20 เว็บไซต์คอร์สเรียนออนไลน์ฟรี 2025 มีใบรับรอง อัปสกิลความรู้!
  1. 20 เว็บไซต์คอร์สเรียนออนไลน์ฟรี 2025 มีใบรับรอง อัปสกิลความรู้!

20 เว็บไซต์คอร์สเรียนออนไลน์ฟรี 2025 มีใบรับรอง อัปสกิลความรู้!

ต้องบอกว่าเดี๋ยวนี้การอัปเดตความรู้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ และเราสามารถลงทุนกับความรู้แบบไม่ใช้เงินได้ด้วยคอร์สเรียนออนไลน์ฟรี แถมยังได้รับรองอีกด้วยย
writerProfile
13 ม.ค. 2025 · โดย

หลังผ่านสถานการณ์โควิดมาได้สักพักเราต้องทำงานแบบ WFH ซะส่วนใหญ่ ถ้าใครที่ทำงานเข้าที่แล้วพอมีเวลาว่างอยากอัปเดตความรู้เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเรียนไปเพื่ออัปเงินเดือน หรือเปลี่ยนสายงานก็สามารถทำได้เลย วันนี้ Wongnai Beauty ได้รวมคอร์สเรียนออนไลน์ฟรี มาให้ทุกคนได้เลือกเรียนกันแบบจัดเต็มกว่า 20 ที่กันเลย ถ้าอยากรู้ว่ามีที่ไหนน่าเรียนบ้างตามไปดูกันต่อเลยย

รวม 20 เว็บไซต์คอร์สเรียนออนไลน์ฟรี จัดเต็มความรู้จุกๆ มีใบรับรองยืนยัน!

คอร์สเรียนออนไลน์หาได้ที่ไหนบ้าง

1. Thai Mooc

สำหรับคอร์สเรียนออนไลน์ที่เน้นให้การศึกษาระบบแบบเปิดเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีวิชาทั้งหมด 12 หมวดวิชา ต้องบอกว่าหลากหลายมาก ๆ เพราะเขารวมความรู้จากหลายมหาวิทยาลัยมาไว้ด้วยกัน และใครที่มีความสนใจในภาษาเกาหลีสามารถไปเรียนภาษาเกาหลีเบื้องต้น 1 ได้นะคะ เป็นหลักสูตรที่เรียนแล้วสามารถเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เผื่ออยากดูซีรีส์แล้วจะได้อินมากกว่าเดิม

  • เรียนได้ที่ : Thai Mooc
  • จุดเด่น : มีคอร์สเรียนมากกว่า 482 คอร์ส ซึ่งส่วนใหญ่ความรู้ที่ได้จะเน้นไปทางสายอาชีพปรับใช้ได้จริง
  • ค่าใช้จ่าย : ฟรี และ หากสอบผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด จะได้รับใบประกาศนียบัตร

2. CMU Lifelong Education

ต้องบอกว่าคอร์สเรียนออนไลน์ฟรี ที่ทุกคนสามารถเรียนได้จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่นี่ เขาน่าสนใจเพราะว่าเราสามารถใช้สะสมหน่วยกิตในมหาวิทยาลัยได้ด้วยเผื่อใครเป็นนักศึกษา นอกจากนี้ยังมีหลายหมวดหมู่ให้เลือกมรทั้งหลักสูตรอบรมแบบออนไลน์ กับ หลักสูตรอบรบระยะสั้น เราจะยกตัวอย่างสำหรับคนที่ขายของออนไลน์สามารถเรียนวิชาการผลิตสื่อเพื่อการตลาดในยุคธุรกิจออนไลน์ (SOCIAL MEDIA MARKETING-SMM) ได้เลยค่ะ จะได้รู้วิธีการสร้างโพสต์ให้น่าสนใจนั่นเอง

  • เรียนได้ที่ :  CMU Lifelong Education
  • จุดเด่น : มีหมวดหมู่ให้เลือกหลากหลายทั้งสุขภาพ ธรรมชาติ สามารถเอาไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้
  • ค่าใช้จ่าย : ลงทะเบียนเรียนฟรี และ สอบผ่านจะมีประกาศนียบัตร (ตามเกณฑ์ที่กำหนด)

