หนีจากชีวิตประจำวัน ไปใช้ชีวิตแบบสุดโหดหฤหรรษ์ 3 วัน 2 คืนในสุราษฎร์ธานี! กินปลา เที่ยวเกาะ นอนบนเรือ ตกหมึก ตกปลา ขุดหอยแบบที่คนสุราษฎร์แท้ ๆ เขาทำกัน! รับประกันว่าเหนื่อย โหด พีค สุด แน่นอน!
1กินติ่มซำร้านไผ่หยก
หลังจากตื่นตั้งแต่เช้ามืดไปสนามบิน ใช้เวลา 1 ชั่วโมงเราก็มาถึงสุราษฎร์ธานีตอน 7 โมงเช้ากำลังหิวใช้ได้ เพื่อนที่มาด้วยกันเป็นคนสุราษฯบอกมาถึงนี่ต้องกินติ่มซำสิ ร้านไผ่หยกเป็นร้านเก่าแก่ของชาวสุราษฯ เราอยากกินอะไรก็ไปเลือกเดินหยิบให้พี่เขาอุ่นได้เลย แล้วน้ำจิ้มติ่มซำของที่นี่เป็นน้ำจิ้มพิเศษของทางร้านไม่เหมือนที่อื่น นอกจากนี้ยังมี บักกุ๊ดเต๋ เกาเหลาเลือดหมู ข้าวต้ม ข้าวสวย ให้เลือกทานเผื่อใครยังไม่จุใจ

2ดูวิธีทำไข่เค็มไชยา
พอท้องอิ่มเสร็จแล้วเราก็ง่วง เข้าที่พักนอน จะบ้าเหรอ! มาถึงสุราษฯของดีพี่พลาดไม่ได้เลยก็คือไข่เค็มไชยานี่แหละ แต่มาซื้อเป็นของฝากหรือกินเฉย ๆ จะสนุกอะไร ไปทำกันเองเลยดีกว่า ไข่เค็มไชยาก็ต้องมาที่อำเภอไชยาสิ ลุง ๆ ป้า ๆ ที่นี่เขาน่ารักกันมาก ช่วยสอนวิธีทำว่าการทำไข่เค็มเนี่ย ไข่ต้องเป็นไข่เป็ดนะ ต้องใช้ดินจอมปลวก(สาเหตุที่ใช้ดินจอมปลวกป้าเค้าบอกว่ามันมีกำมะถันหมกแล้วจะช่วยให้ไข่อร่อย) เอามาผสมเกลือผสมน้ำนะ ก็เอาไข่เป็ดไปจุ่มดินที่ผสมแล้วไปคลุกกับขี้เถ้าแกลบเพื่อกันน้ำระเหย เสร็จแล้วก็ต้องทิ้งไว้ จะเก็บไว้ 5 วันก็เอาไปต้ม หรือ 7 วันก็เอาไปทอด ทำไปเล่นไป คุยกับป้าไปสนุกเลยทีเดียว




3ดูการทอผ้าไหมพุมเรียง
หลังจากนั้นเราแวะไปดูการทอผ้าไหมพุมเรียง ของขึ้นชื่ออีกอย่างของหมู่บ้านพุมเรียง อำเภอไชยา ที่ร้านวรรม๊ะไหมไทย หลังร้านเค้ามีกลุ่มสตรีทอผ้า เดินเข้าไปดูป้า ๆ น้า ๆ ทอให้ดูกัน เป็นบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงคุณแม่คุณยายเรานั่งเย็บผ้าตอนเด็ก ๆ เหมือนกัน แต่ต้องไปไวนิดนึง 4 โมงเย็นก็ตลาดวาย พี่ ๆ เค้าก็ต้องกลับบ้านไปพักผ่อนเหมือนกัน เดินไปได้แป๊บเดียวก็ขอซื้อโสร่งกับผ้าถุงกลับบ้านไปเป็นของที่ระลึกกับเขาด้วย



