Wongnai Tasting รอบนี้พา Elite User มานั่งล้อมโต๊ะกันที่ “Ai Farang (ไอ้ฝรั่ง)” ร้านอาหารไทยฟิวชันในซอยทองหล่อ 17 ที่ชื่อร้านชวนสะดุดหูตั้งแต่ได้ยิน พอได้ลองทำความรู้จักจะพบว่านี่คือร้านที่ตั้งใจเล่าอาหารไทยในมุมมองใหม่ ผ่านสายตาของเชฟต่างชาติที่ใช้ชีวิตในไทยมานานพอจะเข้าใจทั้งรสมือ วัฒนธรรม และอารมณ์ขันแบบไทย ๆ
เบื้องหลังของ "Ai Farang" คือสองเชฟที่คุ้นเคยกับวงการอาหารระดับนานาชาติ แต่เลือกหยิบอาหารไทยมาเป็นพื้นที่ทดลองอย่างสนุกและจริงใจ เมนูของที่นี่จึงไม่ได้พยายามทำให้ไทยกลายเป็นฝรั่ง หรือทำให้ฝรั่งกลายเป็นไทยแบบตรงตัว แต่เป็นการจับสองโลกมาคุยกันบนจานเดียว มีทั้งรสจัดจ้าน กลิ่นสมุนไพร ความเผ็ดร้อน และวัตถุดิบพรีเมียมจากหลายประเทศที่ช่วยเพิ่มมิติให้แต่ละคำ





บรรยากาศร้านก็มีคาแรกเตอร์ชัดไม่แพ้อาหาร ตัวร้านอยู่ในอาคาร Oakwood Residence ทองหล่อ 17 ด้านในตกแต่งด้วยโทนสีสด มีของสะสม เฟอร์นิเจอร์วินเทจ และรายละเอียดที่ทำให้ร้านดูเหมือนบาร์กึ่งห้องอาหารที่มีความเป็นตัวเองสูง นั่งแล้วให้ความรู้สึกสบาย ไม่เป็นทางการจนเกร็ง แต่ยังมีความพิเศษพอสำหรับมื้อที่อยากชวนเพื่อนมานั่งกินยาว ๆ


มื้อนี้ทางร้านเริ่มเสิร์ฟจาก Appetizers ที่ออกแบบมาให้เป็นจานเรียกน้ำย่อยกินเพลินคู่เครื่องดื่ม เริ่มด้วย Pad Kraprao Spring Rolls ปอเปี๊ยะผัดกะเพรา แป้งปอเปี๊ยะห่อไส้กะเพราเนื้อพร้อมไข่นกกระทา ได้กลิ่นกะเพราชัด มีความกรอบนอกและไส้รสจัดกำลังดี เป็นเมนูที่เอาความคุ้นเคยของผัดกะเพรามาเล่าในรูปแบบใหม่


ต่อด้วย Sea Urchin Pani Puri พานีปูริไข่หอยเม่น เมนูคำเล็กที่รวมความเป็นอินเดียและญี่ปุ่นไว้ในจานเดียว ตัวพานีปูริให้สัมผัสกรอบเบา ๆ ก่อนเจอความนวลของไข่หอยเม่นที่ช่วยเพิ่มกลิ่นทะเลและความละมุนแบบพอดี และ Yum ‘Fried Chicken’ Foo หรือยำไก่ฟู เป็นอีกจานที่เล่นกับความคุ้นเคยของเมนูยำปลาดุกฟู แต่เปลี่ยนมาใช้ไก่แทน เนื้อไก่ทอดฟูกรอบ เสิร์ฟกับน้ำยำรสเปรี้ยว เค็ม เผ็ด ที่ช่วยตัดความมัน ทำให้จานนี้กินได้เรื่อย ๆ แบบไม่หนักเกินไป

ปิดช่วง Appetizers ด้วย Kagoshima Wagyu Tataki ลาบเนื้อวากิวคาโกชิมะ A5 เนื้อวากิวถูกย่างให้ผิวนอกหอม ส่วนด้านในยังคงความนุ่มฉ่ำ คลุกเคล้ากับเครื่องลาบที่ให้ทั้งกลิ่นข้าวคั่ว สมุนไพร และรสแซ่บแบบไทย ๆ เป็นจานที่สายเนื้อน่าจะจำได้ตั้งแต่คำแรก


เข้าสู่ Main Course จานแรกคือ Truffle Fried Rice ข้าวผัดทรัฟเฟิล เสิร์ฟพร้อมไข่ดาว ข้าวผัดมาเป็นเม็ดสวย เคลือบกลิ่นทรัฟเฟิลชัดแต่ไม่กลบกลิ่นเครื่องอื่น ไข่ดาวช่วยเพิ่มความมันนวล ทำให้จานนี้เป็นเมนูที่ดูเรียบง่ายแต่มีรายละเอียดในกลิ่นและรสสัมผัส


ถัดมาเป็น Mochi Gnocchi ญ็อกกี้ผัดขี้เมา เมนูที่ผสมความเป็นอิตาเลียน ไทย และสัมผัสหนึบแบบเอเชียเข้าไว้ด้วยกัน ตัวญ็อกกี้ให้ความนุ่มหนึบ คลุกกับซอสผัดขี้เมาที่หอมพริก กระเทียม และสมุนไพร จานนี้มีทั้งความเผ็ดร้อนและความสนุกของเนื้อสัมผัส ต่อด้วย Mok Monkfish ห่อหมกปลาอังโก๊ะ เป็นเมนูที่ยกความเป็นไทยขึ้นมาอีกระดับ เนื้อปลาอังโก๊ะมีความแน่นเด้ง เข้ากับเครื่องห่อหมกที่หอมกะทิและเครื่องแกง รสเข้มแต่ยังบาลานซ์ดี ไม่หนักจนเกินไป เป็นจานที่สะท้อนการตีความเมนูไทยให้ร่วมสมัยขึ้นโดยยังรักษาโครงรสที่คุ้นเคยไว้


จานหลักสุดท้ายคือ Beef Short Rib Rat Na หรือ ราดหน้าเนื้อซี่โครง เนื้อซี่โครงชิ้นใหญ่ผ่านการปรุงจนได้ความนุ่มและกลิ่นหอม เสิร์ฟคู่กับเส้นกรอบและน้ำราดหน้าที่มีความข้นกำลังดี ได้ทั้งความคลาสสิกของราดหน้าและความพิเศษจากเนื้อซี่โครงในจานเดียว

ปิดท้ายด้วย Dessert สองเมนูกับ Butter Mochi Butterscotch ขนมโมจิเนยที่ให้สัมผัสหนึบหนับ หอมเนยและบัตเตอร์สก็อตช์ มีความหวานมันแบบพอดี เป็นของหวานที่ช่วยเปลี่ยนจังหวะของมื้อได้ดี และ Chocolate Pudding พุดดิ้งช็อกโกแลต เนื้อเนียนนุ่ม รสช็อกโกแลตเข้มกำลังเหมาะ ไม่หวานโดด เหมาะสำหรับปิดท้ายมื้อแบบนุ่มนวลและไม่เลี่ยน


โดยรวม Ai Farang เป็นร้านที่หยิบอาหารไทยมาทำให้สนุกขึ้นผ่านวัตถุดิบ เทคนิค และไอเดียใหม่ ๆ แต่ยังไม่ทิ้งรสที่คนไทยคุ้นเคย จานต่าง ๆ มีทั้งความจัดจ้าน ความหอมเครื่อง และความแปลกใหม่ในแบบที่เข้าถึงง่าย บวกกับบรรยากาศร้านที่มีสีสันและความขี้เล่น ทำให้มื้อนี้เป็นอีกหนึ่ง Wongnai Tasting ที่ทั้งสนุกบนโต๊ะอาหารและมีเรื่องให้จำหลังจบมื้อ

ใครอยากมาร่วมประสบการณ์แบบนี้กับ Wongnai Community เพียงเขียนรีวิวคุณภาพใน Wongnai และเข้าร่วมแคมเปญกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ ก็มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของ Wongnai Elite พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษและรับสิทธิประโยชน์อีกมากมายตลอดทั้งปี