3. Chula Mooc

เชื่อว่าทุกคนน่าจะรู้จัก Chula Mooc กันอยู่แล้วเพราะว่าสอนโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีให้เลือกด้วยกัน 5 หมวดวิชา ทั้ง ภาษา, เทคโนโลยี การจัดการ ศิลปะ การพัฒนาตนเอง และสุขภาพ ซึ่งความแตกต่างของคอร์สเรียนออนไลน์ที่นี่คือเขามีจำกัด ใครอยากเรียนต้องแย่งชิงกันลงทะเบียนให้ทัน ฉะนั้นเข้าไปดูและสนใจก็เกาะขอบจอรอลงทะเบียนได้เลย

  • เรียนได้ที่ : Chula Mooc
  • จุดเด่น : ความรู้ที่ได้รับจะมีรายละเอียดที่ค่อนข้างแน่น และได้เรียนกับอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ค่าใช้จ่าย : ฟรี และ ต้องสอบผ่านถึงจะมีใบรับรอง Certificate of Completion ให้

4. Mahidol University Extension

มาต่อกับคอร์สเรียนออนไลน์ฟรีจากมหาวิทยาลัยมหิดลกันบ้างค่ะ เขาเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปสามารถเรียนได้ฟรี เลือกเรียนได้ 22 คณะในมหาวิทยาลัยเลยด้วย ใครอยากเรียนวิชาในคณะไหน สามารถเลือกลงได้ตามความต้องการตั้งแต่คณะทันตแพทย์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ คณะสังคมและมนุษย์ศาสตร์ แลคณะวิทยาศาสตร์ นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งนะคะ ถ้าสนใจสามารถเข้าไปดูเรื่องอื่น ๆ กันได้น้า

  • เรียนได้ที่ : Mahidol University Extension
  • จุดเด่น : วิชาที่เปิดสอนจะเจาะลึกตามสายอาชีพ
  • ค่าใช้จ่าย : เรียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ในแต่ละวิชาจะมีเกณฑ์การให้ใบรับรองที่แตกต่างกัน 

5. TU Next

คอร์สเรียนออนไลน์ฟรีจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาในรูปแบบ Gen Next Academy มีคอร์สเรียนให้เลือกกว่า 90 คอร์สเรียน ซึ่งความรู้ที่เขาสอนค่อนข้างน่าสนใจมาก ๆ เลยค่ะ อย่างปรัชญาการเมืองเบื้องต้น หรือ อารยธรรมและวัฒนธรรมของไทยในปัจจุบัน เราคิดว่าเป็นความรู้ใหม่ ๆ ที่หลายคนอาจคิดไม่ถึง แอบบอกว่าเรียนรู้ไว้ไม่เสียหายค่ะ

  • เรียนได้ที่ : TU Next
  • จุดเด่น : เป็นวิชาที่เรียนแล้วให้ความรู้สึกเหมือนเรียนในมหาวิยาลัยเลยค่ะ
  • ค่าใช้จ่าย : เรียนฟรีบางวิชา และ บางวิชามีค่าใช้จ่าย หากสอบผ่านมีใบรับรอง Certificate ให้นะคะ
รวมเว็บไซต์คอร์สเรียนออนไลน์

6. Coursera

สายต่างประเทศใครที่ได้ภาษาอังกฤษสามารถลองเรียนของ Coursera ได้เลยค่ะ เขาเป็นคอร์สเรียนออนไลน์ที่รวบรวมวิชาส่งตรงมาจากอเมริกาให้เราแบบไม่ต้องลำบากบินไปเล้ยย ทางเว็บไซต์มีคอร์สเรียนมากกว่า 5,000 คอร์ส ผู้สอนเป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ต้องบอกว่าบางคอร์สสามารถสมัครเรียนได้ฟรีได้ หากอยากได้ใบ Certificates อาจจะต้องเสียเงินนะคะ ใดใดคือคุ้มมากสามารถใช้ใบ Certificates ไปสมัครงานได้เลยค่ะ

