เปิดโพย "กองทุนผลตอบแทนดี" มาแน่ปี 2564 แนะนำเลยสำหรับมือใหม่!
  1. เปิดโพย "กองทุนผลตอบแทนดี" มาแน่ปี 2564 แนะนำเลยสำหรับมือใหม่!

เปิดโพย "กองทุนผลตอบแทนดี" มาแน่ปี 2564 แนะนำเลยสำหรับมือใหม่!

มือใหม่เพิ่งหัดลงทุนมาทางนี้ เพราะเราจะมาแนะนำกองทุนรวมผลตอบแทนดี เตรียมไว้เลย เก็งแล้วว่ามาแน่ใน พ.ศ.นี้!! ใครยังไม่รู้จัก พลาดแล้วจะหาว่าไม่บอกไม่ได้นะ
writerProfile
17 ก.พ. 2021 · โดย

นอกจากกองทุน SSF ที่ช่วยลดภาษีแล้ว คราวนี้เรากลับมาแนะนำกองทุนผลตอบแทนดี ที่เล็งไว้แล้วว่าปีนี้มาแน่! เหมาะมากสำหรับมือใหม่ ต้องบอกก่อนนะว่าตัวเก่า ๆ ที่ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้ว เราจะไม่หยิบยกมา ขอยกมาเฉพาะตัวเด็ด ๆ ที่เล็งแล้วว่าเริ่ดจริง มีมาให้ครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี ด้านสุขภาพ และด้านธุกิจ E-Commerce ลองดูกันได้ตามความชอบเลยจ้า แต่ต้องเน้นย้ำอีกนิดนะคะว่า การลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษาให้ดีก่อนลงทุนนะสาว ๆ

เปิดโพยกองทุนผลตอบแทนดี มาแน่ปี 2564 สำหรับมือใหม่!

กองทุนแนะนำสำหรับมือใหม่ปี 2564

กองทุนแนะนำสำหรับ Global Technology

อันนี้ถือเป็นกองทุนแนะนำสำหรับมือใหม่เลยทีเดียว เพราะลงทุนเทคโนโลยีระดับ MEGATRENDS ที่จะเข้ามามีบทบาทเกี่ยวกับอุตสาหกรรมของโลก 

กองทุนที่แนะนำคือ...

ONE-UGG-RA : ลงทุนใน Baillie Gifford Long Term Global Growth Fund Class B Net Accumulation เป็น Fund House สัญชาติสก็อตแลนด์ ซึ่งจะลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยกองทุนนี้เขาจะคัดเลือกลงทุนในบริษัทแบบ Bottom-Up คือดูว่าบริษัทไหนมีศักยภาพในการเติบโตด้านรายได้ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ถึงจะลงทุนในบริษัทนั้น ๆ ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ปาไปแล้ว 114.02%

PWIN : มีนโยบายลงทุนในหุ้นที่มีโอกาสเติบโตสูงและได้รับประโยชน์จากการพัฒนาของเทคโนโลยีและนวัตกรรมในระยะยาว กองทุนนี้จะเลือกลงทุนในเมกะเทรนด์หลัก 5 ธีม ได้แก่ ไบโอเทคโนโลยี, นวัตกรรมอินเทอร์เนต, วิดีโอเกม-อีสปอร์ต, ไซเบอร์ซิเคียวริตี้ และนวัตกรรมด้านอุตสาหกรรม ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี คือ 95.17%

B-INNOTECH : ลงทุนใน Fidelity Funds – Global Technology Fund Class Y-ACC-USD เป็นกองทุนที่มีธีมของตัวเองชัดเจน คือเน้นลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องหรือได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเท่านั้น มีทั้ง Apple, Alphabet, Samsung, Microsoft, Facebook และอื่น ๆ อีกมากมาย ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี คือ 38.59%

กองทุนแนะนำสำหรับ Global Healthcare

กองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจสุขภาพโดยเฉพาะ Digital Healthcare ที่รวมไปถึงการคิดค้นวัคซีน COVID-19 และยารักษาโรค ที่เรียกว่าเป็นความหวังของคนทั้งโลกในตอนนี้เลยทีเดียว 

กองทุนที่แนะนำคือ... 

