ตลอดสัปดาห์ที่นั่งรถติดอยู่กลางกรุง ทำให้วาฬนึกสงสัยขึ้นมาว่า ไกลออกไปจากเมืองหลวงที่แสนวุ่นวายนี้ จะมีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรที่น่าสนใจอีกบ้างไหมนะ !? และคงจะดีไม่น้อยถ้าเราได้ออกไปสัมผัสบรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยวแปลกใหม่ใกล้ ๆ กรุงเทพฯ เพื่อซึมซับความสงบของคนในพื้นที่นั้น วาฬเลยเสิร์ชหาสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเมืองไทยบนอินเทอร์เน็ต จนเจอสถานที่น่าสนใจอย่าง “ตลาดบางหลวง รศ.122” เป็นตลาดเก่าแก่กว่า 100 ปี มีความเป็นมาที่น่าสนใจ และยังคงอนุรักษ์วิถีดั้งเดิมเอาไว้ พออ่านจบปุ๊ป วาฬก็ไม่รอช้า วางแพลนเที่ยวในวันหยุดทันที และแน่นอนว่าเที่ยวย้อนยุคแบบนี้ ก็ต้องขอแต่งชุดไทยสักนิดเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศสักหน่อยค่ะ


1ศาลเจ้าแม่ทับทิม
หลังจากที่หากองหนุนได้มาหนึ่งคน ก็พากันขับรถตรงมายังตลาดบางหลวง รศ.122 ที่ จ.นครปฐมในช่วงสาย ๆ เพราะตลาดเขาเปิดตั้งแต่ 9.00-17.00 น. มาถึงเช้าแบบนี้ขอไหว้พระทำบุญให้สุขใจก่อนนะคะที่ ศาลเจ้าแม่ทับทิม สถานที่สักการะบูชาริมแม่น้ำท่าจีนของชาวไทยเชื้อสายจีนที่มาตั้งรกรากอยู่ในชุมชนแห่งนี้ ตอนที่เดินข้ามสะพานแขวนมาที่ศาลก็นึกคุ้นว่าเหมือนเคยเห็นที่ไหน นึกไปนึกมา เคยเห็นในละครคมแฝกนี่เอง!



2เจ๊จิ๋ม ปั่นแหลก
พอจิตใจสงบก็รู้สึกกระหายน้ำขึ้นมา แบบนี้ต้องไปซื้อเครื่องดื่มเย็นชื่นใจซะหน่อย ที่ตลาดท้ายซอยจะเจอกับร้าน เจ๊จิ๋ม ปั่นแหลก ร้านกาแฟโบราณเจ้าดังที่มีน้ำผลไม้ปั่นแหลกเปิดขายเจ้าแรกในตลาด และวาฬบอกเลยว่า โอเลี้ยงยกล้อ (25 บาท) ของเจ๊จิ๋มนี่เข้มมากค่ะ ได้รสแบบกาแฟโบราณเต็มที่ จากนั้นวาฬก็ชวนเจ๊จิ๋มเมาท์อยู่หลายสิบนาทีเลยค่ะ เจ๊เล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนพ่อกับแม่เปิดเป็นร้านอาหาร แต่พอไม่มีใครสืบทอดกิจการร้านอาหารต่อ เจ๊จิ๋มแกก็หันมาทำเครื่องดื่มขายอย่างเดียว



และด้วยความสงสัยตั้งแต่เดินเข้าตลาด มองหันไปทางไหนก็เห็นแต่บ้านทรงไม้คล้าย ๆ กันเกือบทุกซอกทุกซอย เลยถามเจ๊ไปว่าทำไมที่นี่ถึงเรียกว่าบ้านเก่า เหล่าเต๊งไม้ เจ๊จิ๋มก็ชี้โบ๊ชี้เบ๊ พลางอธิบายให้ฟังว่า ที่นี่เป็นบ้านเก่าสร้างจากไม้ ส่วนเหล่าเต๊งเป็นภาษาจีนแปลว่าชั้นสอง ซึ่งเมื่อก่อนทั้งชานเรือนบนบ้าน และหลังบ้านเปิดให้เดินถึงกันหมด แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีแล้ว เพราะเขากั้นรั้วบ้านใครบ้านมันเอาไว้
3เส็ง-ก๊วยเตี๋ยวหมูตุ๋น
คุยกับเจ๊จิ๋มจนลืมดูเวลา เหลือบไปดูนาฬิกาตอนนี้ก็เกือบจะใกล้มื้อเที่ยงแล้วววว!! เจ๊จิ๋มเลยแนะนำร้านก๋วยเตี๋ยวที่อยู่ข้าง ๆ เราเลยเดินมาเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงร้าน เส็ง-ก๊วยเตี๋ยวหมูตุ๋น ซึ่งอยู่ติด ๆ กันเลยค่ะ พอหยุดอยู่หน้าร้านก็ได้กลิ่นหอมของน้ำซุปลอยโชยมาทันที กวาดสายตาดูทั่วร้าน เมนูมีให้เลือกอยู่เยอะพอสมควร วาฬเลยตัดสินใจสั่ง เกาเหลาหมูตุ๋น กับ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเปื่อย พอสั่งเสร็จคุณน้าที่ร้านบอกให้ไปนั่งรอบนแพริมน้ำ พอเดินไปถึง โอ้โห วิวดีแบบนี้ก็คุ้มแล้วค่ะ! ยิ่งได้โซ้ยน้ำซุปเกาเหลารสหวาน ๆ เค็ม ๆ ยิ่งแฮปปี้ไปอีก ทั้งเนื้อหมู และเนื้อวัวก็ต้มมาจนเปื่อย เป็นรสชาติที่เข้ากับบรรยากาศจริง ๆ




