ฮัลโหลสายมัตจะมีใครเป็นเหมือนกันไหมคะ ? จะออกจากบ้านไปคาเฟ่แต่ละที นอกจากจะต้องแต่งตัวจัดเต็มแล้ว ค่าชาเขียวแก้วหนึ่งก็พุ่งไปเกือบสองร้อย แถมบางทีสั่งหวานน้อยแต่ก็ได้หวานเจี๊ยบมาซะงั้น วันนี้เราเลยขอสวมวิญญาณบาริสต้าสาว พาเพื่อน ๆ มาเปิดกรุมัดรวมชาเขียวชงเอง ยี่ห้อไหนน่าชงกินเองบ้าง พูดเลยว่าคัดมาให้เน้น ๆ ว่าหอมฟุ้ง กลิ่นละมุน และรสชาติเข้มข้นสะใจเลยล่ะค่ะ
3 หัวใจในการเลือกชาเขียวให้ ไม่ขมและชงง่าย!
แยกให้ออก มัตจะ (Matcha) vs ผงชาเขียวทั่วไป (Green Tea Powder) ต้องบอกว่าหน้าตาของชาเขียวชงอาจจะเหมือนกัน แต่เราต้องเข้าใจก่อนว่าแต่ละประเภทที่เราเลือกซื้อมาชงดื่มคืออะไร
- มัตจะ (Matcha) : คือชาที่นำใบชาไปนึ่งแล้วบดเป็นผงละเอียด จะได้สีเขียวสด กลิ่นหอมเข้มข้น และมีรสอูมามิ (ความนัว) ถ้าเลือก Ceremonial Grade จะดื่มง่าย หอมละมุน ไม่ค่อยขม แต่ถ้าเน้นผสมนมให้เลือก Culinary Grade ที่เข้มข้นสู้รสนมได้ดีค่ะ
- ผงชาเขียวทั่วไป : มักเป็นใบชามาตากแห้งแล้วบด มักจะมีรสฝาดและขมมากกว่า ถ้าอยากได้ฟิลคาเฟ่แนะนำให้เน้นคำว่า Matcha บนซองไว้ก่อนค่ะ
ดู "สี" ของผงชา ( ถ้ายี่ห้อไหนโชว์เนื้อผงได้ ) นอกจากจะดูว่าเขาคือผงชาเขียวหรือว่ามัตฉะแล้ว ควรดูสีของผงชาที่เราจะซื้อด้วยนะคะ เพราะสีของผงชาเขียวก็มีผลต่อรสชาติเหมือนกัน ใดใดจะซื้ออะไรต้องเลือกให้ชัวร์ก่อนไม่งั้นเดี๋ยวได้ของรสชาติไม่เริ่ดมาจะยมได้
- สีเขียวสด/เขียวอมตอง : มักจะเป็นชาที่คุณภาพดี ผ่านการคุมแสงแดดและนึ่งอย่างพิถีพิถัน รสชาติจะออกนุ่มนวล หอมนวล ไม่ฝาดลิ้น
- สีเขียวอมน้ำตาล/เขียวเข้มคล้ำ : มักเป็นชาที่เก็บเกี่ยวช้า หรือผ่านความร้อนสูง รสชาติจะมีความฝาดขมสูง ( เหมาะกับคนชอบเข้มจัด ๆ หรือใส่น้ำตาลเยอะ ๆ )
เลือกแบบ "ชงง่าย" ( Instant หรือ ผสมสำเร็จ ) เดี๋ยวนี้มีวิธีการชงชาเขียวชงเองเยอะมากกก ทั้งแบบชงเองไม่เติมอะไรเลย กับแบบที่ผสมความกลมกล่อมมาแล้วแค่ผสมน้ำก็กินได้เลยก็มี ทีนี้ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนแล้วล่ะค่ะ ว่าอยากชงชาเขียวดื่มเองแบบไหน
- แบบ 100% Matcha Powder : ต้องตีกับน้ำร้อน (แนะนำให้มีแปรงตีหรือที่ตีฟองนม) ถ้าไม่มีเครื่องมือ อาจจะละลายยากและเป็นก้อน
- แบบพร้อมชง (3 in 1) : ถ้ามือใหม่จริง ๆ และอยากได้ความรวดเร็ว ให้เลือกยี่ห้อที่ "ละลายน้ำเย็นได้" หรือเป็นแบบ "Matcha Latte Powder" ที่เขาผสมน้ำตาลและครีมเทียมมาให้แล้ว อันนี้คือที่สุดของความชงง่ายค่ะ
เคล็ดลับของคนอยากเป็นบาริสต้า ชงยังไงไม่ให้ขม ?
ถ้ากลัวรสชาติขมเกินไปเราเอาวิธีการชงแบบบาริสต้ามาบอกต่อด้วย เผื่อว่าใครชอบชงและผสมให้ได้รสชาติในแบบที่ตัวเองชอบก็สามารถแคปแล้วเอาไปทำตามได้เลยค่ะ พูดได้เลยว่านี่เป็นอีกหนึ่งศาสตร์ที่ทุกคนอาจจะต้องทำชาเขียวชงดื่มเองบ่อย ๆ จะได้รสชาติที่พอดีและตรงจริตของตัวเองนั่นเองค่ะ
- คุมอุณหภูมิน้ำ : ห้ามใช้น้ำเดือดจัด 100 องศาเด็ดขาด! เพราะความร้อนจะดึงสารแทนนิน (Tannin) ออกมาเยอะ ซึ่งเป็นตัวการของ "ความขมและฝาด" ให้ใช้น้ำอุ่นประมาณ 70-80 องศาเซลเซียส (ต้มน้ำเดือดแล้วพักทิ้งไว้ 2-3 นาที) จะช่วยให้ชาหอมหวานละมุนที่สุดค่ะ
- ใช้นมที่มีไขมัน : ความมันของนมจะช่วยตัดความขมและทำให้รสสัมผัสมีความนัวแบบคาเฟ่ ยิ่งใช้นมสดพาสเจอร์ไรซ์จะหอมกว่านม UHT ค่ะ
- ละลายให้เนียน : ถ้าใช้ผงชาเขียวแท้ ให้ละลายผงกับน้ำปริมาณเล็กน้อยก่อนจนเป็นครีมข้น ๆ แล้วค่อยเติมน้ำหรือนมตาม จะช่วยไม่ให้มีก้อนแป้ง และได้รสชาติที่นุ่มนวลไม่กระด้างค่ะ
มัดรวมชาเขียวชง ยี่ห้อไหนดี? หอมเข้มถึงใจ สไตล์คาเฟ่ทำเองได้ที่บ้าน
MATCHAZUKI (เกรด Excellent)

ตัวนี้คือที่สุดของความละมุนค่ะ เป็นมัทฉะที่สีเขียวสดสวยมาก รสชาติจะมีความอูมามิหรือความนัวแบบสาหร่ายนิด ๆ และมีความหอมโทนถั่วขาวกับวานิลลาเบา ๆ จุดเด่นคือความขมที่แทบจะเป็นศูนย์ ดื่มแล้วลื่นคอสุด ๆ ด้วยความส่งตรงจากไร่ชาในเมืองอูจิและนิชิโอะ แหล่งปลูกชาที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น คัดเฉพาะใบชา Tencha เกรดแรก (First Flush) ที่ผ่านการคลุมสแลนกันแสงแดดอย่างดี แล้วนำมาบดด้วยโม่หินแบบช้าๆ เพื่อไม่ให้เกิดความร้อนสะสม กลิ่นจึงยังสดใหม่เหมือนเพิ่งเก็บจากไร่ค่ะ
เหมาะกับใคร : สายมัตจะเลิฟเวอร์ที่ชอบดื่มลาเต้นุ่ม ๆ หรือจะชงเป็นชาใส (Usucha) ก็ฟิน
ปริมาณ : 100 g.
ราคา : 995 บาท
พิกัด : หน้าเว็บไซต์ Matchazuki
Source : 1
Kawami (Uji Matcha 100%)

