โลกของ “เครื่องในสัตว์” กินดีมีประโยชน์ ช่วยเซฟโลก!
  1. โลกของ “เครื่องในสัตว์” กินดีมีประโยชน์ ช่วยเซฟโลก!

โลกของ “เครื่องในสัตว์” กินดีมีประโยชน์ ช่วยเซฟโลก!

กิน “เครื่องในสัตว์” ดีต่อสุขภาพหรือไม่ ? กินแล้วช่วยเซฟโลกได้อย่างไร ? วันนี้ Wongnai พร้อมมาแถลงให้คลายข้อสงสัยกันแล้ว!
writerProfile
24 ส.ค. 2020 · โดย

“เครื่องในสัตว์” เคยเป็นอาหารยอดนิยมที่มีราคาสูง แต่ในปัจจุบันความนิยมในการกินเครื่องในสัตว์ค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ เพราะมีความเชื่อว่าอย่างมากว่าการกิน “เครื่องในสัตว์” ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ บ้างไม่กล้ากินเพราะคิดว่าเป็นส่วนที่ดูไม่น่ากินสักเท่าไหร่ วันนี้ Wongnai มาไขความกระจ่างจุดแสงสว่างให้กับสมอง เพื่อตอบข้อสงสัยว่า “เครื่องในสัตว์” คือส่วนไหนของสัตว์แ่ละชนิดบ้าง ? กินแล้วมีประโยชน์หรือไม่ ? และกินแล้วสามารถช่วยโลกได้อย่างไร ? ถ้าอยากรู้ รีบตามมาอ่านกันได้เลยจ้า!

1.เครื่องในสัตว์คืออะไร ? มีส่วนไหนบ้าง ?

โลกของ “เครื่องในสัตว์” กินดีมีประโยชน์ ช่วยเซฟโลก!

เครื่องในสัตว์ คือ อวัยวะภายในของสัตว์ที่ถูกชำแหละ โดยไม่รวมถึงกล้ามเนื้อและกระดูก มีมากมายหลายส่วน แต่ส่วนที่เป็นที่นิยมโดยทั่วไปคือ

โลกของ “เครื่องในสัตว์” กินดีมีประโยชน์ ช่วยเซฟโลก!
ตับ
โลกของ “เครื่องในสัตว์” กินดีมีประโยชน์ ช่วยเซฟโลก!
ไต
  • ตับ เป็นอวัยวะกำจัดพิษ (Detox) และเป็นเครื่องในที่คุณค่าทางโภชนาการสูง จนถูกเรียกว่าเป็น ”วิตามินรวมของธรรมชาติ” เมนูที่นิยมใช้ตับมาทำ ได้แก่ ผัดตับดอกกุยช่าย ตับทอดกระเทียม เป็นต้น
  • ไต สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีไตสองข้างเช่นเดียวกับมนุษย์ ซึ่งไตเป็นอวัยวะที่มีหน้าที่กรองของเสียและสารพิษออกจากกระแสเลือด ไตหมูในภาษาจีน เรียกว่า “เซี่ยงจี๊” มักนิยมนำมาทอด หรือย่าง
โลกของ “เครื่องในสัตว์” กินดีมีประโยชน์ ช่วยเซฟโลก!
หัวใจ
โลกของ “เครื่องในสัตว์” กินดีมีประโยชน์ ช่วยเซฟโลก!
ส่วนอื่นๆ
  • หัวใจ หน้าที่ของหัวใจคือสูบฉีดเลือดเพื่อไปหล่อเลี้ยงทั่วร่างกาย หัวใจดูไม่น่าจะกินได้ แต่จริง ๆแล้วหัวใจมีไขมันน้อย และมีรสชาติดี นิยมมา อบ ย่าง และทอด
  • อื่น ๆ สัตว์แต่ละชนิด มีอวัยวะที่แตกต่างกัน เช่น
    • กึ๋นไก่ คือ กะเพาะบดอาหาร มีหน้าที่บดอาหารเนื่องจากไก่ไม่มีฟัน จึงต้องมีกึ๋นไว้บดอาหารให้มีขนาดเล็กลง มีลักษณะเป็นก้อนกลม-รี ขนาดไม่ได้ใหญ่มาก หลายคนมักจะนำ “กึ๋น” มาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วเสียบไม้ย่าง
    • ไส้หมู มีทั้งหมด 2 ส่วน ได้แก่ ไส้อ่อน (ลำไส้เล็ก) และไส้ใหญ่ (ลำไส้ใหญ่) เป็นส่วนที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้ทั้ง ต้ม ผัด ทอด เป็นต้น
    • ไส้ตันหมู หลายคนเข้าใจว่าคือส่วนของไส้ แต่แท้จริงแล้วคือส่วนของรังไข่หมู นิยมนำมาย่าง หรือกินเคียงกับก๋วยเตี๋ยว
    • ผ้าขี้ริ้ว ผ้าขี้ริ้วเป็นเนื้อส่วนกระเพาะอาหารของสัตว์ ผ้าขี้ริ้วส่วนมากมาจากวัวและควาย มีเนื้อสัมผัสที่ต้องเคี้ยว

2.กิน “เครื่องในสัตว์” ทำให้คลอเรสเตอรอลสูง ?

