วิจัยเผย! ติดตุ๊กตา ติดผ้าเน่าในวัยเด็ก มักจิตใจแข็งแรงกว่าคนทั่วไป!
  1. วิจัยเผย! ติดตุ๊กตา ติดผ้าเน่าในวัยเด็ก มักจิตใจแข็งแรงกว่าคนทั่วไป!

วิจัยเผย! ติดตุ๊กตา ติดผ้าเน่าในวัยเด็ก มักจิตใจแข็งแรงกว่าคนทั่วไป!

ติดหมอนเน่า ติดตุ๊กตาตัวเก่าไม่ใช่เรื่องน่าอาย เพราะสิ่งที่แทนความอบอุ่นใจในวัยเด็กเหล่านี้แหละ ที่ช่วยให้จิตใจของเราแข็งแรงกว่าคนทั่วไป เค้ามีวิจัยออกมาแล้วนะ!
writerProfile
20 ก.ค. 2021 · โดย

เชื่อว่าหลายคนคงมีของรักชิ้นโปรดในดวงใจที่เป็นความทรงจำดี ๆ ในวัยเด็ก สิ่งของที่มีความสำคัญกับเรามาก ๆ บางคนเรียกมันว่าน้องเน่า ที่อาจเป็นตุ๊กตาหมีตัวเล็ก บางคนติดหมอนข้าง ติดผ้าห่ม หรือติดหมอนเน่าไว้กอดก่อนนอนทุกคืน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเป็นความทรงจำที่ดีในวัยเด็กของเราเสมอ ในขณะเดียวกันนอกจากจะทำให้เรารู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจแล้ว เรื่องนี้ยังมีผลวิจัยออกมาด้วยว่า คนที่ติดตุ๊กตา ติดหมอนเน่า มักจะมีจิตใจแข็งแรงกว่าคนทั่วไปอีกด้วย จะเป็นยังไง Wongnai Beauty  หาคำตอบมาให้แล้วค่ะ

ติดตุ๊กตา ติดผ้าเน่าในวัยเด็ก มักทำให้จิตใจแข็งแรงกว่าคนทั่วไป

ติดตุ๊กตา ติดผ้าเน่าในวัยเด็ก มักทำให้จิตใจแข็งแรงกว่าคนทั่วไป

ใครจะว่าเราเป็นเด็กขี้แยที่ติดตุ๊กตา ติดน้องเน่าก็ว่าไปเลยนะ แต่ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า คนเหล่านี้แหละที่มักจะมีจิตใจแข็งแรงและมีความคิดที่มั่นคงมากกว่าคนทั่วไปอีกนะ งานนี้เค้ามีผลวิจัยออกมารองรับแล้วด้วย ซึ่งเป็นวิจัยเชิงจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของเด็กที่ติดสิ่งของสำคัญบางอย่าง เช่น ติดหมอนข้าง ติดผ้าห่ม ติดหมอนเน่า น้องเน่า หรือตุ๊กตาเก่า ๆ

Bruce Hood และเพื่อนของเขา Paul Bloom ได้ทำการวิจัยเหตุผลที่ทำให้ช่วงเวลาวัยเด็กมักจะมีของสำคัญบางอย่างมาเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกอุ่นใจและปลอดภัย พวกเขาได้ทำการวิจัยกับเด็กอายุ 3-6 ปี โดยวิธีการเริ่มจากแนะนำให้เด็ก ๆ รู้จักกับเครื่องจักรวิทยาศาสตร์ที่สามารถคัดลอกสิ่งของต่าง ๆ ได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็คือตู้มายากลที่ทางทีมเตรียมไว้นั่นเอง จากนั้นจึงนำเครื่องจักรที่ว่านี้มาคัดลอกสิ่งของสำคัญที่เด็ก ๆ เตรียมมา บางคนเป็นตุ๊กตา บางคนก็เป็นน้องเน่าตัวโปรด และเมื่อเสนอทางเลือกให้กับเด็ก ๆ ว่าพวกเขาต้องการของต้นฉบับหรือสิ่งที่ถูกคัดลอกออกมา ซึ่งเป็นแบบคล้าย ๆ กันแต่มีจำนวนและมีความน่าดึงดูดใจมากกว่า ผลปรากฏว่าเด็ก ๆ ส่วนใหญ่เลือกของชิ้นโปรดที่เตรียมมาโดยไม่สนใจแบบคัดลอกแม้แต่น้อย

นอกจากนี้เด็ก ๆ ยังขอให้นำของชิ้นโปรดที่นำไปวิจัยกลับคืนมาให้พวกเขาเมื่อต้องทำการทดลองขั้นต่อไป เพราะมันจะทำให้เขาเกิดความรู้สึกสบายใจและปลอดภัย พร้อมที่จะทำแบบทดสอบขั้นต่อไปโดยที่ไม่มีผู้ปกครองคอยดูอยู่ด้วย จากนั้นนักวิจัยได้ทำการทดลองไปเรื่อย ๆ ตามที่ได้วางแผนไว้ และได้ข้อสรุปว่า นอกเหนือจากคุณสมบัติทางกายภาพจากของชิ้นโปรดแล้ว เด็ก ๆ เชื่อว่ามีคุณสมบัติอื่น ๆ ของวัตถุที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ นั่นคือคุณค่าทางจิตใจที่พวกเขามีให้กับสิ่งของชิ้นโปรด จนเกิดเป็นความผูกพันและความมั่นคงทางความคิดที่ไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้พวกเขามีความกล้าในการทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น

ซึ่งผลวิจัยก็ได้สอดคล้องกับสิ่งที่นักจิตวิทยาได้เรียกการติดหมอนข้าง ติดผ้าห่ม ติดหมอนเน่าพวกนี้ว่า พัฒนาการ “วัตถุเปลี่ยนผ่าน” (Transitional Object) ที่หมายถึงสิ่งที่ทำให้เด็กทุกคนเปลี่ยนจากวัยเด็กน้อยไปสู่วัยผู้ใหญ่ที่โตขึ้น หรือสามารถเรียนรู้ได้ว่าแม่กับตัวเขาเป็นคนละคนกัน เพราะตุ๊กตาหรือน้องเน่าเหล่านี้จะคอยเป็นเซฟโซนให้พวกเขาเวลาที่รู้สึกเศร้าเสียใจ เขาจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเพราะมีตุ๊กตาตัวโปรดเป็นเพื่อนคอยปลอบใจ คล้ายกับตัวช่วยเยียวยาจิตใจของเขาให้มีความสุขอีกครั้งนั่นเอง

จากผลวิจัยและคำอธิบายของนักจิตวิทยาข้างต้นจึงเป็นสิ่งที่อธิบายความผูกพันของชีวิตในวัยเด็กและการติดหมอนเน่า ติดผ้าห่มโทรม ๆ ได้ว่าทุกอย่างล้วนเป็นพัฒนาการปกติที่เกิดขึ้นกับเราทุกคน บางคนโตขึ้นแล้วก็ยังติดสิ่งเหล่านี้อยู่ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยค่ะ เพราะบางครั้งการเติบโตเป็นผู้ใหญ่มักทำให้เราเจอสิ่งโหดร้าย เราจึงต้องมีน้องเน่าพวกนี้แหละไว้คอยเป็นที่พักพิงใจ ทำให้เรามีจิตใจที่แข็งแรงขึ้นพร้อมจะยิ้มสู้กับโลกกว้างได้อย่างอุ่นใจ

Reference :

Medicalxpress, (2007) "Why children love their security blankets" [Online] เข้าถึงได้จาก https://medicalxpress.com/news/2007-03-children-blankets.html สืบค้นเมื่อ 19 กรกฎาคม 2564.
LIVESCIENCE, (2010) "Even Grown-Ups Need Security Blankets" [Online] เข้าถึงได้จาก https://www.livescience.com/8737-grown-ups-security-blankets.html สืบค้นเมื่อ 19 กรกฎาคม 2564.


อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่...