TGHDIGI : กองทุนนวัตกรรมทางการแพทย์อันดับ 1 ในไทย มีศักยภาพในการเติบโตจากผลการดำเนินงานของหุ้นกลุ่ม Digital Health ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน CS (Lux) Global Digital Health Equity ชนิดหน่วยลงทุน IB USD (กองทุนหลัก) ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี คือ 86.00%

TBIOTECH : กองทุนเปิดของทิสโก้ TISCO Biotechnology Healthcare Fund กองทุนนี้ลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยี (Biotechnology) การวินิจฉัยโรค (Diagnosis) และเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต (Life Science Tools) ทั่วโลก ผลตอบแทนย้อนหลัง 6 เดือน คือ 23.52%

T-GlobalEQRMF : กองทุนเปิดธนชาต Global Equity เพื่อการเลี้ยงชีพ มีการกระจายการลงทุนไปยังหลากหลายประเทศทั่วโลกโดยเลือกกองทุนรวมปลายทางต่างประเทศ ซึ่งผู้จัดการกองทุนจะเน้นลงทุนในกองทุนรวมที่มีนโยบายเลือกหุ้นรายตัวเป็นหลัก (Active Fund) ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี คือ 18.24%

กองทุนแนะนำสำหรับ Global E-Commerce

กองทุนที่ลงทุนเกี่ยวกับ E-Commerce (การซื้อ-ขายออนไลน์) ยิ่งในช่วง New Normal ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คน ทำให้ธุรกิจซื้อขายสินค้าออนไลน์ของทั่วโลก มีแนวโน้มรายได้ขยายตัวต่อเนื่อง

กองทุนที่แนะนำคือ...

ONE-GECOM : ลงทุนในหุ้นทั่วโลก ที่ออกโดยบริษัทที่ประกอบธุรกิจ หรือมีรายได้ หรือได้รับประโยชน์จากธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) และอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ETF ที่มีนโยบายการลงทุนในหุ้นประเภทเดียวกัน โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี คือ 115.69%

CIMB PRINCIPAL GOPP-A : มีสัดส่วนการเลือกหุ้นที่น่าสนใจมาก รวมแบรนด์ดังดาวรุ่งซึ่งกำลังเติบโตทั่วโลกเอาไว้ด้วยเช่นบริษัท Tech อย่าง Amazon, Facebook, Google, LINE บริษัทบัตรเครดิตอย่าง Mastercard, Visa หุ้นแฟชั่นหรูชื่อดังเช่น แบรนด์มาแรงอย่าง Moncler Group, แบรนด์แฟชั่นอย่าง Hermes รวมไปถึงร้านกาแฟชื่อดัง Starbuck อีกด้วย ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี คือ 45.09%

WE-OSHOP : เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มค้าปลีกออนไลน์ทั่วโลกผ่านกองทุนหลัก PROSHARES ONLINE RETAIL ETF ในสัดส่วน 75% เช่นบริษัท Amazon.com, Alibaba Group Holding , Qurate Retail และอื่น ๆ รวมถึงลงทุนในหุ้นกลุ่มบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวข้องกับการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Payment) ในรูปแบบ สมาร์ทการ์ด, บัตรเติมเงิน และกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านกองทุนหลัก IPAY ETFMG Prime Mobile Payments ETF ในสัดส่วน 25% เช่น บริษัท Paypal, Visa, Mastercard เป็นต้น ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือน คือ 15.01%

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับกองทุนที่เราคัดเลือกมาให้แล้ว น่าสนใจมาก ๆ สำหรับมือใหม่ ใครยังไม่รู้จะลงทุนตัวไหนดี โพยเหล่านี้ก็ช่วยชี้นำทางสว่างให้ได้ระดับนึงเลย แต่ก็ต้องไม่ลืมไปศึกษาเพิ่มเติม เอาให้รู้จัก รู้จริง รู้ลึก ในสิ่งที่เรากำลังจะเอาเงินไปฝากไว้กับเขาให้ดี เพราะการลงทุนเหล่านี้มีความเสี่ยงสูง ส่วนใครที่มีเคล็ดลับดี ๆ ในการลงทุน หรือมีกองทุนไหนที่น่าสนใจอยากนำมาแชร์ สามารถคอมเมนต์พูดคุยกันได้ด้านล่างเลยจ้า ถือว่าเราเปิดพื้นที่ให้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันในฐานะคนนึงที่อยากศึกษาการลงทุนและอยากนำมาแชร์เล่าแบ่งปันให้เพื่อน ๆ ไปด้วยกันค่ะ

บทความที่คัดมาให้เพื่อน ๆ โดยเฉพาะ...