เคลียร์ให้ชัด! แอสตาแซนธินยี่ห้อไหนดี? กินแล้วผิวสวย ไม่แก่เร็ว!
  1. เคลียร์ให้ชัด! แอสตาแซนธินยี่ห้อไหนดี? กินแล้วผิวสวย ไม่แก่เร็ว!

เคลียร์ให้ชัด! แอสตาแซนธินยี่ห้อไหนดี? กินแล้วผิวสวย ไม่แก่เร็ว!

ไปดู! แอสตาแซนธินยี่ห้อไหนดี? กินแล้วผิวสวย ดูอ่อนเยาว์ ไม่แก่เร็ว! พร้อมกับพาสาว ๆไปทำความรู้กับ Astaxanthin ให้มากขึ้นกว่าเดิม!
writerProfile
19 พ.ค. 2022 · โดย

ปัจจุบันนี้เราต้องเผชิญกับแสงแดด และฝุ่น PM 2.5 อย่างเลี่ยงไม่ได้ จนทำให้เซลล์ในร่างกายเสื่อมเร็ว และทำให้ผิวแก่ก่อนวัย วันนี้ Wongnai Beauty เลยจะพาสาว ๆ ไปทำความรู้จักกับ "แอสตาแซนธิน (Astaxanthin)"  ที่ได้ชื่อว่าเป็นราชินีแห่งสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัยและชะลออายุผิวของเรากันค่ะ พร้อมทั้งพาไปส่อง 10 อาหารเสริมแอสตาแซนธินที่คัดมาแล้วว่าเด็ดจริง แต่จะมีแอสตาแซนธินยี่ห้อไหนดีบ้างนั้น ไปดูกัน!

Astaxanthin คืออะไร

Astaxanthin (แอสตาแซนธิน) เป็นสารประเภทแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ มีลักษณะเป็นสารสีแดง สามารถพบได้ในสาหร่ายสีแดง (Haematococcus Pluvialis) ปลาแซลมอน และกุ้งชนิดเล็ก นอกจากนี้แอสตาแซนธินยังละลายได้ดีในไขมัน และด้วยสูตรโครงสร้างที่เป็นเอกลักษณ์พิเศษ จึงมีความสามารถในการปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ได้ทั้งภายใน และภายนอกได้ทุกส่วนทั่วร่างกาย จึงมีคุณลักษณะที่เหนือกว่าสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่น ๆ หลายคนจึงเรียก แอสตาแซนธินว่าเป็น Nature's Most Powerful Antioxidant (ที่สุดของสารต้านอนุมูลอิสระ) นั่นเอง

ประโยชน์ของ Astaxanthin

  • บำรุงระบบประสาท ป้องกันสมองเสื่อม
  • บำรุงดวงตา ลดอาการอ่อนล้าจากการใช้สายตา
  • ช่วยชะลอวัย ป้องกันการเกิดริ้วรอย ดูแลผิวให้อ่อนเยาว์
  • ปกป้องผิวจากแสงแดด หรืออันตรายจากรังสียูวี 
  • ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างปกติ
  • ช่วยลดการอักเสบภายในร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง

ปริมาณ Astaxanthin ที่ควรบริโภคต่อวัน

ปริมาณแอสตาแซนธินที่ควรบริโภคต่อวันจะอยู่ที่ 4-12 มิลลิกรัม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ที่ต้องการ เช่น ปริมาณ 4 มิลลิกรัมต่อวัน มีผลในการช่วยลดการอักเสบได้ดี ส่วนปริมาณ 12 มิลลิกรัมต่อวัน จัมีส่วนช่วยในการเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ทั้งนี้ปริมาณที่เหมาะสมของการรับประทาน Astaxanthin ยังขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัย ทั้งอายุ สุขภาพ หรือสภาวะร่างกายอื่น ๆ ของผู้ที่รับประทานอีกด้วย

กินแอสตาแซนธินยี่ห้อไหนดี?

