เช็กด่วน! 10 สัญญาณเตือนภาวะ Low Self-Esteem พร้อมแชร์วิธีแก้ไข
  1. เช็กด่วน! 10 สัญญาณเตือนภาวะ Low Self-Esteem พร้อมแชร์วิธีแก้ไข

เช็กด่วน! 10 สัญญาณเตือนภาวะ Low Self-Esteem พร้อมแชร์วิธีแก้ไข

ไม่ชอบตัวเอง ขาดความเชื่อมั่น จิตตกบ่อย ๆ เป็นเพราะอะไร? วันนี้เรามีคำตอบ! ชวนทุกคนเช็กตัวเองกับ 10 สัญญาณเตือนภาวะ Low Self-Esteem พร้อมแชร์วิธีแก้ไขกัน!
writerProfile
27 ก.ค. 2021 · โดย

ในช่วงที่สถานการณ์รอบข้างไม่เป็นใจ อาจทำให้ใครหลาย ๆ คนมีความเครียด ความกดดัน จิตตก และกังวลกับสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดเวลา ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนภาวะ Low Self-Esteem ที่มีผลต่อการดำรงชีวิต หากใครอยากรู้ว่า Self-Esteem คืออะไร? ภาวะ Low Self-Esteem เป็นอย่างไร? หากมีภาวะดังกล่าวจะมีวิธีแก้ไขแบบไหนบ้าง? Wongnai Beauty มีคำตอบมาฝากค่ะ!

Self-Esteem คืออะไร?

Self-Esteem หรือการเห็นคุณค่าในตัวเอง เป็นสิ่งสำคัญต่อการดำเนินชีวิต สำหรับผู้ที่มี Self-Esteem สูง จะมีทัศนคติที่ดีต่อตนเอง สามารถรับมือต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ รวมถึงสามารถจัดการกับอารมณ์และความรู้สึกของตนเอง ส่งผลให้มีความมั่นใจและกล้าคิดกล้าทำ แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ที่มี Self-Esteem ต่ำ จะมีมุมมองในแง่ลบ ส่งผลให้รู้สึกแย่ และนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตในระยะยาวได้ 

10 สัญญาณเตือนภาวะ Low Self-Esteem

10 สัญญาณเตือนภาวะ Low Self-Esteem

ภาวะ Low Self-Esteem มีสาเหตุจากหลาย ๆ ประการ เช่น มีความเชื่อเกี่ยวกับตนเองผิดไปจากความเป็นจริง มีความคาดหวังต่อตนเองสูง หรือรู้สึกว่าตัวเองมีบางอย่างขาดหาย สำหรับภาวะดังกล่าว เราสามารถเช็กอาการง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ได้จาก 10 สัญญาณเตือนภาวะ Low Self-Esteem ที่เรานำมาฝาก มีดังนี้