โลกของ “เครื่องในสัตว์” กินดีมีประโยชน์ ช่วยเซฟโลก!
กิน “เครื่องในสัตว์” ทำให้คลอเรสเตอรอลสูง ?

เครื่องในมีคลอเรสเตอรอลสูงไม่ว่าจะมาจากสัตว์ชนิดใด เช่น ส่วนของสมอง 100 กรัมประกอบด้วยคลอเรสเตอรอล 1,033% ของปริมาณสารอาหารที่ร่างกายต้องการต่อวัน ส่วนของไต และตับ คือ 239% และ 127% ตามลำดับ ซึ่งคลอเรสเตอรอลมีส่วนสัมพันธ์กับโรคหลอดเลือดอุดตัน และโรคหัวใจ แต่ตับของมนุษย์มีการผลิตคลอเรสเตอรอลอยู่แล้ว เมื่อเรากินอาหารที่มีคลอเรสเตอรอลสูง ตับของเราจะตอบสนองด้วยการผลิตคลอเรสเตอรอลน้อยลง ทำให้การกิน “เครื่องในสัตว์” ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้คลอเรตเตอรอลสูง แต่อย่างไรก็ตาม บุคคลบางกลุ่มที่มีความไวต่อคลอเรสเตอรอลในอาหาร เมื่อบริโภคอาหารที่มีคลอเรสเตอรอลสูง ปริมาณคลอเรสเตอรรอลรวมในร่างกายก็เพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้นการกิน “เครื่องในสัตว์” ก็คล้ายกับไข่แดง คือสามารถรับประทานได้ แต่ควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากเกินไป เนื่องด้วยไขมันในเครื่องในสัตว์เป็นไขมันอิ่มตัว จึงมีสิทธิ์กลายเป็นก้อนไขมันส่วนเกินไปเกาะในร่างกาย ทำให้เกิดการอุดตันได้ ดังนั้นการกินให้ดีมีหลักง่ายคือ กินเครื่องในที่ไม่ผ่านการทอด ย่าง หรือเลือกกินแบบไร้มัน และควรกินให้หลากหลายเข้าไว้

ข้อแนะนำ

  • คนที่ควรกินเครื่องใน คือ คนที่ใช้ทั้งพลังสมองและพลังกาย เช่น นักกีฬา เด็กวัยเรียน ผู้ใหญ่วัยทำงาน ผู้ป่วยเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็ก โดยมีเทคนิค คือรับประทานร่วมกับวิตามินซี เพื่อช่วยให้ดูดซับได้ดีขึ้น เช่น กินตับย่าง กับส้มตำที่มีส่วนผสมของน้ำมะนาว เป็นต้น
  • บุคคลที่ต้องระวังในการกิน “เครื่องในสัตว์” คือ ผู้สูงวัย คนป่วยไขมันสูง ผู้ป่วยที่เป็นโรคเกาต์ โรคกระเพาะ โรคกรดไหลย้อน ความดันโลหิตสูง และผู้ป่วยมะเร็ง
  • กลุ่มคนที่มีความไวต่อการรับประทานเครื่องในสัตว์ในปริมาณมาก และอาจต้องจำกัดการบริโภค เช่น หญิงมีครรภ์ และคนที่เป็นโรคเกาต์ ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม

3.ประโยชน์ของเครื่องในสัตว์

โลกของ “เครื่องในสัตว์” กินดีมีประโยชน์ ช่วยเซฟโลก!
ประโยชน์ของเครื่องในสัตว์

สารอาหารของเครื่องในแต่ละชนิดแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับว่ามาจากสัตว์ชนิดใด และเป็นอวัยวะส่วนใด โดยส่วนมากเครื่องในจะมีคุณค่าทางโภชนา ดังนี้

  • มีวิตามินบี12 วิตามินที่ละลายได้ในน้ำมัน เช่น วิตามินเอ ดี อี และเค
  • เป็นโปรตีนชั้นเยี่ยม ช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ ซึ่งโปรตีนจากสัตว์ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนทั้งหมด 9 ชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย
  • โคลีน เครื่องในสัตว์เป็นแหล่งของโคลีนที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งโคลีนเป็นสารอาหารสำคัญที่มีผลต่อสุขภาพสมองกล้ามเนื้อ และตับ ซึ่งส่วนมากหลาย ๆ คนมักจะได้รับไม่เพียงพอ
  • ธาตุเหล็กสูง ซึ่งอยู่ในรูปของฮีม (Heme Iron) เมื่อกินเข้าไปจะไปจับกับกรดอะมิโนโกลบูลินซึ่งมีความเข้ากันทางชีวภาพสูง ดังนั้นเมื่อเข้าสู่ร่างกาย ธาตุเหล็กในเนื้อจะสามารถถูกดูดซึมได้ดีกว่าธาตุเหล็กที่ไม่ได้อยู่ในรูปของฮีม (Non-heme Iron) ที่พบในอาหารจากพืช