สำหรับสาว ๆ ที่อยากกินแอสตาแซนธินเพื่อให้ร่างกายได้รับในปริมาณที่เพียงพอ ควรกินแอสตาแซนธินยี่ห้อไหนดี? วันนี้เรามีแอสตาแซนธินที่หาซื้อได้ตามท้องตลาดมาฝากสาว ๆ กันแบบจุก ๆ ถึง 10 แบรนด์ ว่าแล้วไปดูกันเลยว่าจะมีแอสตาแซนธินยี่ห้อไหนดีบ้าง!?

VISTRA Astaxanthin Plus Vitamin E 

VISTRA Astaxanthin

Source : 1


มาเริ่มกันที่อาหารเสริมแอสตาแซนธินสัญชาติไทยอย่าง VISTRA กันค่ะ ความโดดเด่นของตัวนี้คือ นอกจากจะมีความเข้มข้นของ Astaxanthin มากถึง 6 mg แล้ว เค้ายังใส่ Vitamin E เพิ่มมาให้อีกด้วย เรียกได้ว่าอัดแน่นไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ขอกระซิบบอกนิดนึงว่าตัวนี้เคยได้รับรางวัล 'Best of Supplement Product' ประจำปี 2015 โดยสุดสัปดาห์ด้วยนะเออ สาว ๆ จึงมั่นใจในคุณภาพและประสิทธิภาพของเค้าได้เลย คุ้มค่าคุ้มราคาจริงไม่จกตา!

ปริมาณ : 30 เม็ด

ราคา : 880 บาท (เม็ดละ 29 บาท)

พิกัด : ร้านขายยาชั้นนำ, Watsons, Boots, VISTRA, Lazada

BLACKMORES Astaxanthin 6 MG Plus

BLACKMORES Astaxanthin

Source : 1


BLACKMORES เป็นอีกหนึ่งยี่ห้ออาหารเสริมที่หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว เพราะเค้ามีอาหารเสริมหลากหลายชนิดเอามาก ๆ และแน่นอนว่า อาหารเสริมสารสกัดจากสาหร่ายสีแดง หรือแอสตาแซนธินก็มีขายเช่นกันค่ะ โดยในหนึ่งเม็ดจะมีความเข้มข้นของ Astaxanthin อยู่ที่ 6 mg อีกทั้งยังมีวิตามินอี เสริมมาให้ 7.47 mg และ เลซิตินอีก 100 mg ด้วย โดยเลซิตินเป็นไขมันชนิดหนึ่งที่จะมาช่วยให้ร่างกายดูดซึมแอสตาแซนธินได้ง่าย อีกทั้งยังช่วยในการบำรุงสมองและบำรุงตับอีกด้วย ปังไม่ไหว!

ปริมาณ : 30 เม็ด

ราคา : 650 บาท (เม็ดละ 21 บาท)

พิกัด : ร้านขายยาชั้นนำ, WatsonsBLACKMORES

MEGA We Care ASTAX Astaxanthin 

MEGA We Care Astaxanthin

Source : 1 


สำหรับสาว ๆ ที่กำลังมองหาอาหารเสริมแอสตาแซนธินที่ราคาค่อนข้างย่อมเยา ต้องยกให้ยี่ห้อของคนไทยอย่าง MEGA We care กันเลยค่ะ แต่ด้วยความที่ราคาถูก ก็ทำให้กล่องนี่้มีความเข้มข้นของ Astaxanthin ค่อนข้างน้อยที่เม็ดละ 4 mg เท่านั้น ซึ่งใครที่กำลังเริ่มลองกิน หรือเป็นคนที่น้ำหนักตัวน้อย ๆ ตัวนี้บอกเลยว่าเหมาะมาก ความเข้มข้นไม่มาก และไม่น้อยจนเกินไป แถมราคายังเอื้อมถึงได้ง่ายอีกด้วย! 

ปริมาณ : 30 เม็ด

ราคา : 480 บาท (เม็ดละ 16 บาท)

พิกัด : ร้านขายยาชั้นนำ, WatsonsMEGA We Care, JD Central

Giffarine Astaxanthin 

Giffarine Astaxanthin

Source : 1


มาต่อกันที่อาหารเสริมแอสตาแซนธินจากแบรนด์ไทย อย่าง Giffarine กันบ้างค่ะ โดยตัวนี้เค้ามีปริมาณความเข้มข้นของ Astaxanthin 2 mg ต่อเม็ด ซึ่งจะน้อยกว่ายี่ห้ออื่น ๆ ก่อนหน้านี้ที่พูดถึงไป แต่ก็ไม่ได้ทำให้อาหารเสริมตัวนี้ด้อยลงแต่อย่างใด เพราะเค้าใส่วิตามินซีเพิ่มให้ด้วยนั่นเอง แน่นอนว่าวิตามินซีที่ใส่มานี้จะมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการต้านอนุมูลอิสระมา และเสริมภูมิคุ้มกันให้กับสาว ๆ อีกด้วย ใครอยากได้อาหารเสริมแอสตาแซนธินที่ช่วยทั้งเรื่องผิวและภูมิคุ้มกัน ตัวนี้เหมาะมาก ๆ ค่ะ

ปริมาณ : 30 เม็ด

ราคา : 660 บาท (เม็ดละ 22 บาท)

พิกัด : Giffarine Online, iHerb

Puritan's Pride Natural Astaxanthin 

Puritan's Pride Astaxanthin

Source : 1


บอกเลยว่ายี่ห้อ Puritan's Pride จากสหรัฐอเมริกา ก็เป็นอีกหนึ่งยี่ห้ออาหารเสริมแอสตาแซนธินที่น่าสนใจ และน่าหาซื้อมากินกันค่ะ โดยทางแบรนด์เขาก็จะมีขายอยู่ 2 ความเข้มข้นด้วยกันคือ 5 mg กับ 10 mg ต่อเม็ด สำหรับสาว ๆ ที่อยากกินเพื่อบำรุงผิวพรรณและป้องกันริ้วรอย แนะนำให้เลือกกินที่ความเข้มข้น 10 mg ไปเลยค่ะ เพราะแม้จะมีราคาที่แพงกว่า แต่ราคาต่อเม็ดถูกกว่านะคะ กินทั้งทีต้องคุ้มค่าที่สุด!

ปริมาณ : 30 เม็ด

ราคา : ประมาณ 620 บาท (เม็ดละ 20 บาท)

พิกัด : ช่องทางออนไลน์

DHC Astaxanthin 

DHC Astaxanthin

Source : 1


สำหรับ DHC ซองนี้ เชื่อเลยว่าหลาย ๆ คนน่าจะเคยกินอาหารเสริมของยี่ห้อนี้กันอยู่แล้ว และแน่นอนว่าทางแบรนด์เขาก็มีแอสตาแซนธินให้สาว ๆ เลือกซื้อเช่นกันค่ะ โดยเค้าจะมีความเข้มข้นของแอสตาแซนธินต่อเม็ดที่ 9 mg นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของ วิตามิน E ที่ได้ชื่อว่าเป็รสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีอีกตัวหนึ่ง มาช่วยเสริมเพิ่มประสิทธิภาพการบำรุงผิวอีกถึง 2.7 mg บอกเลยว่า DHC Astaxanthin ซองนี้ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว แถมราคาก็ไม่แรงมากเมื่อเทียบกับปริมาณแอสตาแซนธินต่อเม็ด

ปริมาณ : 30 เม็ด

ราคา : ประมาณ 520 บาท (เม็ดละ 17 บาท)

พิกัด : ช่องทางออนไลน์

Sport Research Astaxanthin 

Sport Research Astaxanthin

Source : 1


อีกหนึ่งยี่ห้อที่ให้ความเข้มข้นของ Astaxanthin สูงถึง 12 mg ยี่ห้อนั้นก็คือ Sports Research จากสหรัฐอเมริกานั่นเองค่ะ โดยแพ็กเกจจะมาในแนวสีดำแดงที่ดูสวยเด่นสะดุดตา โดยความโดดเด่นของยี่ห้อนี้ที่ต่างจากยี่ห้ออื่น ๆ อยู่ตรงที่ เค้ามีการผสมน้ำมันมะพร้าวลงไปในแต่ละเม็ด เพื่อช่วยให้แอสตาแซนธินสามารถละลายได้ง่ายมากขึ้น ทำให้ร่างกายดูดซึมได้ดีขึ้นนั้นเอง นอกจากนี้มันมะพร้าวก็ยังมีประโยชน์หลายอย่างในการบำรุงผิวอีกด้วยนะ