  • เรียนได้ที่ : Coursera
  • จุดเด่น : มีทักษะให้เลือกเรียนรู้ถึง 11 หมวด พร้อมแบ่งการเรียนอย่างชัดเจนว่าคอร์สนั้น ๆ คือ Beginner, Intermediate หรือ Advanced
  • ค่าใช้จ่าย : ทดลองเรียนฟรีได้ 7 วัน หลังจากนั้นมีค่าใช้จ่าย หากสอบผ่านมีใบ Certificates ให้ด้วย

7. Skillshare

สำหรับใครอยากเรียนคอร์สเรียนจากประเทศอเมริกาแนะนำ Skillshare เลยค่ะ เราสามารถสมัครเรียนฟรีได้ 1 เดือนเต็ม ๆ ในเว็บไซต์มีคอร์สเรียนให้เราเลือกมากกว่า 14,000 คอร์สเลยด้วย บางหลักสูตรก็มาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับโลก เรียกได้ว่ามีครบทุกแนวทั้งงานสร้างสรรค์ งานธรุกิจ เรื่องเทคโนโลยี หรือแม้แต่ไลฟ์สไตล์ หากมีเวลาก็ลงเรียนก่อนได้ค่ะ รับรองว่าคุ้มมาก

  • เรียนได้ที่ : Skillshare
  • จุดเด่น : หากมีข้อสงสัยระหว่างเรียนสามารถคอมเมนต์ได้เลย และสามารถเรียนผ่านแอปพลิเคชันได้ด้วย
  • ค่าใช้จ่าย : ทดลองเรียนฟรีได้ 1 เดือน หลังจากนั้นจะมีค่าใช้จ่าย ถ้าเรียนแล้วสอบผ่านจะมีใบ Certificate ให้

8. Futurelearn

Futurelearn เป็นแพลตฟอร์มคอร์สเรียนออนไลน์ที่มีคอร์สฟรีมากกว่า 1,000 หลักสูตรจากสถานบันชื่อดังอย่าง Cambridge, UCL และ The University of Kent ซึ่งเขามีวิชาที่น่าสนใจมาก ๆ อย่างการหัดเขียนนิยายที่ในไทยไม่ค่อยมีสอน เพราะการเรียนรู้ที่อยู่ในเว็บไซต์นี้ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นเรื่องวิชาการอย่างเดียวเท่านั้น นอกจากนี้เรายังสามารถเรียน IELTS ที่เขามีคอร์ส การเตรียมสอบ การพูด IELTS จากสถานบัน British Council ชื่อดังโดยตรงเลยถือว่าดีมาก ๆ เลยล่ะค่ะ

  • เรียนได้ที่ : Futurelearn
  • จุดเด่น : มีความรู้ที่หลากหลายไม่ได้จำกัดแค่ในแวดวงวิชาการอย่างเดียวเท่านั้น
  • ค่าใช้จ่าย : สามารถลงทะเบียนเรียนฟรีได้ และสมัครสมาชิกรายปีแบบมีค่าธรรมเนียมได้ เรียนได้ทุกวิชาตลอดทั้งปีพร้อมได้รับใบ Certificate เมื่อเรียนครบ 90% ขึ้นไปของหลักสูตรนั้น ๆ รวมถึงต้องทำข้อสอบได้คะแนนมากกว่า 70% ขึ้นไป 

9. Edx

ใครอยากเรียนแบบจริงจังจุก ๆ ต้องแพลตฟอร์มคอร์สเรียนออนไลน์จาก Edx เลยค่ะ เขารวมวิชาที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับโลกมาไว้ด้วยกัน ซึ่งคอร์สเรียนมีหลายภาษาและแบ่งหมดเป็น การแพทย์ กฎหมาย การเงิน ภาษาศาสตร์ สื่อสารมวลชน หรือ ดนตรี มีทักษะหลายอย่างให้เราเลือกเรัยนเยอะมากกกก ต้องบอกว่าเขาได้ทำการแบ่งเลเวลตั้งแต่ Introductory, Intermediate ไปจนถึง Advanced ให้เราแล้วด้วย นับว่าเป็นอีกแพลตฟอร์มที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