  1. อ่อนไหวง่ายต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ของผู้อื่น กล่าวคือ มักจะทนไม่ได้เมื่อมีคนมาวิพากษ์วิจารณ์ตนเอง และมักจะแสดงออกทางอารมณ์อย่างชัดเจน
  2. จิตตกและเศร้าเสียใจง่าย ถึงแม้ว่าเรื่องดังกล่าวจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ก็จะเก็บมาคิดมากและสะเทือนใจได้ง่าย
  3. กลัวการเข้าสังคมและกลัวการถูกปฏิเสธ เช่น ไม่กล้าพูดคุย ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น หรือในบางกรณีอาจจะเก็บตัว ไม่พูดคุยกับคนอื่น ๆ เลย
  4. ต้องการให้ผู้อื่นสนใจและยอมรับ มีสาเหตุมาจากการต้องการการยอมรับและต้องการความรักจากคนรอบข้าง เช่น การลงรูปเพื่อเรียกยอดไลก์อยู่เป็นประจำ การโพสต์สเตตัสเฟซบุ๊กและคอยเช็กยอดไลก์ ยอดแชร์ และการคอมเมนต์เสมอ ๆ
  5. วิตกกังวลและกระวนกระวายง่าย ส่งผลให้ขาดความสงบสุขทางใจ โดยอาการเหล่านี้มีสาเหตุมาจากการขาดความเชื่อมั่นและความศรัทธาในตนเอง
  6. กลัวทำผิดพลาด ย้ำคิดย้ำทำเสมอ ๆ เนื่องจากกลัวความไม่สมบูรณ์แบบ เมื่อพบว่าตัวเองมีข้อผิดพลาด จะรู้สึกว่าตนเองไม่ดีและไม่มีค่าพอ
  7. ไม่กล้าลงมือทำสิ่งต่าง ๆ เพราะไม่เชื่อว่าตนเองจะดูแลจัดการสิ่งต่าง ๆ หรือแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ และมักมองเห็นว่าปัญหาใหญ่โตเกินความสามารถ
  8. ชอบวางอำนาจหรือควบคุมคนอื่นมากเกินไป เนื่องจากขาดความรู้สึกมั่นคง จึงต้องการความยำเกรงจากผู้อื่น เพื่อให้ตนเองมีความมั่นคงและมีคุณค่า
  9. พยายามหาข้อแก้ตัวหรือหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง เพื่อไม่ให้คนอื่นเห็นข้อบกพร่อง เพราะยังยอมรับข้อบกพร่องของตนเองไม่ได้
  10. ไม่กล้าปฏิเสธหรือไม่กล้าบอกความต้องการของตนเองตรง ๆ เนื่องจากกลัวคนอื่นไม่ยอมรับภายในสังคม และไม่เห็นคุณค่า

ที่มา : ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

10 วิธีสร้าง Self-Esteem ง่าย ๆ ให้กับตัวเอง!

10 วิธีสร้าง Self-esteem ง่าย ๆ ให้กับตัวเอง!

เมื่อได้เช็กถึง 10 สัญญาณเตือนภาวะ Low Self-Esteem กันแล้ว บางคนมีอาการตรงเพียง 2-3 ข้อ แต่บางคนมีอาการตรงถึง 10 ข้อ! แนะนำว่าให้ลองหาวิธีรักษาหรือแก้ไข เพราะถ้าหากละเลยอาการเหล่านี้อาจมีความเสี่ยงนำไปสู่โรคซึมเศร้าได้ วันนี้เราจึงนำรวบรวมวิธีสร้าง Self-esteem ง่าย ๆ ให้กับตัวเองมาฝากด้วยเช่นกัน ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