ใครชอบชาเขียวสายเข้ม (Strong) ต้องรักตัวนี้ค่ะ รสชาติจะมีความฝาด (Astringency) เล็กน้อยตามสไตล์ชาญี่ปุ่นแท้ ๆ ซึ่งความฝาดนี้แหละค่ะที่พอไปเจอกับนมสดพาสเจอร์ไรซ์แล้วจะชูรสให้ชาโดดเด่น ไม่โดนนมกลบ กลิ่นจะออกแนวใบชาคั่วชัดเจนมาก เป็นชาที่นำเข้าจากเมืองชิซูโอกะและอูจิ โดยใช้กระบวนการผลิตมาตรฐานญี่ปุ่นแท้ 100% เป็นเกรดที่ร้านคาเฟ่หลายแห่งเลือกใช้ เพราะบอดี้ชาหนักแน่น ชงเมนูไหนก็รอด
เหมาะกับใคร : คนที่ชอบมัทฉะลาเต้รสชาติเข้มข้นถึงใจ หรือชอบเอาไปทำขนมเบเกอรี่
ปริมาณ : 100 g.
ราคา : 380 บาท
พิกัด : Tops, Lotus’s, Big C และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ
Source : 1
ชาตรามือ (สูตร Extra Green)

นี่คือไอคอนิกของชาเขียวนมเย็นแบบไทยเลยค่ะ กลิ่นจะหอมฟุ้งกระจาย มีเอกลักษณ์ของกลิ่นดอกมะลิและดอกไม้ไทยผสมอยู่ รสชาติจะมีความมันและหวานนำเมื่อปรุงกับนมข้นหวาน สีเขียวมรกตสดใสโดดเด่น ถ่ายรูปสวยแน่นอน อีกทั้งแบรนด์ยังผลิตจากยอดใบชาที่ปลูกในเชียงราย ผ่านกระบวนการคั่วและอบแห้งด้วยเทคนิคเฉพาะของชาตรามือที่สั่งสมประสบการณ์มากว่า 70 ปี ทำให้ได้รสชาติที่คนไทยคุ้นเคยและชื่นชอบ
เหมาะกับใคร : สายหวานมันที่อยากชงชาเขียวนมเย็นแบบรถเข็นเจ้าดัง หรือคาเฟ่สไตล์ไทย
ปริมาณ : 180 g.
ราคา : 86 บาท
พิกัด : ร้านชาตรามือทุกสาขา และซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป
Source : 1
Marukyu Koyamaen (เกรด Isuzu)

ถ้าคุณเป็นตัวจริงเรื่องมัตจะ ต้องยี่ห้อนี้ค่ะ เกรด Isuzu จะให้รสสัมผัสที่นุ่มลึกซับซ้อน Sophisticated มีความหวานติดปลายลิ้นที่เรียกว่า Aftertaste ยาวนาน กลิ่นจะสดชื่นเหมือนทุ่งหญ้าหลังฝนตก ไม่มีความขมกระด้างแม้แต่นิดเดียว ต้องบอกว่ามัตฉะกระปุกนี้ส่งตรงจากโรงงานเก่าแก่ในเกียวโตที่มีประวัติยาวนานกว่า 300 ปี ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดชาแห่งชาติญี่ปุ่นเกือบทุกปี มั่นใจได้ในคุณภาพระดับงานฝีมือ Craft
เหมาะกับใคร : คนที่อยากสัมผัสประสบการณ์มัทฉะแบบดั้งเดิม หรือใช้ในพิธีชงชา
ปริมาณ : 40 g.
ราคา : 1,490 บาท
พิกัด : ร้านจำหน่ายมัทฉะเฉพาะทางใน หรือ กลุ่มคนรักมัตจะ (Matcha Enthusiasts)
Source : 1
Ito En (Oi Ocha Powder)