  • เรียนได้ที่ : Edx
  • จุดเด่น : คอร์สเรียนมีการแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจน มีครบทุกวิชาทั้งศิลป์และศาสตร์ ไม่ว่าจะอาชีพไหนก็สามารถมาเรียนได้
  • ค่าใช้จ่าย : เรียนฟรีเฉพาะบางคอร์ส และต้องจ่ายเงินเพื่อรับใบประกาศณียบัตรหรือ Certificate of Archievement

10. Class Central

ต้องบอกว่าในแพลตฟอร์มนี้มีระบบการค้นหาคอร์สเรียนออนไลน์ที่น่าสนใจทั่วโลกกว่า 30,000 คอร์ส และมี 926 คอร์สจากมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับโลก ถ้าใครชอบวิชาที่ไม่น่าจะหาเรียนทั่วไปอย่าง เรื่องภูเขาทั่วโลก การทำงานของจิตใจ หรือเรื่องของความยุติธรรมในบริบทต่าง ๆ ก็สามารถไปลงเรียนได้ที่นี่เลย และถ้าอยากได้ใบรับรองก็ต้องซื้อคอร์สเรียน ส่งการบ้าน และสอบให้ผ่านก็จะได้ใบ Certification นั่นเอง

  • เรียนได้ที่ : Class Central
  • จุดเด่น : มีคอร์สเรียนที่หลากหลาย และมีรีวิวการจัดอันดับดาวกว่า 100,000 ครั้ง เราสามารถดูได้ว่าคอร์สไหนดี และคอร์สไหนน่าเรียน 
  • ค่าใช้จ่าย : มีคอร์สเรียนฟรี แต่กรณีที่อยากได้ใบ Certification ต้องซื้อคอร์สเรียน ส่งการบ้านให้ตรงเวลา และสอบให้ผ่าน
คอร์สเรียนออนไลน์ฟรี

11. Stanford

การเรียนรู้ที่มาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกต้อง Stanford เลยค่ะ เพราะเขาคิดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดอันดับ 3 ของโลกเลย ที่สำคัญเขามีคอร์สเรียนออนไลน์ฟรีให้พวกเราเลือกเรียนด้วยนะคะ เลือกได้หลายวิชาเลยค่ะ ทั้ง Computer Science, Economics, Digital Marketing และ Languages ส่วนมากเราจะลงทะเบียนเรียนฟรีได้นะคะ แต่บางวิชาจะมีค่าธรรมเนียมเล็กน้อย ไม่จำกัดอายุสามารถเรียนออนไลน์ได้ตลอดเวลาเลยด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นเขามีใบเกียรติบัตรให้หลังจากจบสูตรด้วยน้า

  • เรียนได้ที่ : Stanford
  • จุดเด่น : เป็นการเรียนรู้จากมหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆ ของโลก
  • ค่าใช้จ่าย : สามารถเรียนได้ฟรี ในบางวิชาที่เฉพาะทางจะเสียค่าธรรมเนียนในการเรียน ทางแพลตฟอร์มออกใบรับรองฟรีหลังจากเรียนจบ

12. Harvard

นี่เป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกที่มีนักเรียนหัวกะทิเยอะมาก ๆ เลยค่ะ ซึ่งทางฮาร์วาร์ดเขาได้ปล่อยคอร์สเรียนออนไลน์ฟรี ในรายวิชาที่น่าสนใจอย่างในปีที่แล้วอย่าง Mechanical Ventilation for COVID-19 เราสามารถอัปเดตความเข้าใจกับสถานการณ์ของโรคได้จากวิชานี้เลย นอกจากนี้ยังมีวิชาอื่น ๆ ที่น่าสนใจอย่าง การเป็นผู้นำ ดวงดาวและอากาศ หรือการพูดเชิงโน้มน้าวใจ แน่นอนว่าวิชาที่น่าสนใจมาก ๆ คือบทบาทของผู้หญิงในประวัติศาสตร์ เรียกได้ว่าเป็นความรู้ที่หาเรียนได้ไม่ง่ายเลยนะคะ ใครสนใจต้องลอง!

