- หน้าแรก
/
- รีวิว WÜRST Ghent

รีวิว WÜRST Ghent
ไม่ใช่แค่ Hot Dog แต่มันคือ Haute Dog ...อร่อยเด็ดห้ามพลาดบอกเลย!
ถ้าพูดถึงอาหารที่เป็น must-try ของเบลเยี่ยมล่ะก็ คงมีน้อยคนที่จะคิดถึงฮ็อทด็อก เพราะของขึ้นชื่อที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจะเป็น เฟรนช์ฟรายส์ waffles, chocolate, เบียร์ และหอยแมลงภู่ ซะมากกว่า แต่สำหรับฮ็อทด็อกที่ร้าน Würst นี้ขอบอกเลยว่าไม่ใช่ธรรมดากาไก่ เพราะเป็น “Haute Dogs” ที่ถูกสรรค์สร้างขึ้นด้วยความประณีตพิถีพิถันขั้นสุดจากฝีมือของ Chef Jeroen Meus - Celebrity Chef ชื่อดังของเบลเยี่ยม เจ้าของรายการโทรทัศน์สอนทำอาหารที่มาพร้อมบุคลิกสบายๆ ใส่เชิ้ตตัว-ยีนส์ตัว มาออกรายการด้วยลีลาแบบหนุ่มอารมณ์ดีมีปล่อยมุขตลกเป็นระยะๆ ทำอาหารยากๆซับซ้อนให้ดูง๊ายง่ายน่าสนุกแต่ออกมาอร่อยปังจนเหล่าแม่บ้านชาวเบลเยี่ยมติดกันตรึมเรตติ้งพุ่งกระฉูด เปรียบเทียบทั้งอิมเมจและดีกรีความดังแล้วพ่อเจริญนี่ก็เสมือนเป็น Jamie Oliver แห่งเบลเยี่ยมนั่นเลย ฉะนั้นร้านนี้จึงเป็นร้านที่เราตั้งใจแวะไปชิมโดยเฉพาะค่ะ สำหรับคนที่อยากดูลีลาการทำอาหารของเชฟนั้นสามารถหาดูได้จาก https://dagelijksekost.een.be/ ซึ่งเป็น official website ของรายการ Dagelijksekost met Jeroen Meus (Daily food with Jeroen Meus) โดยจะมีคลิปของแต่ละตอนให้โหลดมาดูได้ ถึงจะฟังภาษาดัตช์ไม่รู้เรื่องแต่แค่ดูก็น้ำลายสอแล้วล่ะ ****- Profile -**** จุดเริ่มต้นของร้าน Würst นั้นเริ่มตั้งแต่เมื่อครั้งที่ Jeroen Meus ได้ไปปรุงฮ็อตด็อกเพื่อเป็นเกียรติแก่ Marlon Brando ในรายการโทรทัศน์ Plat Prefere แล้วจึงได้ไอเดีย เกิดเป็นแรงบันดาลใจในการสรรค์สร้างสูตรฮ็อตด็อกแบบต่างๆ โดยใช้ทักษะการปรุงที่ประณีตละเมียดละไม ผนวกกับวัตถุดิบชั้นเลิศ ยกระดับจาก “Hot Dog” ให้เป็น “Haute Dog” ที่แต่ละเมนูจะได้รับการออกแบบรสชาติและเครื่องปรุงที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ขนมปังที่ใช้ ชนิดของไส้กรอก ซอสหลากหลายชนิดที่ออกแบบมาให้เข้ากันกับ “Haute Dog” แต่ละชิ้น ไปจนถึงการเลือก toppings ....เต็มไปด้วยความประณีตพิถีพิถันไม่ต่างจากเสื้อผ้าแฟชั่นชั้นสูงระดับ Haute Couture ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีเลิศที่สุดนั่นเอง ด้วยคอนเซ็ปต์ดังที่ว่ามาข้างต้น Würst จึงเป็นร้านที่จริงจังเรื่องฮ็อทด็อกสุดๆ ...