ปริมาณ : 60 เม็ด

ราคา : ประมาณ 500 บาท (เม็ดละ 8 บาท)

พิกัด : iHerb, Amazon

Life Extension Astaxanthin 

Life Extension Astaxanthin

Source : 1


ถ้าพูดถึงยี่ห้ออาหารเสริมของสหรัฐอเมริกาที่ค่อนข้างมีความพรีเมียมสูง Life Extension คือหนึ่งในนั้นเลยค่ะ แม้ว่าความเข้มข้นของแอสตาแซนธินต่อเม็ดจะมีแค่ 4 mg แต่ยี่ห้อนี้เค้าได้เติม Phospholipids เข้าไปอีกถึง 4 ชนิด ซึ่ง Phospholipids จะช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมแอสตาแซนธินได้ดีขึ้น สาว ๆ จึงมั่นใจได้เลยว่าถ้ากินที่ 4 mg ร่างกายก็แทบจะดูดซึมได้เกือบหมด 4 mg เลยล่ะค่ะ

ปริมาณ : 30 เม็ด

ราคา : ประมาณ 725 บาท (เม็ดละ 24 บาท)

พิกัด : iHerb

California Gold Nutrition Astaxanthin 12 mg

California Gold Nutrition Astaxanthin

Source : 1


ถ้าพูดถึงแอสตาแซนธินยี่ห้อที่ได้รับความนิยมสูง และยังมียอดขายถล่มทลายในอินเตอร์เน็ต คงต้องยกให้ยี่ห้อ California Gold Nutrition จากสหรัฐอเมริกาเลยค่ะ โดยความเข้มข้นของ Astaxanthin จะอยู่ที่ 12 mg ต่อเม็ด ซึ่งถือว่าเป็นความเข้มข้นที่สูงมาก ๆ แต่ก็ทำให้มีราคาที่สูงตามไปด้วยเช่นกัน งานนี้บอกเลยว่าสาว ๆ คนไหนที่ไม่ติดเรื่องงบ และอยากให้ร่างกายได้รับปริมาณของแอสตาแซนธินแบบเข้มข้นละก็ ยี่ห้อนี้ตอบโจทย์แน่นอนค่ะ!

ปริมาณ : 120 เม็ด 

ราคา : ประมาณ 1,690 บาท (เม็ดละ 14 บาท)

พิกัด : iHerb

Now Foods Extra Strength Astaxanthin  

Now Astaxanthin

Source : 1


ปิดท้ายกันด้วยอาหารเสริมสารสกัดจากสาหร่ายสีแดง Now Foods จากสหรัฐอเมริกากันค่ะ ตัวนี้บอกเลยว่าได้รับความนิยมกินกันเป็นอย่างมากในอเมริกา โดยแอสตาแซนธินของเค้าก็จะมี 2 ความเข้มข้นให้เลือกซื้อด้วยกันคือ 4 mg และ 10 mg และทั้ง 2 ก็มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอกที่จะมาช่วยให้แอสตาแซนธินละลายได้ง่ายและดูดซึมได้ง่ายขึ้นด้วย  

ปริมาณ : 60 เม็ด

ราคา : ประมาณ 563 บาท (เม็ดละ 9 บาท)

พิกัด : iHerb

สำหรับใครที่ไม่รู้จะเลือกแอสตาแซนธินยี่ห้อไหนดี ก็ลองดูรีวิวแอสตาแซนธินต่าง ๆ ที่ด้านบนประกอบการตัดสินใจได้นะคะ ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน แต่หลัก ๆ แล้วก็เน้นช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำให้เซลล์ในร่างกายเสื่อมช้าลง ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์สุขภาพ ไม่แก่เร็ว ยิ่งในปัจจุบันนี้แดดเมืองไทยก็ร้อนแรงกว่าเดิม แถมยังมี PM 2.5 พ่วงมาด้วย ดังนั้นการบริโภคแอสตาแซนธินจึงสำคัญ!

บทความแนะนำ