การเป็นคนที่น่าดึงดูดไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงโครงหน้าหรือเสื้อผ้าแบรนด์เนม แต่มันคือ Vibe หรือพลังงานบางอย่างที่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกดีเมื่อได้อยู่ใกล้ เราจะพาคุณไปเจาะลึก 20 วิธีบริหารเสน่ห์ที่จะเปลี่ยนให้คุณเป็นคนใหม่ที่น่าสนใจกว่าเดิม กล้าพูดเลยว่านอกจากลุคแล้ว ผมส่งหน้า หน้าส่งชุด ชุดส่งบุคลิกแบบนี้สิถึงจะไปด้วยกันได้ ถ้ามาแค่อย่างใดอย่างหนึ่งมันจะไม่ครบนะคะ
เหตุผลที่เราควรสร้างแรงดึงดูดที่ดีให้กับตัวเอง!
- Radiate Confidence ( ความมั่นใจคือกุญแจ ) : ความมั่นใจเป็นความประทับใจแรกที่คนเราจะเห็นได้จากการพบเจอกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการสบตาที่มั่นคง ไม่ลอกแล่ก และส่งยิ้มที่ออกมาจากใจนี่คือการเรียกความมั่นใจจากตัวเอง ที่ทำให้คู่สนทนามองเห็นได้
- Master the Art of Listening (เป็นนักฟังที่มีเสน่ห์) : การที่เราเป็นผู้ที่รับฟังคนอื่นด้วยความเข้าใจจากใจจริง นอกจากจะทำให้คุณเป็นผู้ฟังที่ใคร ๆ ก็รักแล้ว ยังทำให้คนฟังรู้สึกได้รับความสำคัญ และรู้สึกว่าถูกมองเห็นด้วยนะคะ
- Positive Energy (ส่งต่อพลังบวก) : ต้องบอกว่าทัศนคติที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะคนเราจะหาคนรัก หรือว่าคู่ชีวิตความคิดถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ที่บอกแบบนี้เพราะการส่งต่อพลังบวกจะช่วยสร้างออร่าความอบอุ่นที่ดึงดูดผู้คนให้อยากเข้าหาโดยสัญชาตญาณ
- Authenticity (เป็นตัวเองในเวอร์ชันที่พรีเมียม) : เราจะเจอตัวเองในเวอร์ชันที่ดีขึ้นทุกวันเลย หากเราเรียนรู้ที่จะรู้จักตัวเองให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับตัวเอง หรือว่ารู้ถึงความต้องการของตัวเองสิ่งนี้จะช่วยให้เราเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีมากขึ้นไปอีกในทุก ๆ วันได้ค่ะ
20 วิธีอัปลุคเป็นคนน่าดึงดูด เปลี่ยนนิสัยให้ใครก็อยากตกหลุมรัก

หมวด : บุคลิกภาพและภาษากาย (Physical & Presence)
อย่างที่เราบอกไปว่าการปรับบุคลิกภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นิดเดียวก็ทำให้ลุคที่เราได้มันจึ้งมากกว่าขึ้นกว่าเดิม เพราะการมองตา รอยยิ้ม หรือแม้แต่การวางตัวที่เราเรียกว่าบุคลิกภาพมันสำคัญมากเป็นเหมือนด่านแรกของการได้เจอผู้คนเลยก็ว่าได้ คนจะตกหลุกรักเราหรือเปล่าอาจจะเลือกจากจุดนี้ก็ได้ค่ะ
- ยิ้มด้วยตา (Duchenne Smile) : รอยยิ้มที่จริงใจจะส่งไปถึงดวงตา ทำให้คนรอบข้างรู้สึกปลอดภัย และผ่อนคลายเมื่ออยู่ใกล้คุณ ถ้าช่วงนั้นเหนื่อยจนยิ้มไม่ออกก็อาจจะไม่ต้องยิ้มกว้างจนคนสังเกตได้ว่าคุณมีเรื่องในใจก็ได้ค่ะ เพราะถ้ายิ้มที่ปากแต่ไปไม่ถึงตาอาจทำให้คนอื่นรู้สึกความกังวลได้นะคะ