เขาเป็นชาเขียวชงที่เน้นความสะดวกและสุขภาพเป็นหลักค่ะ เป็นผงชาเขียวที่ละลายง่ายมาก ไม่เป็นก้อน รสชาติจะออกไปทางชาใสที่ดื่มแล้วสดชื่น มีความฝาดเบาๆ แบบธรรมชาติ กลิ่นหอมสะอาดเหมือนดื่มชาจากขวดของเขาเลยค่ะ ที่ผลิตจากใบชาญี่ปุ่น 100% ผ่านเทคโนโลยี Spray Dried ที่ทำให้ผงชาละลายน้ำได้ทันทีทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็น โดยยังคงรักษาสารต้านอนุมูลอิสระ (Catechin) ไว้ได้อย่างครบถ้วน
เหมาะกับใคร : สาย Healthy ที่ชอบดื่มชาใสระหว่างวัน หรือพกไปชงที่ทำงานง่าย ๆ
ปริมาณ : 32 g.
ราคา : 185 บาท
พิกัด : Don Don Donki, Fuji Super และร้านค้าออนไลน์สินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น
Source : 1
Aroma (Kyoto Matcha Base)

ตัวนี้เป็นสูตรสำเร็จที่โกงความอร่อยได้เลยค่ะ เพราะเขาผสมสัดส่วนที่ลงตัวมาให้แล้ว รสชาติจะมีความนัว หอมกลิ่นมัทฉะเกียวโต และมีความหวานมันในตัวเล็กน้อย ชงง่ายมากแค่ผสมนมสดก็จบงาน ได้รสชาติมาตรฐานคาเฟ่เป๊ะ และเป็นการเบลนด์ระหว่างมัทฉะนำเข้าจากเกียวโตกับส่วนผสมคุณภาพสูง เพื่อให้บาริสต้าหรือเราทำที่บ้าน ทำงานง่ายขึ้น คุมรสชาติให้คงที่ได้ทุกแก้ว
เหมาะกับใคร : มือใหม่ที่เพิ่งหัดชง หรือคนที่อยากได้รสชาติอร่อยชัวร์แบบไม่ต้องกะสัดส่วนเอง
ปริมาณ : 100 g.
ราคา : 292 บาท
พิกัด : ร้าน Aroma Shop ทุกสาขา
Source : 1
Peace Oriental Teahouse (Pastel Matcha)

สไตล์ของ Peace คือความละมุนละไมสมชื่อค่ะ ตัว Pastel Matcha จะให้รสสัมผัสแบบครีมมี่ (Creamy) มาก ๆ กลิ่นหอมนวลเหมือนขนมหวานชั้นเลิศ ลดทอนความเขียวแบบหญ้าลง แต่แทนที่ด้วยความหอมละมุนใจ ดื่มแล้วรู้สึกผ่อนคลายสุด ๆ เรียกว่าเป็นการคัดสรรและเบลนด์ใบชาโดย Tea Master ของ Peace Teahouse ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความละเอียดอ่อนในการคัดเลือกวัตถุดิบเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
เหมาะกับใคร : คนที่ไม่ชอบความขมของชาเขียว แต่อยากได้ความหอมนวลและรสสัมผัสที่หรูหรา
ปริมาณ : 10 ซอง
ราคา : 285 บาท
พิกัด : ร้าน Peace Oriental Teahouse ทุกสาขา
Source : 1
เป็นยังไงบ้างคะ กับชาเขียวชงที่เราเอามาฝากบอกเลยว่าแต่ละยี่ห้อน่าสนใจมากกกก และทุกคนเลือกได้เลยว่าอยากได้รสชาติแบบไหน การชงเป็นยังไง ทีนี้ก็แค่เซ็ตมุมบ้านเล็ก ๆ สักมุมเอาไว้ถ่ายรูปเวลาเปิดคาเฟ่ชงชาเขียวดื่มเองที่บ้าน เห็นไหมว่าซื้อหนึ่งได้ถึงสองเลยนะคะ ไม่ต้องเปลืองเงินเยอะ ๆ เลย ขอให้ทุกคนสนุกกับการดื่มชาเขียวนะคะ
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ


