Wongnai Tasting เดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา Wongnai พา Elite User มาสัมผัสมื้อพิเศษที่ “I-Sang” ร้าน Modern Korean Fine Dining ย่านหลังสวน ที่ตีความอาหารเกาหลีในมุมร่วมสมัย ผ่านเทคนิคที่ละเอียด วัตถุดิบคุณภาพ และการผสานกลิ่นอายไทยไว้อย่างพอดี โดยคอร์สนี้การันตีความน่าสนใจโดย Chef Steve Sanggun Lee เชฟมากฝีมือเจ้าของรางวัล Young Chef Award จาก Michelin Guide ฮ่องกง ที่นำประสบการณ์และมุมมองต่ออาหารเกาหลีมาถ่ายทอดแบบประณีต
คอร์สนี้เชฟตั้งใจหยิบรากของอาหารเกาหลีมานำเสนอใหม่ให้ร่วมสมัยขึ้น โดยยังคงเอกลักษณ์ของรสชาติ วัฒนธรรม และลำดับการกินแบบเกาหลีเอาไว้ พร้อมเติมวัตถุดิบไทยเข้าไปในบางจาน จนเกิดเป็นมื้อที่ค่อย ๆ พาเราไล่ระดับรสสัมผัสตั้งแต่คำแรกจนคำสุดท้าย




เริ่มต้นด้วยชุด Appetizers 4 คำที่จัดลำดับรสชาติไว้อย่างน่าสนใจ เปิดด้วย Gyeran-jjim ไข่ตุ๋นเกาหลีเนื้อเนียน เสิร์ฟในกระดองปู พร้อมรสหวานนุ่มจากเนื้อปู เป็นการเปิดมื้อที่ให้ความละมุนและหอมมาก ทุกอย่างเข้ากันอย่างลงตัว


ต่อด้วย Hwe ซาชิมิปลาหมึกสไตล์เกาหลีที่นำเสนอเป็นสองคำ ให้สัมผัสและรสชาติที่แตกต่างกัน ตามมาด้วย Yukhoe ยำเนื้อดิบเกาหลีหมักโคชูจัง เสิร์ฟในรูปแบบแซนด์วิชกรุบกรอบ เพิ่มลูกเล่นด้วยไข่มดแดงไทยที่ช่วยเติมมิติทั้งรสและสัมผัส เป็นคำที่ใครหลายคนประทับใจมาก เพราะพอกินรวมกันแล้วรสชาติดี มี Texture ให้เคี้ยว เพลินมาก ๆ


ก่อนปิดท้ายเซตเรียกน้ำย่อยด้วย Sool-bbang Bun ซาลาเปามักกอลลีไส้ซุนแด แป้งหมักหอม ๆ ด้านล่างกรอบ ด้านในนุ่มฟู สอดไส้ไส้กรอกเลือดเกาหลีรสเข้ม

ตามมาด้วยเมนู Dongchimi ซุปกิมจิเย็นที่เชฟตีความใหม่จากดงชิมิแบบดั้งเดิม ผสานน้ำมะเขือเทศสดเข้ากับซุปกิมจิ ได้รสเปรี้ยวหวาน สดชื่น และเบา จานนี้ทำหน้าที่เหมือนตัวรีเซตรสชาติ ช่วยเตรียมลิ้นก่อนเข้าสู่จานถัดไปได้ดี

จากนั้นเข้าสู่หนึ่งในจานที่น่าจดจำของคอร์สอย่าง Perilla Oil Kal-Guksu ที่เชฟนำเนื้อกุ้งลายเสือมาทำเป็นเส้นบะหมี่โดยไม่ใช้แป้ง เส้นจึงมีความเด้งหนึบจากเนื้อกุ้งตามธรรมชาติ คลุกเคล้ากับซอสน้ำมันงาขี้ม้อนที่มีกลิ่นหอมละมุน เสิร์ฟพร้อมกุ้งลายเสือตัวโตและแตงกวาเกาหลี เพิ่มความสดชื่นให้จานนี้มีทั้งความนุ่ม เด้ง และเบาสบายในคำเดียว


ต่อด้วย Eo-Mandu เกี๊ยวปลาดุกโบราณที่ได้แรงบันดาลใจจากหมูต้มบ๊วยของไทย เชฟใช้เวลาเตรียมปลาดุกอย่างพิถีพิถันเพื่อลดกลิ่นคาวและดึงรสธรรมชาติออกมา ตัวเกี๊ยวสอดไส้หอยเชลล์และเต้าหู้เกาหลี ก่อนนำไปทอดจนผิวด้านนอกกรอบ ส่วนด้านในยังนุ่มฉ่ำ เสิร์ฟคู่ซอสแอนโชวี่และบ๊วยที่ให้รสเปรี้ยวหวาน ช่วยบาลานซ์ความเข้มของจานได้พอดี

ตามมาด้วย Jeonbok หอยเป๋าฮื้อจากเกาะเชจูที่ถูกนำมาเซียร์จนได้เนื้อสัมผัสเด้งนุ่ม ด้านล่างรองด้วยหน่อไม้ฝรั่งไทยย่างที่มีความหวานตามธรรมชาติ เสิร์ฟพร้อมโฟมมักกอลลีเนื้อเนียน เพิ่มกลิ่นหอมและความละมุนให้จานนี้ดูเรียบง่าย แต่มีรายละเอียดซ่อนอยู่ในทุกองค์ประกอบ

จากความละมุนของหอยเป๋าฮื้อ เชฟพาเราเปลี่ยนจังหวะด้วย KFC หรือ Korean Fried Crab จานที่เรียกรอยยิ้มได้ตั้งแต่ชื่อ ใช้ปูนิ่มทอดกรอบทั้งตัว เคลือบซอสโคชูจังรสจัดจ้าน ครบรสทั้งหวาน เปรี้ยว เค็ม และเผ็ด ได้แรงบันดาลใจจากสตรีตฟู้ดฮ่องกง ก่อนโรยกระเทียมและหอมเจียวเพิ่มกลิ่นหอม เสิร์ฟพร้อมยอดมะพร้าวอ่อนดองที่ช่วยตัดความเข้มของซอส ทำให้จานนี้กินได้เพลินมาก


หลังจากไล่รสชาติมาหลายจังหวะ ก็มาถึง Main Course จานหลักในรูปแบบ Bansang หรือสำรับเกาหลีที่ผสานกลิ่นอายไทยไว้อย่างแนบเนียน ไฮไลต์คือหมูย่างโคชูจังจากส่วนเหนียงหมู หมักจนรสซึมเข้าเนื้อ ก่อนย่างด้วยถ่านไม้ลำไยจนได้กลิ่นหอมรมควัน เสิร์ฟพร้อมข้าวหุงหม้อหินสูตรพิเศษที่ใช้สต๊อกปลาแอนโชวี่และน้ำมันงา ช่วยเพิ่มความหอมและความกลมกล่อมให้กับสำรับ
เครื่องเคียงทั้งสามชนิดช่วยเติมมิติให้จานหลักครบขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกุ้งดองซีอิ๊วเกาหลี กิมจิสไตล์ส้มตำไทยที่เพิ่มข้าวคั่วให้มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และกิมจิมะเขือเทศสดที่ใช้ซอสกิมจิเบสน้ำปลาไทย ทำให้สำรับนี้มีทั้งรสเข้ม สดชื่น และสัมผัสหลากหลาย




เมื่อจบจานหลัก เชฟพาเข้าสู่ช่วงของหวานด้วย Coco Berry ที่นำสตรอว์เบอร์รีจากโครงการหลวงมานำเสนอในรูปแบบกรานิต้าและเจลลี่ เสิร์ฟคู่ไอศกรีมกะทิและมะนาวสด รสชาติสดใส เบา และช่วยรีเฟรชหลังจานหลักได้อย่างพอดี เป็นของหวานที่ไม่หนักจนเกินไป และยังคงเชื่อมโยงวัตถุดิบไทยกับเทคนิคแบบร่วมสมัยได้ดี

ปิดท้ายมื้อด้วย Dagwa ชุดขนมและชาสไตล์เกาหลี ประกอบด้วย Juak โดนัทข้าวเหนียวทอดเคลือบน้ำเชื่อมสูตรโบราณ Dasik งาดำเสิร์ฟคู่คัสตาร์ดที่ได้แรงบันดาลใจจากสังขยาไทย และชามะลิออร์แกนิกผสมมินต์ กลิ่นหอม ดื่มง่าย ช่วยปิดมื้อได้อย่างนุ่มนวล



ตลอดไปมื้อนี้ทำให้เห็นว่าอาหารเกาหลีสามารถเล่าเรื่องในมุมใหม่ได้อีกมาก โดยเฉพาะเมื่อเชฟนำวัตถุดิบไทยเข้ามาเสริมอย่างมีจังหวะ แต่ยังรักษาแก่นของอาหารเกาหลีไว้ชัดเจน ทุกจานมีแนวคิด มีรายละเอียด และมีความสนุกในแบบที่ไม่จำเป็นต้องปรุงแต่งเกินพอดี
สำหรับ Wongnai Tasting ครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณร้าน I-Sang ที่ต้อนรับพวกเราในมื้อพิเศษ และขอบคุณ Elite User 2026 ทุกคนที่มาร่วมกิจกรรม ใครที่อยากเป็นส่วนหนึ่งของ Wongnai Community และมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ สามารถเริ่มได้ง่าย ๆ เพียงรีวิวร้านอาหาร สถานที่ หรือโรงแรมอย่างสม่ำเสมอและมีคุณภาพ แล้วมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ดี ๆ ไปด้วยกันกับ Wongnai ค่ะ