4เจ๊ทองดี ข้าวเกรียบปากหม้อ เจ้าเก่า
วาฬว่าเกาเหลาหมูตุ๋นก็กินอิ่มแล้วนะ แต่พอเดินออกมาหน่อยเจอร้าน เจ๊ทองดี ข้าวเกรียบปากหม้อ เจ้าเก่า นั่งปาดข้าวเกรียบปากหม้อ พร้อมรอยยิ้ม แถมราคาก็ถูกมากอีกด้วย! ข้าวเกรียบปากหม้อ 13 ชิ้น 20 บาท เองค่ะ คุยไป กินไป เจ๊แกก็บอกว่านอกจากจะมีไส้หวาน กุยช่าย และผัดหน่อไม้แล้วยังมีไส้ผัก อย่างถั่วฝักยาวกับผักกะเฉดด้วยค่ะ เจ๊บอกว่าเดี๋ยวนี้คนรักสุขภาพมากขึ้น เลยลองทำไส้ผักมาขาย คนเขาก็ชอบกัน และที่พิเศษคือ ปกติวันธรรมดาเจ๊ไม่ขายข้าวเกรียบ แต่อยู่บ้านทำสวนปลูกผักแทน ซึ่งไส้ผักนี้ก็เด็ดมาเองจากที่สวนเลยค่ะ!

5พิพิธภัณฑ์บ้านเก่าเล่าเรื่อง
วาฬ และเพื่อนเดินย้อนกลับไปยังหน้าตลาด สายตาเห็นแว่บ ๆ ว่ามี พิพิธภัณฑ์บ้านเก่าเล่าเรื่อง แขวนมีด แขวนปืนอยู่เต็มร้าน และก็ได้ยินเสียงดังแก๊ง ๆ มาจากข้างใน เลยชวนกันเข้าไปดู ปรากฎว่า คุณลุงสมาน วิเชียรศรี เจ้าของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือช่างตีเหล็กประจำชุมชนค่ะ แกสร้างที่นี่ขึ้นร่วมกับลูกชาย เพื่อยังคงวิถีชีวิตที่ส่งทอดจากรุ่นสู่รุ่น คุณลุงเองยังบอกว่าเสียดาย ถ้าจะไม่มีคนมาสืบทอดความรู้วิชาต่อ ภายในเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้จากเหล็กที่แกตีขึ้นเอง บางชิ้นทุกวันนี้ก็ยังใช้อยู่ แต่บางชิ้นก็เลิกใช้กันไปแล้ว ซึ่งลุงสมานใจดีมากเลยค่ะ ให้วาฬลองตีเหล็กดังแก๊ง ๆ ด้วย บอกเลยว่า ค้อน หนัก มาก!



แทบไม่น่าเชื่อว่าแค่ชั่วโมงกว่า ๆ จากกรุงเทพฯ จะมีสถานที่ที่น่าสนใจอย่างตลาดบางหลวง รศ.122 ในตำบลบางเลน จ.นครปฐมแห่งนี้ตั้งอยู่ และไม่ใช่แค่ตลาดนี้แห่งเดียว แต่ยังมีตลาดน้ำลำพญา ตลาดท่านา และที่เที่ยวอื่น ๆ ใน จ.นครปฐม ซึ่งตอบโจทย์เพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่ซ่อนกลิ่นอายของยุคสมัยก่อน และอยากหาสถานที่ที่ได้ออกมาสัมผัสวิถีชีวิตที่สงบเรียบง่ายอันมีเสน่ห์แบบวันวาน และสิ่งที่ทำให้วาฬประทับใจอีกอย่างก็คือ ความอัธยาศัยดีของคนในชุมชน ที่ต้อนรับเราเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง เป็นการเที่ยวที่อิ่มกายกับอาหารท้องถิ่น แถมสุขใจใกล้แค่เอื้อมอีกด้วย :)) แบบนี้พร้อมกลับไปสู้รบในเมืองแล้วค่ะ! นอกจากตลาดบกแห่งนี้ ยังมีที่ท่องเที่ยวอีกเพียบในภาคกลางให้เพื่อน ๆ ได้ไปแฮปปี้กันแบบเต็ม ๆ เพื่อน ๆ คนไหนสนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tiewpakklang.com/ หรือโทร 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทยกันเลยค่ะ