นอกจากนี้ “เครื่องในสัตว์” ยังช่วยให้เราอิ่มได้นานขึ้น หลายการศึกษาแสดงว่า อาหารที่มีโปรตีนสูงสามารถลดความอยากอาหารลงและเพิ่มความรู้สึกอิ่ม นอกจากนั้นยังช่วยสนับสนุนการลดน้ำหนักเนื่องจากมีอัตราการเผาผลาญสูงขึ้น และยังมีราคาที่ถูกลงอีกด้วย แต่ยังไม่หมดเท่านี้นะคะ “เครื่องในสัตว์” ยังสามารถช่วยโลกได้ สงสัยกันล่ะสิ ว่าช่วยได้อย่างไร ? ไปค่ะ...ตามไปหาคำตอบพร้อม ๆ กัน.ในข้อได้เลยจ้า!

4.รู้หรือไม่ ? การกิน “เครื่องในสัตว์” ของเราคือการช่วยโลก

โลกของ “เครื่องในสัตว์” กินดีมีประโยชน์ ช่วยเซฟโลก!
รู้หรือไม่ ? การกิน “เครื่องในสัตว์” ของเราคือการช่วยโลก

ในบ้านเราอาจจะรู้สึกว่าการกิน “เครื่องในสัตว์” เป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับบางคนก็ยังไม่มั่นใจในการกินเนื่องจากเป็นส่วนอวัยวะอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ ส่วนเนื้อที่คุ้นเคย และยิ่งคนในโลกตะวันตก นี่คือสิ่งที่โดยทั่ว ๆ ไปเขาไม่กินกันทำให้ “เครื่องใน” พวกนี้มีเหลือทิ้ง ถึงแม้ว่าจะสามารถนำไปทำอาหารสัตว์ได้ แต่ในความเป็นจริง ยังมีอีกหลายอย่างที่มนุษย์ยังไงก็ไม่กินอยู่แล้ว และสามารถทำอาหารสัตว์ได้อีกจำนวนมาก ดังนั้นอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ไม่มีความจำเป็นอะไรเลยที่จะใช้เครื่องในสัตว์ และปัญหาที่มากกว่านั้นก็คือ การกินแต่เนื้อสัตว์ทำให้ต้องมีสัตว์ถูกเลี้ยงมาเป็นอาหารมากขึ้น เพราะคนกินแต่เนื้อ ทิ้งเครื่องในไปหมด และผลของการเลี้ยงสัตว์มากขึ้น มันก็ทำให้โลกร้อนขึ้น ในเยอรมันนีมีการวิจัยว่าการกิน “เครื่องในสัตว์” สามารถลด “ก๊าซเรื่องกระจก” (ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน) ได้ประมาณ 14% โดยต้นเหตุประมาณ 14% ของภาวะโลกร้อนนั้นเกิดจากการเลี้ยงปศุสัตว์ของมนุษย์ ยิ่งมนุษย์ต้องการกินเนื้อสัตว์มาก ก็จะยิ่งมีการเลี้ยงสัตว์มาก และโลกก็จะยิ่งร้อนขึ้น หากเปลี่ยนอาหารการกินของมนุษย์แบบไปกินพืชเป็นหลักจะสามารถช่วยโลกได้ แต่ในทางปฏิบัติเป็นสิ่งที่ทำได้ยากในเมื่อยังไงมนุษย์ก็จำเป็นต้องกินเนื้อสัตว์เพื่อดำรงชีวิตต่อไป ดังนั้นวิธีการที่สามารถทำได้จริงคือ การพยายามเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเนื้อสัตว์ เช่น การกินไก่แทนกินเนื้อ เพราะกระบวนการผลิตเนื้อไก่มันก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่ากระบวนการผลิตเนื้อวัว หรือ การกินเนื้อสัตว์ทุกส่วนให้หมด หรือที่เราเรียกรวม ๆ ว่า “เครื่องในสัตว์” นั่นเอง

ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมคะ ? ว่าเพียงกิน “เครื่องในสัตว์ ” ก็สามารถเพิ่มทางเลือกช่วยให้มีการลดการเลี้ยงสัตว์ลดลง และเพื่อสุขภาพที่ดี ไม่เสี่ยงต่อโรคก็ควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ ทั้งอิ่มท้อง ทั้งได้ประโยชน์ สบายกระเป๋าตังค์ แถมยังได้ช่วยลดสภาวะโลกร้อนจากทางของอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์อีกด้วย ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนอยากรู้เรื่องราวดีๆ อีกเพิ่มเติมเช่นเรื่อง “มหัศจรรย์ “กระเทียมดำ” วัตถุดิบยอดฮิตส่งออกทั่วโลก!” หรือเรื่อง “เทียบความต่าง “เบกกิ้งโซดา vs. ผงฟู” ใช้แทนกันได้หรือไม่ ?” สามารถเข้าไปอ่านได้เลยจ้า!

References :  

FitSchool, (2560) "เครื่องในสัตว์ดีต่อสุขภาพหรือไม่?" เข้าถึงได้จาก https://www.facebook.com/FitSchoolOfficial สืบค้นเมื่อ 23 กรกฎาคม 2563