4กินข้าวที่พลับพลาซีฟู้ด
แวะกินข้าวที่ร้านพลับพลาซีฟู้ด ร้านอาหารบรรยากาศติดทะเลเจ้าเก่าของสุราษฎร์ ตัวร้านกว้างขวางมาก เราเลือกที่นั่งติดทะเล มองดูวิวรับลมแล้วเลือกเมนูซีฟู้ดที่ขึ้นจากทะเลสด ๆ มากินกันแบบไม่ยั้ง เมนูที่ชอบมากคือแกงส้มสุดแซ่บ ปลาทรายทอดขมิ้นที่กรอบกรุบ โรยกระเทียมมาให้สะใจ และหอยขาวที่หากินที่ไหนไม่ได้ นี่ชอบมาก



5ขุดหอย ชมพระอาทิตย์ตกที่เกาะเสร็จ
อีกหนึ่งกิจกรรมที่พลาดไม่ได้เลยสำหรับเมืองหอยใหญ่นี้ก็คือการขุดหอย ที่อำเภอไชยามีธนาคารปูม้าเพื่ออนุรักษ์สภาพแวดล้อม ซึ่งเราสามารถลงเรือจากที่นี่ไปที่เกาะเสร็จเพื่อขุดหอยกันได้ โดยพมีบริการเรือพร้อมไกด์ไปให้ (ราคาเหมาะลำประมาณ 2000 บาท) เกาะเสร็จอยู่ห่างออกไป 4 กิโลเมตร นั่งเรือรับลมเพียงไม่นานก็มาถึง


บรรยากาศตอนเย็นสวยงามราวกับเป็นเกาะส่วนตัว วิวสวยสะกดสายตามาก แต่ะจะจ้องมองวิวอาทิตย์ตกอย่างเดียวไม่ได้ เพราะมาถึงที่นี่แล้วก็ต้องมาขุดหอยด้วย! โดยเรามีพี่ไกด์มาอธิบายวิธีการจับหอยพร้อมสาธิตให้ดูอย่าง หอยสับเคล็ดใช้วิธีดูรูที่พื้นถ้ามี 2 รูคู่กันก็เอาเสียมขุดลงไปได้เลยแต่ต้องเอามาล้วงลงไปเร็วหน่อยเพราะถ้าช้ามันจะหนีลงไปเร็วมาก หอยรากก็จะคล้าย ๆ กันสังเกต 3 รูติดกันเอามือขุดลงไปได้เลย ตัวหอยจะเป็นเส้นยาว ๆ เหมือนมีราก เอามาลวกกินทำยำได้เลย ส่วนหอยขาววิธีการขุดให้ใช้คราดขูดทรายเข้าหาตัว ถ้ารู้สึกกึก ๆ เมื่อไหร่ค่อยใช้มือแงะมันขึ้นมา พอได้ขุดเองดูแล้วพึ่งรู้ว่ามันสนุกมากกก โดยเฉพาะหอยสับเคล็ดเนี่ยคือต้องแข่งกับมันมากถ้ามัวแต่ยึกยักก็อดเลย แต่ระวังบีบแรงไปเพราะหอยจะแตกได้และบาดมือ(โดนมาแล้ว)