  • เรียนได้ที่ : Harvard
  • จุดเด่น : รายวิชาจะเน้นอัปเดตให้ตรงกับสถานการณ์ของโลก และสังคม รวมถึงมีรายวิชาที่หาเรียนได้ยากในประเทศไทย
  • ค่าใช้จ่าย : เรียนฟรี จะได้รับใบรับรองต่อเมื่อเรียนครบตามเวลาและผ่านหลักสูตร (มีค่าธรรมเนียม 90USD)

13. Lambda School

สำหรับใครที่อยากย้ายสายงานแบบเรียนก่อนจ่ายทีหลังต้องที่นี่เลยค่ะ เขาเน้นสร้างโอกาสให้กับคนที่เรียนและการจ่ายเงินที่หลังคือหากเรียนจบคอร์สที่นี่ไปแล้ว มีงานทำมีรายได้ที่ 50K$ ต่อปี หรือประมาณ 1,500,000 บาท จะต้องกลับมาจ่ายค่าเรียนโดยหัก 17% ของเดือนนั่นเอง ความรู้ของแพลตฟอร์มนี้จะเกี่ยวกับ Computer Science, UX Design และ Data Science แน่นอนว่าเรียนจบแล้วสามารถเอาไปประกอบอาชีพได้จริง ๆ ด้วยนะคะ ถือว่าน่าสนใจมาก ๆ 

  • เรียนได้ที่ : Lambda School
  • จุดเด่น : สามารถเรียนก่อนค่อยจ่ายเงินได้ เน้นสร้างอาชีพสายเทคโนโลยี
  • ค่าใช้จ่าย : ทดลองเรียนฟรีได้ และมีคอร์สที่เสียค่าใช่จ่าย แต่ละหลักสูตรมีใบรับรองให้เมื่อจบหลักสูตรและสอบวัดคุณภาพได้ตามเกณฑ์

14. Open Culture

ที่นี่มีคอร์สเรียนออนไลน์ฟรีกว่า 1,000 คอร์ส ซึ่งคอร์สเรียนเหล่านั้นมาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกอย่าง Yale, MIT, Harvard, Oxford และอื่น ๆ อีกเยอะมาก นอกจากนี้คอร์สเรียนที่นี่เขามีใบรับรองให้ด้วยนะคะ มีคอร์สเรียนทุกแขนงที่เราต้องการไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ศาสตร์ ศิลปะ ประวัติศาสตร์ หรือว่าธุรกิจเราสามารถเลือกเรียนได้หมดเลย ถ้าไม่อยากเปลี่ยนเว็บไซต์เราคิดว่าที่นี่ครบจบในแพลตฟอร์มเดียว

  • เรียนได้ที่ : Open Culture
  • จุดเด่น : มีคอร์สแปลกใหม่ให้ได้เรียนรู้ และมีการจัดรีวิวให้ดูว่าคอร์สไหนดีด้วย
  • ค่าใช้จ่าย : มีคอร์สสำหรับเรียนฟรี และถ้าอยากได้ใบรับรองต้องเสียค่าธรรมเนียมเท่านั้น

15. Online Course Report

คอร์สเรียนออนไลน์ฟรีกว่า 5,400 คอร์สอยู่ในนี้แล้วค่ะ ใครที่ชอบเรียนแบบจัดหนักเน้นเนื้อหาได้สาระจริง ๆ แนะนำว่าไม่ควรต้องลอง วิชาที่เขามีสอนเป็นวิชาที่ยากและน่าสนใจมาก อย่างวิศกรรมการบินและอวกาศ ภูมิคุ้มกันวิทยา ฟิสิกส์ รัฐศาสตร์ ดาราสตร์ และความรู้อื่น ๆ ที่ทุกอัปเดตมากจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) มาให้เรียนกันฟรี ๆ เราคิดว่าแพลตฟอร์มนี้เหมาะกับสายเนิร์ดมากก