- สบตาอย่างพอดี (Eye Contact) : การสบตาขณะฟังหรือพูด แสดงถึงความมั่นใจและความใส่ใจ แต่ต้องไม่จ้องจนอีกฝ่ายอึดอัด การมองตาไม่ใช่มองแบบค้างเอาไว้ตลอดเวลาไม่งั้นเหมือนจะไปหาเรื่องคู่สนทนาได้นะคะ ฉะนั้นเวลามองตาก็สลับกับมองอย่างอื่นไปด้วยพลาง ๆ แต่ในระยะเวลาสั้น ๆ และวนกลับมามองตาเขาใหม่แบบนี้จะได้ดูสนใจในสิ่งที่คุย
- บุคลิกภาพที่เปิดเผย (Open Body Language) : ไม่กอดอก ไม่ก้มหน้าไถมือถือตลอดเวลา การวางตัวที่ดู "เข้าถึงง่าย" คือจุดเริ่มต้นของเสน่ห์ ที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ หากเรากำลังคุยกับใครสักคนคงไม่ชอบให้เขาเล่นมือถือ หรือว่ากอดอก เพราะมันเหมือนกันปิดกั้นตัวเองทางภาษากายจริงไหมคะ ถ้าเราไม่ชอบก็ปรับนิสัยปรับส่วนนี้นิดนึงจะได้ไม่เหมือนป้องกันตัวเองตลอดเวลา
- ดูแลความสะอาดและกลิ่นกาย : เรื่องกลิ่นสำคัญมากกกก กลิ่นหอมจาง ๆ และความสะอาดสะอ้านเป็น First Impression ที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่ง ถ้ามีคนเดินมาดูไม่สะอาดตัวมีกลิ่นเบา ๆ เราคงรู้สึกไม่ดีเหมือนกัน ใดใดคุณสามารถสร้างความมั่นใจให้ตัวเองผ่านการทำความสะอาดร่างกายให้มีกลิ่นตัวที่หอมตลอดเวลาแบบนี้จะเพิ่มเสน่ห์ได้มากกว่าเท่าตัวเลยค่ะ
- การใช้น้ำเสียง (Tonality) : ทุกคนน่าจะมีโทนเสียงในการพูดคุยกับผู้คนแตกต่างกันออกไป เวลาทำงาน เวลาคุยกับเพื่อน หรือแม้แต่เวลาที่คุยกับคนรักเสียงเราเปลี่ยน ฉะนั้นควรพูดด้วยจังหวะที่ไม่เร็วเกินไป และใช้น้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่มีความมั่นใจ แบบนี้จะทำให้คนฟังรู้สึกว่ามันกำลังดีนั่นเอง
หมวด : ทักษะการเข้าสังคม (Social Skills)
ถ้าพูดกันเล่น ๆ ทักษะการเข้าสังคมเหมือนเป็นเรื่องง่ายใคร ๆ ก็ทำได้ใช่ไหมคะ แต่จะบอกว่าการเข้าสังคมมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ต่อให้เราเฟรนลี่มาก ๆ แต่ก็อาจจะมีจุดที่เราเสริมเพิ่มเติมเสน่ห์เข้าไปได้เหมือนกัน เพราะแต่ละวงสังคมก็มีผู้คนที่แตกต่างกันเพราะงั้นฝึกไว้ค่ะ ไม่เสียหายแน่นอน
- เป็นนักฟังที่ดี (Active Listening) : คนส่วนใหญ่ชอบพูดเรื่องตัวเอง ถ้าคุณเป็นคนที่ฟังอย่างตั้งใจ และถามคำถามที่น่าสนใจ คุณจะกลายเป็นคนที่น่าคุยด้วยที่สุด เพราะมันเหมือนเราใส่ใจฟังเรื่องของคู่สนทนาและการถามต่อแปลว่าเราอยากรู้เรื่องของคนนั้น ๆ มากขึ้น เป็นการทำความรู้จักแบบไม่เสียคะแนนเลยค่ะ
- จำชื่อคนให้แม่น : จะบอกว่าสิ่งนี้เป็นอะไรที่ไม่ควรพลาดเลย บางคนพอคู่สนทนาแนะนำตัวมาไม่นานลืมแล้วแบบนี้ไม่ได้ค่ะ เราต้องจำให้ได้และการเรียกชื่ออีกฝ่ายในการสนทนาทำให้เขารู้สึกว่าเป็นคนสำคัญ เพราะอย่างน้อยบอกมาแล้วไม่ลืม ก็นับว่าใส่ใจแล้วค่ะ
- ชมเชยอย่างจริงใจ : ฝึกมองหาข้อดีเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคนอื่นแล้วชมออกมา ( ที่ไม่ใช่แค่เรื่องรูปลักษณ์ ) อาจจะเป็นนิสัยหรือว่ากิจกรรมที่เขาทำชมออกมาด้วยความตั้งใจชมและคนฟังจะรับรู้ได้ว่าเราพูดจริง ๆ ไม่ได้แกล้งชมไปงั้น ๆ
- อารมณ์ขันที่สร้างสรรค์ : การหัวเราะง่ายและมีมุกตลกที่ไม่ทำร้ายใคร มุขแซวตัวเองแบบขำ ๆ พอดี ๆ จะช่วยละลายพฤติกรรมได้ดีมาก ๆ แต่ไม่ใช่ใครพูดอะไรก็หัวเราะไปทุกอย่างเลยนะคะ หัวเราะแต่พอดี และเล่นมุกที่ไม่ทำให้คนฟังรู้สึกเอ๊ะแบบนั้นได้จะดีกว่า ไม่งั้นจากจะตลกสร้างความประทับใจออยู่ดี ๆ จะกลายเป็นสร้างความทรงจำที่ไม่ดีได้
- การเว้นระยะห่าง (Personal Space) : รู้จักจังหวะที่ควรเข้าหา และจังหวะที่ควรให้พื้นที่ส่วนตัว จะทำให้คุณดูเป็นคนรู้กาลเทศะ ไม่ว่าจะด้วยเรื่องที่สนทนาหรือว่าระยะห่างของการนั่ง ไม่โดนตัวเขาโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้จะช่วยสร้างเสน่ห์ที่ดีให้กับคุณได้มากเลยค่ะ
หมวด : ทัศนคติและเสน่ห์ภายใน (Mindset & Inner Charm)
นอกจากเรื่องของบุคลิกภาพ และทักษะการเข้าสังคมแล้ว สิ่งที่จะอัปลุคเราให้ดูน่าตกหลุมรักมากขึ้นได้อีกขั้น คือเรื่องของทัศนคติและเสน่ห์จากข้างในนั่นเอง ฟังดูเหมือนจะยาก มันต้องปรับกันยังไง จะบอกว่าทุกอย่างคือการฝึกฝน ถ้าคุณฝึกฝนจนติดเป็นนิสัยแน่นอนว่านิสัยต่าง ๆ ของคุณก็จะถูกพัฒนาไปด้วย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีนะคะ
- มีความมั่นใจในตัวเอง (Self-Confidence) : ไม่ควรมองข้ามการสร้างความมั่นใจในตัวเอง เพราะคนที่รู้คุณค่าของตัวเอง และภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น จะมีออร่าที่ดึงดูดคนอื่นโดยอัตโนมัติ นี่คือเรื่องจริงจากประสบการณ์ที่ผ่านมาถ้าเรามีความมั่นใจในตัวเองมันจะดูมีเสน่ห์มาก ๆ เลยล่ะค่ะ
- ทัศนคติเชิงบวก (Optimism) : แน่นอนว่าใคร ๆ ก็อยากอยู่ใกล้คนที่ให้พลังงานบวก มากกว่าคนที่บ่นหรือวิจารณ์ทุกอย่างรอบตัว อย่าทำให้สังคมรอบตัวของเราต้องเจอมลพิษที่เขาไม่อยากเข้าใกล้ค่ะ แบบนี้จะเป็นแรงผลักมากกว่าดึงดูดนะคะ
- มีความหลงใหลในบางสิ่ง (Passion) : คนที่มีสิ่งที่รักหรืองานอดิเรกที่ตั้งใจทำ จะดูมีเสน่ห์มากเวลาที่พูดถึงเรื่องนั้น เพราะตาของคุณจะเป็นประกายสดใสเวลาพูดถึงสิ่งที่อาจจะผลาญเวลาแต่ให้ประโยชน์ทางใจ ต้องบอกว่าไม่ว่าใครพูดก็ดูมีเสน่ห์มากขึ้นจริง ๆ
- ความอ่อนน้อมถ่อมตน (Humility) : น้ำเต็มแก้วมักไม่มีคนอยากเทน้ำลงไปเพิ่มถูกไหมคะ คนเก่งที่ถ่อมตัวมักจะน่ารักกว่าคนเก่งที่ชอบอวดเสมอ ขนาดตัวเราเองยังปักธงไม่ชอบคนเก่งที่ชอบอวดเลยค่ะ นิสัยนี้อาจจะทำให้คนไม่อยากเข้าใกล้ได้นะคะ
- ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) : การพยายามเข้าใจความรู้สึกคนอื่นจะสร้างความผูกพันทางใจที่ลึกซึ้ง เข้าใจที่แปลว่าเรื่องนั้น ๆ เข้าไปอยู่ในหัวใจของเรานะคะ แต่ถ้าวันนี้ยังไม่เข้าใจ ก็แค่ทำให้เขารับรู้ว่าเราเข้าใจเบื้องต้นก็เพียงพอแล้ว เพราะถ้าปากพูดว่าเข้าใจแต่การกระทำ ความรู้สึกไม่ใช่มันจะสวนทางกันได้