ขนมปังที่ใช้กับแต่ละเมนูนั้นต้องเป็นขนมปังโฮมเมดสูตรของทางร้านซึ่ง Jeroen ได้ไปฝึกฝนฝีมือมาจาก De Trog เพื่อการณ์นี้โดยเฉพาะ ไส้กรอกแต่ละชนิดก็ได้รับการปรุงด้วยสูตรเฉพาะจากร้าน Philippe Rondou ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น Best Butcher in Town ของเมือง Leuven ที่สำคัญคือรสชาติซอสราดสูตรต่างๆของเชฟที่ปรุงออกมาได้รสชาติดีงามสมกับชื่อเสียง ..การมาชิมฮ็อตด็อกที่ Würst จึงเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจในแง่ของการได้ลอง “ขั้นสุด” ของอาหารสไตล์ street food แบบฮ็อตด็อกที่ไม่เคยมีร้านไหนทำมาก่อนนั่นเอง **** - ทำเลที่ตั้ง / บรรยากาศ -**** ร้าน Würst ปัจจุบันมีอยู่ 2 สาขา คือที่เมือง Leuven และเมือง Ghent ซึ่งเป็นสาขาที่เราเลือกไป ความที่ Ghent มีภาพลักษณ์เป็นเมืองมหาวิทยาลัยควบคู่ไปกับการเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทำเลที่ตั้งของร้านจึงอยู่กึ่งกลางระหว่างมหาวิทยาลัยกับย่านเมืองเก่า เรียกว่าต้องเดินกันพอได้เหงื่อ แต่ก็อยู่ในระยะเดินถึงจากทั้งสองฝั่งของเมือง สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาที่นี่จึงมักเป็นคนที่อยากมาลองโดยเฉพาะ ไมใช่บังเอิญผ่านล่ะค่ะ แต่ก็เลยมีลูกค้าวัยนักศึกษาเยอะแน่นร้าน คิวยาวใช้ได้เลย ในแง่บรรยากาศ ทางร้านตกแต่งแบบ modern ด้านหน้าเป็นกระจกโปร่ง มีที่นั่งทั้ง indoor และ outdoor แค่เดินเข้าร้านไปก็ได้กลิ่นหอมอบอวลจากไส้กรอกที่ย่างกันสดๆร้อนๆชิ้นต่อชิ้นบนเตาไฟ ทำให้ได้รอยไหม้กำลังสวยและเนื้อในนุ่มฉ่ำ (ต่างกับตามร้านฟาสต์ฟู้ดแบบ chain อื่นๆที่ใช้ตู้อบให้ความร้อนหมุนๆไปเรื่อยจนเนื้อไส้กรอกแห้งกระด้างนะ) เมนูอาหารจะเขียนไว้ตามผนัง เดินไปสั่งพร้อมจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์แล้วก็มาเลือกที่นั่งรอได้เลย สำหรับที่นั่งก็มีหลายโซน ทั้งแบบโซฟาน่าสบาย แบบโต๊ะกระดานติดกับผนังคล้ายโต๊ะเล็กเชอร์ โต๊ะแบบเคาน์เตอร์..ฯลฯ รองรับลูกค้าได้เยอะทีเดียวค่ะ นั่งทานไปเพลินๆได้ยินทางร้านเปิดเพลงโปรด Viva La Vida ….บทจะถูกใจก็ช่างดีงามไปซะหมดตั้งแต่รสชาติ-บรรยากาศ-ไปจนถึงเพลงเลยเชียว แฮปปี้สุดๆ (555) ****-เมนูที่ได้ลอง-**** ● Bellucci (ราคา 9 Euro) – เมนูนี้ใช้ขนมปัง Piccolo ผิวนอกแข็ง ด้านในเหนียวนุ่ม chewy ได้ใจ เป็นเนื้อขนมปังที่เพอร์เฟ็คแบบที่ชอบเป๊ะ ไส้กรอกที่ใส่มาก็เลิศสุดๆ คือเป็นไส้กรอกที่เคี้ยวแล้วสัมผัสได้ถึงเนื้อเน้นๆ แต่ก็ไม่แข็งกระด้าง เนื้อในยังนุ่มฉ่ำหอมกลิ่นย่างไฟ ส่วนเครื่องปรุงที่โปรยมานั้นเป็นส่วนผสมของซอส pesto, pomodoro, ชีส parmesan, ,มะเขือยาว เคล้ากับแฮมอิตาเลียน (Prosciutto) บดละเอียด โรยด้วยผัก rucola ...ได้รสชาติเข้มข้นกำลังฟิน กัดเข้าไปคำแรกนี่อร่อยเคลิ้มแบบต้องหลับตาพริ้มแล้วถอนใจยาวๆ ..ปลื้มปริ่มน้ำตาจิไหล เลยเพิ่งได้รู้ว่าฮ็อทด็อกนี่มันอร่อยได้ขนาดนี้เชียวนะ ● Mexico’86 (ราคา 8 Euro) – เมนูนี้ขนมปังที่ใช้เป็น corn bread เนื้อนุ่ม เคี้ยวง่ายกว่าตัวแรก ผิวนอกมีเม็ดแป้งเคลือบให้สัมผัสกรุบๆนิดๆ ไส้กรอกใช้เป็น merguez sausage หรือก็คือไส้กรอกแกะแบบทางแอฟริกา ปรุงรสด้วย guacamole, sour cream และ Mexican salad รสชาติจัดจ้าน ท็อปด้วยพริก jalapeño พอให้ซู่ซ่า และไม่ลืมปัก nachos กรอบๆที่ให้สัมผัสตัดกันกับความนุ่มของขนมปังได้เป็นอย่างดี เป็นอีกเมนูที่ทำได้อร่อยมากมาย แต่เทียบกันแล้วยังแอบเทใจให้เมนูแรกมากกว่าค่ะ ● Coleslaw (ราคา 2.50 Euro) – ลืม Coleslaw ร้านฟาสต์ฟู้ดไปได้เลย เพราะ Coleslaw ที่นี่โชว์ทักษะการผสมผสานรสชาติขั้นเทพสมกับเป็นสูตรของเชฟชื่อดัง ผสมผสานความสดกรอบของกะหล่ำปลีเข้ากับซอสรสเข้มข้นที่ได้กลิ่นวาซาบิจางๆ โรยด้วยหอมเจียวกรอบๆ เป็นรสชาติแบบ East meets West ที่เป็นเอกลักษณ์ดีจริงๆ อร่อยเว่อร์... ● Homemade Lemonade : Framboise (ราคา 3.50 Euro) – ใช้คำว่า Lemonade แต่ที่นี่เค้าหมายถึงน้ำผลไม้คั้นทุกชนิด ไม่ได้จำกัดเฉพาะน้ำมะนาวค่ะ อย่างแก้วนี้ก็เป็นน้ำ raspberry คั้นสดๆ รสชาติเปรี้ยวๆหวานๆสดชื่นดีนะ ****- The Verdict -**** ต้องบอกเลยว่าคือฮ็อตด็อกที่อร่อยสุดยอดจริงๆ เหนือกว่าที่เราเคยไปตะลอนชิมมาทั้งที่เดนมาร์กและเยอรมันทุกร้านเลยก็ว่าได้ แต่ก็แลกกับราคาที่สูงกว่าฮ็อตด็อกปกติทั่วไปเกินเท่าตัว บางคนที่เห็นราคานี้แล้วคาดหวังไว้สูงมากๆ หรือยึดติดกับรสชาติฮ็อทด็อกแบบเบสิกดั้งเดิมก็อาจจะผิดหวังได้ ส่วนเรามองว่ามันคือรสชาติที่มีเอกลักษณ์ เป็นประสบการณ์ที่หาได้ยาก แถมยังอร่อยถูกใจสุดๆ ก็เลยเป็นอะไรที่ยอมจ่ายเป็นค่าความฟินได้แบบไม่ตะขิดตะขวงใจ บอกเลยว่าร้านนี้ไม่ใช่แค่ผ่านแล้วน่าแวะ แต่เป็นร้านที่ถ้าได้ไปเที่ยวเบลเยี่ยมก็ควรหาโอกาสแวะไปให้ได้จริงๆค่ะ

