  • เรียนได้ที่ : Online Course Report
  • จุดเด่น : ส่วนใหญ่คอร์สเรียนจะเน้นเนื้อหาที่จริงจัง เป็นแนววิชาการและภาษา
  • ค่าใช้จ่าย : มีคอร์สสำหรับเรียนฟรี และถ้าอยากได้ใบรับรองต้องสอบวัดผลก่อน
รวมคอร์สเรียนออนไลน์ฟรีที่ไหนดีบ้าง

16. LinkedIn Learning

ทุกคนต้องเคยได้ยิน LinkedIn กันแน่นอนเพราะเขาเป็นเว็บไซต์ที่เราเอาไว้ใช้สมัครงาน นอกจากจะใช้หาคอนเนคชันต่าง ๆ แล้วทางเว็บไซต์ยังเปิดคอร์สเรียนออนไลน์ฟรีในสายอาชีพอื่น ๆ ด้วยนะคะ มีทั้ง Software Developer ที่สอนพื้นฐานของการเขียนโปรแกรมไปจนถึงการเอาไปประยุกต์ใช้กับภาษาทางโปรแกรมมิ่งต่าง ๆ ทั้ง HTML, CSS, SQL, Javascript และ Python หรือใครจะเรียน Sales Representative ที่สอนเทคนิคการขาย การเจรจาก็มีให้เรียน ซึ่งเราสามารถลงทะเบียนเรียนฟรีได้ 1 เดือนนะคะ หรือจะเลือกจ่ายเพิ่มเพื่อซื้อคอร์สทั้งหมดเลยก็ได้ 

  • เรียนได้ที่ : LinkedIn Learning
  • จุดเด่น : เป็นแพลตฟอร์มที่เน้นวิชาตามสายงานที่มีความต้องการของตลาดแรงงาน ใครอยากเปลี่ยนสายงานหรือเรียนเพื่ออัปเงินเดือนต้องไม่พลาด
  • ค่าใช้จ่าย : สามารถเรียนฟรีได้ 1 เดือน และมีใบรับรองให้สำหรับคนที่จ่ายค่าธรรมเนียนรายเดือน/ปี

17. Udacity

เอาล่ะค่ะ ! คอร์สเรียนออนไลน์ฟรีจาก Udacity เป็นแหล่งความรู้สำหรับสายเทคโนโลยี ใครชอบอัปเดตเทรนด์ความรู้สายเทคต้องไม่พลาดแพลตฟอร์มนี้เลยค่ะ เพราะว่าเขารวมความรู้ด้าน IT เอาไว้เยอะมากทั้ง Ai Self-Driving Cars หรือการเขียนโปรแกรมต่าง ๆ อีกทั้งยังมีความรู้ด้าน Marketing ด้วยนะคะ ถือว่ามีให้เลือกค่อนข้างหลากหลายเหมือนกันค่ะ แอบบอกว่ามีทั้งคอร์สเรียนออนไลน์ฟรีและแบบจ่ายเงินนะคะ ถ้าเรียนพื้นฐานแล้วชอบค่อยไปเสียเงินเรียนเพิ่มอีกทีก็ได้ค่า

  • เรียนได้ที่ : Udacity
  • จุดเด่น : เรื่องที่สอนจะเน้นไปทาง IT และ AI
  • ค่าใช้จ่าย : มีทั้งแบบเรียนฟรีและเสียเงิน สำหรับคอร์สที่จ่ายเงินเรียนจะได้ใบรับรองเมื่อเรียนจบคอร์ส

18. Great Learning

Great Learning เป็นแพลตฟอร์มคอร์สเรียนออนไลน์ฟรีที่รวมอาจารย์สอนจาก 160 ประเทศเอาไว้ในที่เดียว แนวทางความรู้จะเป็นพวกธุรกิจมีทั้ง Data Science & Business Analytics ซึ่งแต่ละวิชาต้องใช้เวลาเรียนอย่างน้อย 6 อาทิตย์ขึ้นไป อีกทั้งยังมีเรื่องเกี่ยวกับการจัดการ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ การตลาด และอื่น ๆ อีกเยอะมาก ที่สำคัญเรายังได้ใบรับรองจากมหาวิทยาลัยเท็กซัสที่ออสตินด้วยนะคะ แต่ว่าต้องทำข้อสอบบวกกับโปรเจคส่งเหมือนเรียนมหาลัยจริง ๆ เลย

  • เรียนได้ที่ : Great Learning
  • จุดเด่น : เน้นสอนคอร์สเกี่ยวกับธุรกิจและการบริการจัดการ ชั่วโมงการเรียนเยอะมาก อีกทั้งยังต้องการสอบและทำโปรเจคส่ง
  • ค่าใช้จ่าย : เรียนฟรีและได้ใบรับรองจากมหาวิทยาลัยเท็กซัส

19. Set E-Learning

ใครที่ชอบเรื่องการลงทุนสามารถเข้าไปหาความรู้เพิ่มเติมที่ Set E-Learning ได้ค่ะ ที่นี่เขามีความรู้ให้กับมือใหม่ที่อยากเป็นนักลงทุน หรือคนที่ต้องการเติมพลังและไอเดียในการสร้างรายได้ สำหรับการเรียนบนแพลตฟอร์มนี้คือเรียนฟรี และได้ใบรับรอง วิธีการเรียนก็ไม่ยากสามารถเลือกได้ตามความสนใจมีทั้งการวางแผนทางกรเงิน หลักการลงทุน การลงทุนในหุ้น และอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการลงทุนมีเยอะมาก เราคิดว่าถ้าอยากลงทุนในกองทุนรวม หรือเล่นหุ้นต่าง ๆ ศึกษาไว้ไม่เสียหายน้า

  • เรียนได้ที่ : Set E-Learning
  • จุดเด่น : ความรู้ที่สอนจะเกี่ยวกับเรื่องของการลงทุนของตลาดหลักทรัพย์ การเงิน และตลาดออนไลน์เอาไว้ให้คนได้ทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ
  • ค่าใช้จ่าย : ลงเรียนได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย และถ้าสอบผ่านมีใบ Certificate ให้ด้วย

20. Pluralsight

อยากสร้างแอปพลิเคชันจากการเขียน Code สามารถเลือกเรียนที่ Pluralsight ได้เลยนะคะ เพราะเขาเป็นแพลตฟอร์มที่ดีมาก ๆ สำหรับสายโปรแกรมมิ่ง มีให้เลือกทั้งการพัฒนาแอปพลิเคชัน พัฒนาเว็บไซต์ ไปจนถึงการเขียน Code ในภาษาต่าง ๆ ทั้ง Java, Angular, React, Spring Framework และ Hibernate ใครสนใจเขียน Code ลองเข้าไปดูคอร์สเรียนที่นี่ก่อนได้ค่ะ

  • เรียนได้ที่ : Pluralsight
  • จุดเด่น : เน้นความรู้ทางด้านการพัฒนาเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และการเขียน Coding ภาษาต่าง ๆ
  • ค่าใช้จ่าย : ทดลองเรียนฟรีได้ 10 วัน และสามารถเลือกจ่ายเดือนได้เริ่มที่ราคา 19$ แพลตฟอร์มสามารถออกใบรับรองให้หลังจากเรียนครบตามเวลาที่เขากำหนด

ทั้งหมดนี้ก็เป็นคอร์สออนไลน์ฟรี ใครอยากหาที่เรียนออนไลน์อยู่บ้าน เพิ่มทักษะความรู้ให้กับตนเอง ทุกคอร์สที่เรารวมมาให้น่าจะตอบโจทย์เลยล่ะค่ะ ใดใดก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับทุกคนนะคะ ทีนี้ใครสนใจอยากเรียนอันไหน เลือกได้เลยทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษจากนั้นกดสมัครและเริ่มเรียนกัน!

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