร้านนวดแก้อาการนนทบุรี ร้านนวดแก้อาการ(บ้านโฟร์ซีซั่น ราชพฤกษ์ ถนน รัตนาธิเบศร์ ต.บางรักใหญ่ อำเภอบางบัวทอง นนทบุรี 11110
(มีใน google maps)
การเดินทางโดยรถไฟฟ้า : MRT สายสีม่วง ลงรถ ณ สถานีบางรักใหญ่ เดินออกประตูที่ 3 วัดบางรักใหญ่ ถึงถนนใหญ่จะเจอวิน บอกวินว่าไปร้านนวด
google map : ร้านนวดแก้อาการนนทบุรี
fanpage facebook : ร้านนวดแก้อาการนนทบุรี
Website : https://perfectskincares.weebly.com/
หมอนวดแก้อาการจับเส้นคัดเส้น มือแข็ง เชี่ยวชาญงานแก้เส้น แก้พังผืด แก้ปวดเรื้อรัง หมอนรองกระดูกทับเส้น ออฟฟิศซินโดรม ปวดเอว ปวดฐานกะโหลก ปวดหัว มึนหัว ปวดหลังร้าวลงขา ปวดหัวไมเกรน ปวดเรื้อรัง อาจารย์หมอที่นี่เก่งมาก
สิ่งที่ไปเจอมาเป็นประสบการณ์ตรงของผม ภรรยา และ ลูกชาย
ตัวผมเองเป็นกระดูกทับเส้นเป็นมานานเกือบ 8 ปี เป็นนิ่วในถุงน้ำดี(หมอให้ผ่าแต่ผมไม่ผ่า) ปวดสะบัก คอ บ่าไหล่
ภรรยาก็เป็นหมอนรองกระดูกปลิ้น 2 ปี เป็นออฟฟิศซินโดรม ปวดเอว ปวดฐานกะโหลก ปวดหัว มึนหัว ไมเกรน บางครั้งพออาการกำเริบถึงขั้นอ๊วกก็มีครับ
ลูกชายปวดหลังร้าวลงขา ปวดหัว ปวดขมับ
รักษามาแล้วหลายรูปแบบ ทั้งหมอปัจจุบันหลายคน ทานยา ทานยาเยอะจนไม่อยากทานยาแล้วครับ เพราะส่วนมากพวกยาแก้ปวดพวกนี้จะเป็นยาที่ออกฤทธิ์กดประสาทซะมากกว่าจะรักษาที่ต้นเหตุของการปวด พบแพทย์บ่อยมาก จนแพทย์บอกว่าผ่าตัดเหอะจะได้จบๆ ซึ่งค่าใช้จ่ายก็หลายแสนอยู่นะ ผมกับภรรยาแอบกลัวอยู่นะครับเพราะ เคยมีญาติที่ผ่าแล้วเดี้ยงก็เลยตกลงกันว่าเราจะไม่ผ่า ฉีดสเตียรอยด์ กายภาพหลายแห่ง ฝังเข็ม ครอบแก้ว ทานยาสมุนไพรไทยก็หลายชนิด ยานวดก็มีหลายแบบ และได้ไปนวดหลายแห่ง หมอนวดใช้ผ้าห่อศพดึงหัวท้าย หมอมีใบปริญญา หมอแถวศูยน์วัฒนธรรม คลีนิคนวดแผนไทยแถวพระรามสอง หมอตอกเส้นก็ไปแล้ว 4 ร้าน แต่ละทีไปที่ละ 2-3 ครั้ง พอรู้ว่ามันไม่ดีขึ้นก็เปลี่ยนร้านใหม่ แต่ละที่จะทำให้หายปวดได้ราวๆ2-3 สัปหาห์แล้วก็กลับมาปวดอีก กว่าจะเจอร้านนวดนี้ก็ผ่านศึกมาหลายร้านครับ หลายคนอาจจะหายจากร้านที่ผมเคยนวดมาแต่สำหรับผมไม่หาย กรณีอย่างผมน่าจะเป็นพวกรางเนื้อชอบรองยา และเหตุมันเกิดจากจนปัญญาไปหาร้านนวดที่ไหนแล้ว ลองค้นหาข้อมูล google เจอร้านนวดร้านนี้แหละมีคนป่วยเยอะ รีวิวเป็นร้อยได้คะแนน 4.9 จากคะแนนเต็ม 5 เพื่อความมั่นใจอ่านรีวิวจนครบทุกคน ทุคนส่วนใหญ่จะดีขึ้นถึงขั้นหาย คนที่ไม่ดีไม่หายก็มีอยู่ 2-3 คน
ส่งหัวใจและแชร์ทริปนี้เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าของบทความ


