6ลงเรือตกปลา ตกหมึก ตกหมอน นอนบนเรือ
ใครที่นึกภาพว่าออกไปนอนบนเรือหางยาว นอนกลางทะเลจะชิลล์ ตกหมึกปุ๊บกินสดปั๊บ ภาพในความฝันสวยงาม แต่ความจริงนี่ไม่ใช่เลย เราลงเรือหางยาวของชาวบ้านตอนเที่ยงคืน มีแผนว่าจะไปให้ถึงที่พักที่ในเกาะพะลวยตอนเช้า ระหว่างทางก็ไปตกหมึก ตกปลากัน แต่เรือจริง ๆ นั้นไม่มีหลังคา ไม่มีผ้าห่ม และที่สำคัญไม่มีห้องน้ำ!
พอเรือออกไปซักพักก็ง่วง น้าบนเรือบอกว่านอนไปก่อนได้เดี๋ยวตี 3 ตี 4 ไปถึงที่ตกหมึกแล้วปลุก เราก็หลับไปบนเรือเลยจ้า แต่หลับได้ไม่นานก็ต้องตื่นเพราะน้ำที่กระเซ็นเข้ามาเยอะเหลือเกิน จนพี่ ๆ ไล่ไปนอนใต้เรือ ถึงเวลาที่พี่เค้าปลุกตื่นมาอีกทีมีแสงแรกของวันใหม่ต้อนรับพร้อมกับปลาตัวยาวและปลาหมึกอยู่ข้าง ๆ และวิวทะเลล้อมรอบ 360 องศา งงไปหมดเพราะตกหมึกไม่ทัน แต่เห็นวิวสวยตอนเช้า ก็รู้สึกว่าคุ้มกับการมาอยู่บนเรือเหมือนกันนะ
ตอนเช้าได้ปลากับหมึกมาเล็กน้อย พี่คนเรือก็จัดการเปิดครัวในเรือ! ทอดปลากกับต้มหมึกให้กินกันด้วย เรียกได้ว่าสดสุด สดจริง สดที่สุดในชีวิตที่เคยกินมา (แน่สิ เพิ่งตกขึ้นมาได้ตะกี้!)



7เข้าที่พักที่อ่างทองบีช รีสอร์ต
หลังจากนอนบนเรือมาเป็นเวลานาน ห้องน้ำอะไรก็ไม่มี หัวยังโคลงเคลงตลอดเวลาเหมือนอยู่บนเรือ ไม่พูดพร่ำทำเพลง เราก็ตรงดิ่งเข้าที่พักที่อ่างทองบีช รีสอร์ต ที่เกาะพะลวย เราตรงดิ่งไปอาบน้ำก่อนเลย ที่นี่เป็นที่พักแบบ Eco ก็คือใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และเครื่องปั่นไฟ ทำให้เวลากลางวันไม่มีไฟฟ้าให้ใช้ ไม่มีแอร์แต่มีลมโกรกเย็นสบาย ใครที่อยากมาพักผ่อนจริง ๆ นั่งอ่านหนังสือติดทะเล พายเรือ เดินเล่น ทำตัวเปื่อย ๆ ที่นี่เหมาะมาก อีกอย่างน้ำทะเลที่นี่ใสมากด้วย


8ออกไปเที่ยวทะเลใน
หลังจากกินข้าวอาบน้ำเป็นที่เรียบร้อย เราก็ออกเรือกันอีกครั้ง มุ่งหน้าไปที่ทะเลใน ไฮไลต์ของหมู่เกาะอ่างทอง ซึ่งเป็นทะเลที่อยู่ในแอ่งหินปูนขนาดใหญ่ เมื่อปีนขึ้นไปจะเจอกับแอ่งน้ำที่สีน้ำทะเลข้างในฟ้าสดมาก ต่างจากน้ำทะเลข้างนอกเลย

9ไปเดินเล่นที่เกาะวัวตาหลับ
ไปกันต่อที่เกาะวัวตาหลับ เกาะที่เป็นที่พักของอุทยานและมีพื้นที่สำหรับดำน้ำ มีร้านอาหารและจุดเล่นน้ำให้ชิลล์กันได้ มีหาดทรายขาวสะอาดน่าเดินเล่น และมีจุดชมวิวที่สวยมากใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 45 นาทีเพื่อไปดูวิวของหมู่เกาะอ่างทองแบบ 360 องศา รวมถึงมีถ้ำบัวโบกให้ไปผจญภัยกันด้วย
10พักผ่อนที่เกาะพะลวย
หลังจากนั้นตอนเย็นเรากลับมาเดินเล่นหน้าที่พักที่ชายหาดเกาะพะลวยนี่แหละ เดินดูพระอาทิตย์ตกแบบเงียบสงบ ที่นี่ตอนเย็น ๆ ก็เริ่มใช้ไฟฟ้าได้แล้ว สามารถฟังเพลง ชาร์ตแบตอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ เรากินข้าวที่ที่พักแล้วนอนหลับพักผ่อน มองวิวสวยกับมีเตียงนอนดี ๆ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว



11จิบกาแฟที่ร้าน Renovate Espresso Bar
หลังจากไปผจญภัยเป็นชาวเลมา กลับเข้าเมืองเราขอมานั่งคาเฟ่ซักหน่อย ที่สุราษฎร์มีร้านกาแฟชิค ๆ ไม่เยอะ โชคดีที่มาเจอร้าน Renovate นี้ครับ จุดเด่นของร้านนี้ไม่ได้มีแค่บรรยากาศเท่านั้น เมนูเครื่องดื่มที่ร้านนี่มีลูกเล่นให้เลือกหลายเมนูมากอย่างเราลองเมนู The Shadow เป็น Espresso + Chacoal + Signature creamy milk เวลากินนี่ห้ามคนนะให้ใช้หลอดดูดจากบนลงล่าง ก็จะได้รสชาติที่ต่างกันมาผสมกันในปากพอดี นอกจากนี้ยังมีบาริสต้าฝีมือฉกาจ สามารถทำลาย Latte Art พิสดารตามรีเควสให้เราได้ด้วย ใครที่ชอบกาแฟที่มีลูกเล่นสนุก ๆ แวะกันมาได้เลย!


12กินข้าวที่ร้านวิวหลักล้านที่ ภูณิศา
ก่อนกลับกรุงเทพมาแวะกินข้าวกันที่ร้านภูณิศา ใครที่อยากเห็นวิวหลักล้านต้องมา! ร้านนี้ตั้งอยู่บนภูเขา มีแม่น้ำยาวขนาบข้างรวมกับสวนปาล์มที่ยาวสุดลูกหูลูกตาของชาวบ้าน ยิ่งมาช่วงพระอาทิตย์ตกนี่จะเห็นแสงช่วง Magic hour ที่สวยยิ่งกว่าในหนัง! นั่งมองได้เป็นชั่วโมงเลย

อาหารที่นี่ก็สดใหม่และมีให้เลือกเยอะตอบโจทย์ทุกวัย ชอบที่มีจาน Complimentary เป็นน้ำพริกกระปิบวกผักต้มให้ทานรองท้องก่อนด้วย เมนูเด็ดต้องลองคือ ใบเหลียงผัดไข่ใส่กุ้งแก้วที่ดีงามมาก และกินอิ่มแล้วยังแถมของหวานให้กินกันฟรี ๆ อีกด้วย อิ่มหนำสำราญ พุงบางกลับบ้านกันเลยทีเดียว


สรุปทริปสุราษฎร์ 3 วัน 2 คืน


จริง ๆ ที่สุราษฎร์ธานียังมีที่เที่ยวอีกเยอะมาก ทั้งเขื่อนเชี่ยวหลาน น้ำตก และทะเล ถ้าจะให้มาอีกอยู่เป็นอาทิตย์ก็ยังได้เลย แถมซีฟู้ดก็อร่อยมาก ๆ ใครอยากตามมาแบบเราหรือเอาไปปรับลดได้ก็ ไม่ว่ากัน (จะได้ไม่เหนื่อยแบบเรา 555)
ติดตามทริปสนุก ๆ ครั้งต่อไป เข้าไปกดไลก์เพจ Wongnai Travel กันรับรองสนุกแน่ ทริปหน้าจะไปเหนื่อยกันที่ไหนอีกอย่าลืมติดตามนะครับ แล้วเจอกันครับ