หมวด : พฤติกรรมที่ทำให้น่าหลงรัก (Behavioral Habits)
บางสิ่งบางอย่างมันเป็นเรื่องที่เราทุกคนรู้กันอยู่แล้ว แต่พอถึงเวลาจริง ก็อาจจะมีบางอย่างไม่เป็นไปอย่างที่เราตั้งใจไว้ เพราะนิสัยมันต้องหมั่นฝึกฝน การกระทำก็ไม่ต่างกันค่ะ อันนี้ไม่ได้พูดเล่นไม่เชื่อลองปรับก่อน แล้วทุกอย่างจะตามมาเอง
- มีความสม่ำเสมอ : ความน่ารักที่คงเส้นคงวาจะทำให้คนอื่นรู้สึกเชื่อใจและไว้วางใจ สิ่งนี้เป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่มันสังเกตเห็นกันได้ ไม่ว่าจะเป็นความใส่ใจ การดูแลเรื่องต่าง ๆ แบบนี้ถ้าทำบ่อย ๆ เขาจะเห็นเองค่ะ
- ไม่นินทาลับหลัง : คนที่พูดถึงคนอื่นในแง่ดี (หรือเงียบเมื่อคนอื่นนินทา) จะดูเป็นคนที่มีวุฒิภาวะและน่าเกรงขาม แต่ถ้าเลือกจะนินทา สิ่งที่ถูกฉายออกมาจะทำให้คุณดูเต็มไปด้วยพลังงานลบ โฟกัสแต่จุดด้อยของคนอื่น สุดท้ายคนจะค่อย ๆ ถอยห่างเพราะไม่อยากตกเป็นเป้านินทาได้นะคะ
- รู้จักขอบคุณและขอโทษ : สองคำนี้คือ "คำวิเศษ" ที่สร้างมิตรภาพได้ทุกที่ มันคือเสน่ห์และความตรงไปตรงมาของการใช้ชีวิต เริ่มจากวันนี้ไปซื้อของพอได้รับของแล้วขอบคุณแค่นั้นเลย คนฟังก็จะรู้สึกปลื้มใจไปด้วย
- เป็นตัวของตัวเอง (Authenticity) : การพยายามเป็นคนอื่นจะทำให้คุณดูเกร็ง เสน่ห์ที่แท้จริงคือการเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด พูดเหมือนง่ายแต่พอลงมือทำจริงอาจจะยากหน่อย เพราะเราคาดหวังให้เขาประทับใจและชอบในตัวเรา บางทีการตกหลุมรักมันไม่ต้องเตรียม มันจะรู้สึกตอนไหนก็ได้ และตอนที่เราเป็นตัวเองที่สุดเขาอาจจะชอบโมเมนต์นั้นก็ได้เหมือนกันนะคะ
- พึ่งพาตัวเองได้และมีชีวิตเป็นของตัวเอง : การไม่ทำตัว "ติด" อีกฝ่ายมากเกินไป และมีเป้าหมายชีวิตชัดเจน จะทำให้คุณดูเป็นคนที่ใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้ มีความคิด และมีจุดยืนเป็นของตัวเอง จะบอกว่าการพึ่งพาตัวเองเป็นเรื่องที่ดี ทั้งนี้ทั้งนั้นรวมไปถึงการสร้างความมั่นคงทางใจด้วยนะคะ ถ้าเราดูแลตัวเองได้ รักตัวเองมากพอ พลังงานบางอย่างก็จะสะท้อนออกมาผ่านการใช้ชีวิตและสิ่งนี้แหละคือการดึงดูดเรื่องราวที่ดีเข้ามาในชีวิตเรา
เห็นไหมคะ ว่ามีวิธีการเสริมความมั่นใจ เปลี่ยนลุคของเราให้ดูเป็นคนที่น่าดึงดูดได้ไม่ยากเลย เพราะมันเป็นสิ่งปกติในชีวิตที่ทุกคนทำกันอยู่แล้ว แค่ปรับพฤติกรรมบางอย่างเพิ่มอีกนิด ปรับนิสัยการฟังให้เป็นผู้ฟังที่ดีอีกหน่อย การเจอคนเข้าหาเพราะตกหลุมรักเสน่ห์ในตัวเราก็จะง่ายขึ้น ไม่เชื่อลองเอาวิธีที่เราแนะนำไปปรับกันได้ แล้วมาคอมเมนต์บอกหน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ


