วิกฤติ COVID 19 แบบนี้ ส่งผลต่อการสต๊อกวัตถุดิบของร้านอาหารจำนวนมาก เพราะพอขายหน้าร้านไม่ได้ การระบายสต๊อกก็ไม่เกิด ลองมาดูวิธีการระบายสต๊อกก่อนหมดอายุ ด้วยการแปลง “ร้านอาหาร” เป็น “ร้านสะดวกซื้อ” กัน

ถ้าไม่ปรับ อาจไม่รอด
ธุรกิจร้านอาหารจำเป็นต้องสต๊อกของไว้ เพื่อให้มีครบทุกเมนูตามความต้องการของลูกค้า แต่ช่วงนี้หากเปิดร้านรอคนมาซื้อที่ร้านก็ยากกว่าเดิม เพราะผู้บริโภคไม่ค่อยอยากออกจากบ้าน ไหนการจะเดินหน้าขายผ่านเดลิเวอรี หากไม่เตรียมพร้อมจริง ๆ มันก็ไม่ง่ายเลย

ร้านอาจลองปรับตัวด้วยการนำวัตถุดิบที่สต๊อกไว้ออกมาขาย สร้างรายได้ให้กับร้านได้เลยก่อนที่ของที่เก็บไว้จะหมดอายุ ซึ่งนั่นเท่ากับการเสียต้นทุนไปฟรี ๆ นอกจากนี้หากขายวัตถุดิบได้ต่อเนื่อง ก็ยังช่วยซัพพลายเออร์ให้ยังมีรายได้จุนเจือธุรกิจ เพราะซัพพลายเออร์ก็อยู่ไม่ได้ ร้านอาหารก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน
ถ้ากลัวว่าลูกค้าจะไม่เข้ามาซื้อวัตถุดิบที่ร้าน ลองนำวัตถุดิบเหล่านั้นขึ้นรถไปจำหน่ายในระแวกร้าน แม้จะลงทุนอีกนิด แต่เพิ่มโอกาสการขายที่มากขึ้น หากอยากเดินทางนี้จริง ๆ อย่าลืมสร้างเพจ หรือกลุ่มไลน์ เพื่อแจ้งให้ลูกค้ารับรู้ว่า วันนี้จะนำวัตถุดิบอะไรมาขายบ้าง ซึ่ง The Yard Hostel ได้นำกลยุทธ์นี้ไปประยุกต์ใช้จริงผ่านการนำวัตถุดิบจากเกษตรกรแต่ละท้องถิ่นขึ้นรถเพื่อไปขายในย่านอารีย์
ร้านเบเกอรีน่าจะเหมาะกับกลยุทธ์นี้
การขายวัตถุดิบของร้านทำได้หลายช่องทาง ไล่ตั้งแต่การขายวัตถุดิบที่หน้าร้าน ไปถึงการการขายออนไลน์ ซึ่งร้านที่เหมาะสมกับกลยุทธ์ปรับหน้าร้านเป็นร้านสะดวกซื้อคือร้านคาเฟ่ และกลุ่มเบเกอรีต่าง ๆ

เนื่องจากร้านเหล่านี้มีวัตถุดิบส่วนใหญ่เป็นของแห้ง เช่นเมล็ดกาแฟ, แป้ง และอื่น ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถส่งขายได้ค่อนข้างสะดวก ยิ่งตอนนี้กระแสทำอาหารเองที่บ้านกำลังได้รับความนิยม การขายวัตถุดิบเหล่านี้ให้กับผู้ที่สนใจทำอาหารก็คงดีไม่น้อย
ตัวอย่างคือร้านกาแฟ Roots ที่นอกจากขายเมล็ดกาแฟ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ยังนำ Orange Syrup ที่ร้านใช้มาขาย ส่วนในสหรัฐอเมริกาจะมีร้านที่รวมวัตถุดิบตั้งแต่ถั่ว, ไข่, ผัก และเนื้อสัตว์ไว้ในถุงเดียว และจำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อให้ลูกค้าซื้อไปประกอบอาหารง่าย ๆ ได้ทันที
ร้านอื่น ๆ ก็ทำได้ แต่ต้องมีความต่าง
ในทางกลับกันร้านอาหารประเภทอื่น เช่นร้านข้าวแกง, ข้าวมันไก่ หรืออื่น ๆ ก็สามารถขายวัตถุดิบที่ตัวเองมีได้ แต่อาจต้องประยุกต์เล็กน้อย เพราะวัตถุดิบในร้านเหล่านี้อาจหาซื้อได้ทั่วไป ทำให้ถ้าจะจำหน่ายวัตถุดิบจริง ๆ ก็ต้องทำให้แตกต่าง เช่น หมูหมักด้วยสูตรพิเศษ หรือกิมจิที่หารับประทานที่ไหนไม่ได้ เป็นต้น
ถ้าประยุกต์ไม่ไหวจริง ๆ ตอนนี้มีแพลตฟอร์ม Freshket ที่เปิดให้ร้านอาหารนำวัตถุดิบสดที่ยังไม่หมดอายุไปแบ่งขายให้กับลูกค้าโดยตรง ถือเป็นอีกทางรอดที่ไม่ต้องไปพึ่งแต่เดลิเวอรีที่ใช้ต้นทุนสูงหากทำเอง หรือเข้าร่วมบางแพลตฟอร์มก็ได้กำไรไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย
นอกจากนี้ การปรับร้านอาหารเป็นร้านสะดวกซื้อยังช่วยร้านให้ขายสินค้าได้มากกว่าแค่วัตถุดิบภายในร้าน เช่นเครื่องดื่ม, กระดาษชำระ และสิ่งอื่นในร้าน ดังนั้นอย่าปิดโอกาสธุรกิจในช่วงนี้ เพราะแค่ลองปรับมุมมองในการทำธุรกิจก็สามารถนำเงินมาจุนเจือร้านได้
ติดตามบทความเกี่ยวกับธุรกิจร้านอาหารเพิ่มเติม