  1. ไม่เปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น 
    เพราะการเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น จะก่อให้เกิดความรู้สึกไม่ดีต่อตนเอง เกิดความกังวล ความเครียด หรือรู้สึกว่าตนเองด้อยค่า ดังนั้นอาจจะเริ่มจากการปรับทัศนคติและมุมมองว่าตนเองนั้นทำอย่างสุดความสามารถแล้ว
  2. ให้อภัยตัวเองสำหรับความผิดพลาด
    เพราะความผิดพลาดมักจะเป็นสาเหตุของความโกรธหรือความรู้สึกแย่ ซึ่งยิ่งจะเป็นการบั่นทอน ทำให้เกิดความคิดแง่ลบ ดังนั้นจึงควรให้อภัยตัวเอง จะช่วยให้จิตใจสงบสุข แถมยังมีความสุขมากขึ้นด้วยน้าา~
  3. ตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ในแต่ละวัน 
    เช่น วันนี้ฉันต้องออกกำลังกาย, วันนี้ฉันต้องกินข้าวครบ 3 มื้อ หรือวันนี้ฉันต้องนอนเร็ว แม้ว่าจะเป็นเป้าหมายเล็ก ๆ แต่การตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ นี้เอง จะทำให้เราสามารถทำตามเป้าได้สำเร็จ และเกิดเป็นความภูมิใจในตัวเอง!
  4. กล้าปฏิเสธในสิ่งที่ไม่ต้องการ 
    การยอมรับสิ่งที่ไม่ต้องการเปรียบเสมือนการฝืนทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งจะส่งผลให้จิตใจของเราหดหู่และเศร้าหมอง ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับความต้องการตนเองและนึกถึงตนเองด้วยเช่นกันค่ะ
  5. พูดขอบคุณและให้คำชมเล็ก ๆ น้อย ๆ กับตัวเอง
    ข้อนี้สามารถทำได้ง่าย ๆ เช่น ขอบคุณนะ วันนี้เรากินน้ำได้เยอะมาก เก่งที่สุด หรือขอบคุณนะ วันนี้เรานำเสนองานได้ดีมาก ๆ เลย ซึ่งการพูดขอบคุณและให้คำชมกับตัวเองแบบดังกล่าว เป็นอีกหนึ่งวิธีเพิ่มความเชื่อมั่นและความศรัทธาในตนเองได้ง่าย ๆ ค่ะ
  6. ปรับทัศนคติ มองโลกในแง่บวกให้มากขึ้น
    อย่างที่ทราบกันดีว่า การมีทัศนคติหรือมองโลกในแง่ลบ ย่อมส่งผลให้ทั้งกับทั้งตัวเราเองและคนรอบข้างรู้สึกแย่ ดังนั้นจึงควรเริ่มปรับทัศนคติและเปลี่ยนมุมมองใหม่ จะช่วยลดความวิตกกังวลได้เป็นอย่างดีเลยน้าา~
  7. อยู่กับคนที่มอบพลังบวกและความสบายใจ
    เช่นเดียวกับข้อที่ผ่านมา การอยู่กับคนที่มีทัศนคติที่ดี มีพลังบวก สามารถพูดคุยหรือขอคำปรึกษาได้ในทุก ๆ เรื่อง ย่อมทำให้เราเกิดความสบายใจและมีความสุขในการใช้ชีวิตได้เช่นกันค่ะ
  8. รู้จักแยกแยะระหว่างเรื่องจริงและเรื่องลวง 
    เลือกโฟกัสเฉพาะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าและปรับทัศนคติต่อเรื่องนั้น ๆ เสียใหม่ เช่น เรากังวลว่าจะสอบไม่ผ่าน อาจจะทำให้รู้สึกเครียด กดดัน และคิดมาก แต่ถ้าหากเราโฟกัสกับการสอบ ปรับทัศนคติว่าเรามีความสามารถมากพอที่จะทำข้อสอบผ่าน ก็จะช่วยลดความกังวลและสร้างความสงบในจิตใจได้
  9. หางานอดิเรกที่สนใจ
    หากเป็นงานอดิเรกที่เราสนใจแล้ว แน่นอนว่าเราอาจจะสามารถทำได้ดีกว่าการทำสิ่งอื่น ๆ ซึ่งเมื่อทำได้ดี ก็อาจจะประสบความสำเร็จ เกิดเป็นความชอบ และความภาคภูมิใจในตัวเองในที่สุดนั่นเองค่า
  10. เลิกยึดติดกับอดีตหรือความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้น
    การยึดติดกับความผิดพลาดในอดีตจะทำให้เรารู้สึกผิด รู้สึกแย่ตลอดเวลา ดังนั้นเราควรเลิกยึดติดกับสิ่งนั้น ๆ แล้วพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เปลี่ยนสิ่งที่เคยผิดพลาดมาเป็นบทเรียนสำคัญในชีวิตแทน อาจจะดูยาก แต่รับรองว่าทุกคนทำได้แน่นอนค่ะ!

ในช่วงที่สถานการณ์ตึงเครียดแบบนี้ ดูแลสุขภาพกายแล้ว อย่าลืมดูแลสุขภาพจิตใจนะคะ หากเพื่อน ๆ คนไหนพบว่าตนเองมีความเสี่ยงภาวะ Low Self-Esteem ก็สามารถลองทำตาม 10 วิธีสร้าง Self-Esteem ง่าย ๆ ที่เรานำมาฝากได้เลย แต่ถ้าหากเพื่อน ๆ คนไหนที่มีอาการขั้นรุนแรง แนะนำว่าให้ปรึกษาจิตแพทย์ เพื่อขอคำแนะนำและวิธีการรักษาที่ถูกต้องในลำดับต่อไปค่ะ