รีวิว L'Atelier de Joel Robuchon คิวบ์ ไลฟ์สไตล์ รีเทล เซ็นเตอร์

photo
Brett
14.4k96414.4k
ยืนยันตัวตนแล้ว
20 ก.ค. 2015
ดูแล้ว 1,933
Quality Review
หรูหราอลังการกับความอร่อยระดับมิชลินสตาร์ โดยเชฟที่ครอบครองดาวเยอะที่สุดในโลก
ราคาต่อหัว: มากกว่า 1,000 บาทเมนูเด็ด: Le King Crab, La Caille, Fleur Caramel

L'Atelier de Joël Robuchon ร้านอาหารฝรั่งเศสระดับมิชลินสตาร์ถึงสามดาวด้วยกัน โดยเชฟฝีมือเยี่ยมอย่าง Joël Robuchon ชาวฝรั่งเศส ผู้ที่มีฉายาว่า "เชฟแห่งศตวรรษ" เพราะเชฟคนนี้มีการันตีด้วยรางวัลมิชลินสตาร์มากมายจนมีดาวมากที่สุดในโลกนี้แล้วครับ ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินคำว่า "Michelin Star" คำนี้ เค้ามีเอาไว้การันตีให้กับร้านอาหารดังๆว่าอาหารของทางร้านนั้นอร่อย วัตถุดิบเยี่ยม การตกแต่งจานที่ดูสวยงามน่าทาน เชฟที่ปรุงมานั้นก็มีรางวัลการันตีความอร่อยมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วร้านดังๆที่ได้มิชลินสตาร์ก็มักจะอยู่ในโรงแรมหรือสถานที่หรูๆซึ่งราคาในการมาทานนั้นก็ย่อมจะสูงตามกันไปด้วยครับ อาหารฝรั่งเศสนั้นขึ้นชื่ออยู่แล้วว่าเป็นอาหารที่แพงติดอันดับต้นๆของโลก L'Atelier ที่มีดาวการันตีความอร่อยถึงสามดวงอยู่ด้วยกันนี่จึงไม่แปลกครับที่ราคาจะสูง เพราะร้านนี้นั้นมีอยู่แค่ 9 สาขาทั่วโลกเท่านั้นเองครับ และในบ้านเราร้านนี้ก็ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอย่างสาทร เรียกได้ว่าเดินทางสะดวกสบายครับ วันนี้ผมได้รับเชิญมางาน "Wongnai Elite Party" ครบรอบ 5 ปีของทางวงในที่ร้านนี้ ต้องบอกเลยว่าทางร้านจัดงานมาได้ยิ่งใหญ่ หรูหรา อลังการงานสร้างมากจริงๆครับ ที่ร้านนี้บอกเลยว่าเคยเล็งที่จะมาทานอยู่แล้วแต่ด้วยความที่ราคาแรงไปหน่อย เลยได้แต่หยอดกระปุกรอต่อไป วันนี้ได้มาลองแล้วบอกได้สั้นๆแค่ว่าคุ้มค่ามากจริงๆครับ เพราะนอกจากจะได้เจอเพื่อนๆสมาชิกวงในแล้ว ยังได้ทานอาหารอร่อยๆ พร้อมกับบรรยากาศดีๆในร้าน แค่นี้ก็คุ้มมากๆแล้วครับ ต้องขอบคุณวงในมา ณ ที่นี่ด้วยครับ และรีวิวนี้อาจมีการกล่าวพาดพิงถึงบุคคลที่สอง สาม สี่ หรือห้าอีกเช่นเคย ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณแล้วก็ขำอย่างไม่กระโตกกระตากเกินไปนะครับ ฮ่าๆ [วิธีการเดินทาง] ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ชั้น 5 ของตึก Mahanakorn Cube อยู่ติดกับตึกมหานครที่กำลังก่อสร้างสูงเสียดฟ้าอยู่นั่นเองครับ หลายๆคนอาจจะงงว่าตึกนี้อยู่ตรงไหน ถ้าพูดว่ามันคือตึกเดียวกันกับ Dean & Deluca ผมเชื่อว่าทุกคนคงต้องร้องอ๋อกันอย่างแน่นอนครับ การเดินทางมาที่ร้านนี้มาได้สะดวกสบายครับ ถ้าใช้รถไฟฟ้าก็ BTS สถานีช่องนนทรีเดินออกมาฝั่งตึกมหานครก็จะถึงเลยครับ ใกล้ๆมากๆ หรือถ้าใครจะขับรถมาจอดนั้นก็สามารถมาจอดในตึกได้ด้วยเลยเช่นกันครับ นำบัตรมาให้พนักงานแสตมป์จอดได้ฟรีเลยครับ (ร้านหรู จอดฟรี!!) [บรรยากาศ/การบริการ] บรรยากาศของร้านนี้นั้นหรูหราตามสไตล์ร้านอาหารมิชลินสตาร์แน่นอนครับ ร้านตกแต่งด้วยโทนสีดำแดง ด้านในร้านนั้นสวยมากๆครับ มีการแบ่งโซนที่นั่งชัดเจน และร้านนี้ควรมีการโทรมาจองโต๊ะก่อนล่วงหน้านะครับ เพราะที่นั่งนั้นเต็มล่วงหน้าถึงสองอาทิตย์ด้วยกัน ไม่ใช่ walk-in กันมาได้ง่ายๆ แต่ละที่นั่งนั้นก็มีอุปกรณ์ในการทานวางไว้ให้พร้อมสวยงามครับ ที่นั่งของทางร้านมีทั้งหมดดังต่อไปนี้ครับ 1) The Counter - เป็นที่นั่งแบบบาร์ นั่งด้านนอก มีที่นั่งอยู่เยอะพอสมควร เก้าอี้นั้นนั่งสบาย แต่ละที่นั่งนั้นก็มีที่แขวนกระเป๋าไว้ให้พร้อม นั่งทานไปก็สามารถดูเชฟทำไปได้ด้วย แค่อาจจะไม่เหมาะกับคนที่มาสวีทกันสักเท่าไรครับ 2) La Terrace - ที่นั่งโต๊ะด้านใน ผมเคยโทรมาถามแล้วทราบว่าถ้าอยากได้โต๊ะส่วนตัวด้านในต้องเสียเงินเพิ่มประมาณ 2,000 บาทครับ แต่มันก็ดูจะเหมาะกับคนที่มานั่งสวีททานกับคนรักได้ดีกว่าการนั่งทานแบบบาร์แน่นอน หรือถ้าใครจะมาเป็นกรุ๊ปก็สามารถจองที่นั่งด้านในได้เช่นกันครับ เข้าใจว่าที่นั่งด้านในน่าจะจุได้ประมาณ 18-20 คนครับ 3) Crystal Room - ห้องคริสตัลสำหรับลูกค้าจำนวน 4-5 ท่าน ห้องนี้จะจองได้ก็ต่อเมื่อมีการทานขั้นต่ำ 20,000 บาทสำหรับมื้อเที่ยง แล้วก็ 30,000 บาทสำหรับมื้อเย็นนะครับ 4) Mahanakorn Room - ห้องนี้พิเศษสุดๆตรงที่ด้านข้างห้องนั้นจะเป็นวิวของตึกมหานคร ที่ระหว่างทานนั้นจะสามารถชมวิวที่ตั้งตระหง่านอย่างได้อย่างชัดเจนและสวยงาม ห้องนี้รองรับลูกค้าได้ถึง 6 ท่าน และจะทานได้ก็ต่อเมื่อมีการทานขั้นต่ำ 30,000 บาทสำหรับมื้อเที่ยง แล้วก็ 45,000 บาทสำหรับมื้อเย็นครับ การบริการของพนักงานต้องบอกว่าสมบูรณ์แบบครับ พนักงานทุกคนคงได้รับการอบรมเรื่องมารยาทมาอย่างดีมากๆ เพราะทุกขั้นตอนระหว่างการทานนั้นออกมาเพอร์เฟคมากจริงๆครับ การเก็บจานพร้อมกับช้อนส้อมหรือมีดแต่ละคันสำหรับแต่ละคอร์สที่เสิร์ฟมานั้นเป๊ะมากๆครับ การรินไวน์หรือการเสิร์ฟน้ำก็เป็นการบริการที่ถูกต้องตามร้านอาหารที่ฝรั่งเศสเป๊ะๆเลยครับ นอกจากพนักงานจะบริการดีแล้วก็ยังมีอารมณ์ขัน ชวนคุย ทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารนั้นไม่เงียบเหงาเลยครับ [รสชาติอาหาร/ความคุ้มค่า] อาหารฝรั่งเศสของทางร้านมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบมากครับ ไม่ว่าจะเป็น Set Lunch สำหรับการมาทานมื้อกลางวัน หรือจะเป็น A La Carte เมนู แต่วันนี้ทางวงในมีโอกาสได้มาลองชิม Tasting Menu ของทางร้าน ซึ่งมีทั้งแบบ 5 Courses แล้วก็ 7 Courses พร้อมกับกับ Wine Paring ต้องบอกเลยว่าค่อนข้างประทับใจในเมนูที่ทานวันนี้ครับ แม้ว่าบางเมนูอาจจะเข้าไม่ถึงอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วรู้สึกได้ถึงความยอดเยี่ยมของวัตถุดิบแล้วก็ไม่แปลกใจครับว่าทำไมร้านนี้ถึงได้ครอบครองมิชลินสตาร์ถึงสามดวงด้วยกัน House-made Breads - เมนูแรกที่ได้ชิมกันเป็นขนมปังโฮมเมดของทางร้านเองครับ ทางร้านจัดมาให้ถึง 6 แบบ 6 สไตล์ด้วยกัน มาทั้งแบบนิ่ม แบบกรอบ แบบแบกเกต หรือจะรสเบคอน รสหมึกดำ รสชีสก็มาให้ลองทานกันแบบเต็มๆ ผมลองทานดูแล้วรสชาติอร่อยทุกแบบเลยจริงๆ - ทางร้านเสิร์ฟมาเป็นตะกร้าให้ได้ลองทาน ตะกร้านึงสามารถทานได้ถึงสามคน แต่จากเท่าที่ผมเดินสำรวจดูแล้ว ก็เห็นทานกันเรียบร้อยดี แต่มีอยู่สองคนนั่นก็คือนุช (User: Nuch Leerasantana) และกิ๊ง (User: Ging) ไม่รู้เป็นไร หน้าตาดูอิ่มเอิบจากการกินมาก พอได้เหลือบไปมองที่ตะกร้าขนมปังแล้วก็พบว่า ขนมปังทั้งหมดมันได้วาร์ปหายไปในท้องทั้งสองคนหมดแล้วนั่นเอง (ของคนอื่นนี่เหลือกันเต็ม พนักงานต้องมาเก็บ) ผมเชื่อว่ากิ๊งและนุชซึ่งเป็นสายแข็งทั้งคู่ไม่มีใครกินแค่ของตัวเองแน่นอน โดยเฉพาะพี่ดุษ (User: Dusanee) ที่นั่งข้างนุชดูเหมือนไม่ค่อยจะอิ่มสักเท่าไร ผมไม่ได้ถามหรอกนะครับ แต่เข้าใจว่า พี่ดุษน่าจะโดนนุชแย่งไปกินหมดอย่างแน่นอน ฮ่าๆ (จริงๆแล้วแอบลืมดูว่าคนข้างๆกิ๊งนั้นก็ดูไม่อิ่มด้วยเหมือนกันหรือเปล่า แต่ก็คิดว่าใช่ 555) ว่าแต่ทำไมคนตัวเล็กๆถึงกินกันเก่งจัง ป้าประจำบอร์ดเราวันนี้ถึงจะไม่มา แต่มั่นใจมากว่าถ้ามาขนมปังของคนข้างๆก็น่าจะถูกเบียดเบียนด้วยเช่นกันแน่ๆ หึหึ Pour Commencer - เมนูนี้เป็นสตาร์ทเตอร์เมนูแรกที่ทางร้านเสิร์ฟมาให้ทานครับ เป็นกระหล่ำปลีสีเขียวที่เรียกว่า Green Kale Veloute ที่นำไปบดละเอียดเสิร์ฟซ้อนมากับเจลลี่มะเขือเทศรสเผ็ดนิดๆ เมนูนี้เสิร์ฟมาในถ้วยกระจุ๋มกระจิ๋มน่ารัก พร้อมถาดรองที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่ามันคือเมนู "ผัก" นะ ผมเองซึ่งเป็นพลพรรค์รักษ์โลกอยู่แล้ว (วงการนี้มีคุณป้าอายุมากคานทอง นำทีม) ทานไปคำแรกแล้วต้องบอกเลยครับว่าพอ รสชาติมันผักมากกกกกกกกกกกกก จนต้องยกให้ แอม (User: Ampza) กินต่อ รายนี้คือกินไรได้หมดทุกอย่าง กินไม่เลือก กินไม่เหลือ ฮ่าๆ หลังจากที่ตัวเองกินไม่ได้ไปแล้ว ผมก็พยายามไปดูปฏิกิริยาคนอื่นว่ามีใครกินไม่ได้อีกบ้าง หันไปดูหมีน้อยตัวใหญ่ๆข้างๆ (User: xxhugebear เซ็นเซอร์ให้นิดก็ได้) กินเข้าไปคำแรก หน้าเหมือนกินฉี่เข้าไป เพราะดูปวดแสบปวดร้อนกับมันมาก (แต่เก็บอาการไว้) แล้วพูดออกมาแบบสวยๆ(?) ว่า "เพราะหนูไม่กินผักค่ะ" โอเคครับบบบบบบบบบบบบบบ หึหึ Le King Krab - เมนูนี้เป็นเนื้อปู king crab ที่สดหวานอร่อยมากๆ แรพมาด้วยอะโวคาโดโรลและรองพื้นด้านล่างมาด้วยเจลลี่เกรปฟรุ๊ทครับ เมนูนี้ฟินมากครับแม้จะเป็น portion เล็กๆแต่บอกเลยว่าไม่ว่าจะเป็นอะโวคาโดกับเนื้อปูที่ทานคู่กันแล้วเข้ากันดียิ่งกว่าลิปตา ทานคู่กับเจลลี่ยิ่งอร่อยหนักเข้าไปใหญ่เลยครับ เมนูนี้มีรางวัล "2012 Sylvaner Rosenberg, Vieilles Vignes, Domaine Barmes-Buecher" การันตีความอร่อยด้วยครับ - ผมทานเสร็จรู้สึกว่ามันยังไม่พอ เดินไปหาคนอื่นกะชวนคุย แต่พลพรรคที่อยู่ใกล้หรือไกล ไม่ว่าจะเป็น น้ำพันช์(ชื่อหวานไปมาก?) (User: Nampunz) พี่แกรนด์ (User: Grandto) ทุกคนต่างหวงจานมากกกกกกกกกกกกก แบบจับไว้แน่นอย่างกับเป็นโฉนดที่ดินที่เพิ่งได้มาเป็นมรดก เดินไปไกลหน่อยไปหาที่นุช รายนี้ก็หมดแล้วอีกตามเคย สุดท้ายก็ได้แต่นั่งมองตาปริบๆ ขโมยขนมปังคนข้างๆมากินแทน ฮ่าๆ La Cerise - หลังจากทานไปสองคอร์ส คอร์สที่สามเป็นซุปก็เสิร์ฟมาครับ เมนูนี้เป็นซุปเชอรี่แกสพาโช่ ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับ Ricotta ชีส ตรงกลาง แล้วก็พิทาซิโอ้ ไว้ให้ทานคู่กัน ซุปนี้รสชาติก็ยังคงเน้นผักนำเช่นเคย ผมทานแล้วรสชาติคล้ายกับกินส้มตำ ฮ่าๆ (ความเป็นผู้ดี ไม่มีกันเลยทีเดียว) สำหรับผมที่เน้นเนื้อ เจอจานผักแบบนี้เข้าไปสุดท้ายก็ต้องกลับไปกินขนมปังต่อ ฮ่าๆ La Caille - เมนูนี้เป็นเมนคอร์สแล้วครับ เป็นน่องนกกระทาย่างพร้อมกับเนื้ออีกชิ้นที่ยัดไส้มาด้วยฟัวกรา เสิร์ฟมาพร้อมกับ potato puree แล้วก็สลัดสมุนไพร เมนูนี้ฟินมากครับ เนื้อนกกระทานั้นนุ่มอร่อย ยิ่งส่วนที่ยัดไส้ฟัวกรานั้นยิ่งนุ่มอร่อย ละลายในปากเลยครับ ตัว potato puree หรือแมชโพเทโท้เนี่ยก็นวลเนียนอร่อยมากจนหมีน้อย (คนเก่า) ต้องขอเชฟเพิ่มมาทานกันเลยทีเดียว เชฟก็แรงมาก ไม่รู้เป็นเพราะเห็นหมีน้อยตัวใหญ่หุ่นเหมือนอุ้มลูกมาแล้ว 5 เดือนไม่อิ่มหรือไงก็ไม่รู้ ทิ้งไว้ให้ทั้งถาดเลย ประเด็นคือหมด เชฟคงเซง ต้องไปทำมาใหม่สำหรับคนอื่น บอกแล้วเรื่องกินเรื่องใหญ่สำหรับพวกเรา ฮ่าๆ Fleur Caramel - เมนูนี้เป็นของหวานปิดท้ายที่ไอเดียบรรเจิดมากครับ เป็นคาราเมล lightness ที่อร่อยมากกกกกกกกกก ในคาราเมลก็มีท็อปปิ้งเป็นช็อกโกแลตชุบทอง พร้อมกับผลไม้อีกมากมาย ทางร้านเสิร์ฟมาพร้อมกับจานรองที่เป็นรูปมือที่สวยงามมากมาย ที่สำคัญมันยังอร่อยมากอีกด้วยครับ รสชาติของคาราเมลหวานเข้มข้นสะใจสุดๆครับ ปกติแล้วราคา Tasting Menu สำหรับ 5 courses นั้นราคาอยู่ที่ 5,000++ บาท ส่วนแบบ 7 courses นั้นจะอยู่ที่ 7,500++ บาทครับ เราสามารถเลือกเมนูที่อยากทานได้เองเลยจากเมนูของทางร้านครับ ถ้าเพิ่ม wine pairing เข้ามาด้วยก็จ่ายเพิ่มอีกประมาณ 3,000-4,000 บาทครับ วันนี้ผมได้ลองทั้งไวน์ขาวและไวน์แดงของทางร้านเลยครับ คุณภาพดีเลยครับ หลังจากทานเสร็จทางวงในก็มีกิจกรรมให้จับฉลากแลกของขวัญกัน วันนี้ผมจับได้ของตั้ม (User: GobGap H.) ต้องขอบคุณมากๆเลยครับ รวมถึงขอบคุณนุชด้วยที่หลอกให้ไปจับฉลากเป็นคนแรก เดินกลับมาจากห้องน้ำก็ได้ยินเสียงนุชนี่แหละดีสุดๆบอกว่ามีคนเรียก ที่ไหนได้ โดนหลอกให้ไปจับฉลากคนแรก หึหึ แถมยังไม่จบสุดท้ายยังเรียกให้เป็นตัวแทนกล่าวอวยพรเวปอีก (หล่อเลย บอกเลย อิอิ) ยังไงก็ขอบอกตรงนี้อีกรอบนะครับว่า ขอบคุณวงในมากๆสำหรับเวปไซต์ดีๆที่ทำให้ผมได้มารู้จักกับทุกคน ได้ลองทานร้านอาหารอร่อยๆ ยังไงก้าวสู่ปีที่ 6 ก็ขอให้มียูสเซอร์เพิ่มขึ้นเยอะๆ รีวิวเยอะๆ สัญญาว่าจะรีวิวต่อไปเรื่อยๆแน่นอนครับ หลังจากจับฉลากกันเสร็จทางวงในก็มีเค้กมาให้เป่ากันเนื่องในโอกาสครบรอบ 5 ปี ตั้งแต่เค้กออกมาผมมองเห็นสายตาของคนนึงที่เรียกได้ว่าจ้องเค้กตาเป็นมันไม่หยุดเลยครับ และคนนั้นก็ไม่ใช่ใครนุชเจ้าเก่านั้นเอง ผมได้ถามน้องว่าเสร็จแล้วกลับเลยไหม น้องก็บอกเดี่ยวถ่ายรูปแปปนึงแล้วกลับค่าาาา ผมก็โอเคช่วยน้องถ่ายๆไป ก็แปลกใจว่าทำไมถ่ายแต่มุมเค้กก็ไม่รู้ เดินไปเดินมาหันมาดูอีกที พนักงานในร้านหั่นเค้กให้แล้วก็ไม่ใช่ไรหรอก นุชคนเดิมนั่งยืนกินเค้กอยู่โดยมีพี่ต่ายที่เป็นขากินเข้ามาแจมด้วยกันอยู่สองคน หึหึ นุชไหนบอกกลับเลย? เห็นเค้กแล้วคือ? รู้ทันนะ ใครอยากรู้ว่านุชกินท่าไหน เลื่อนลงมาดูรูปได้ครับ 5555 เก็บตก - ก่อนกลับบ้านทุกคนก็มาถ่ายรูปกับป้ายวงในพร้อมกับบรรยากาศหรูๆกันในแก๊งนี่ก็ถ่ายกันอย่างเมามันส์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำพันช์ แอม พี่แกรนด์ พี่จอย คุณดาว ถ่ายกันจนป้ายวงในเกือบล้ม แถมยังทำป้ายเค้าขาดกลางอีก พลังช้างสารกันทุกคน ดูจากหุ่นก็พอเดากันได้ 5555 ยังไงคราวหน้ามาเล่นกันใหม่นะ อิอิ

อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
อื่นๆ
ตัวกรอง
รีวิวที่พูดถึง
เรียงตาม
ยอดนิยม
photo
Art Thanyathorn
8.6k3.4k70.8k
ยืนยันตัวตนแล้ว
1 พ.ค. 2019
ดูแล้ว 4,276
Quality Review
ร้านอาหารฝรั่งเศส บรรยากาศดี
ราคาต่อหัว: มากกว่า 1,000 บาทเมนูเด็ด: La Betterave, Le Foie Gras, ขนมปังต่างๆ, La Caille, Fleur Caramel, Joselito Gran Reserva’ ham with toasted bread and tomato, L’Amuse Bouche, Le Fromage Frais

L’Aterlier de Joel Robuchon อยู่บนชั้น5 อาคารมหานครคิ้วบ์ เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสชื่อดังที่ครองสาขาดาวมิชลินมากมาย รายการอาหารเริ่มจาก L’Amuse Bouche และ ขนมปังต่างๆ แล้วตามด้วยคอร์สต่างๆอีกมากมาย เช่น - Joselito Gran Reserva’ ham with toasted bread and tomato ซึ่งเป็นขนมปังกับแฮม - Le Fromage Frais ซึ่งซุปกลมกล่อมมากๆ -La Betterave ที่พรีเซนต์มาสวยงามแบบงานศิลปะบนผืนผ้า - Le Cabillaud ปลาเน...อ่านต่อ

photo
Ging◡̈
21.5k2.3k33.5k
ยืนยันตัวตนแล้ว
14 ก.ย. 2015
ดูแล้ว 1,917
EDITOR'S CHOICE
วันสุดพิเศษของคนธรรมดาที่สัมผัสเทคนิคล้ำสุดพิเศษ รสชาติadvance ระดับเชฟมิชลิน
ราคาต่อหัว: มากกว่า 1,000 บาทเมนูเด็ด: ขนมปังต่างๆ, La Caille, Fleur Caramel

เมื่อเดือนที่ผ่านมาทางวงในได้จัด party ให้กับเพื่อนๆ elite ได้ร่วมฉลองกัน โดยรอบนี้พิเศษสุดๆๆ กับการปิดร้านระดับมิชลินที่ได้ดาวมากที่สุดในโลก ทำให้เราและพี่ๆเพื่อนๆ elite ได้รับประสบการณ์ระดับ Hi-end ที่ไม่ใช่จะหาโอกาสแบบนี้ได้บ่อยนัก จึงต้องขอขอบคุณทีมงาน wongnai.com ทุกคนสำหรับความประทับใจครั้งนี้มา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ สำหรับร้าน L'Atelier de joel robuchon ฟังแค่ชื่อก็...อ่านกันไม่ออกละ55 เย้ย!...อ่านต่อ

photo
🍭 Lukekward 🍬
14.8k5.5k72.6k
ยืนยันตัวตนแล้ว
23 ก.ค. 2018
ดูแล้ว 1,786
Quality Review
ดีงามทุกอย่างตั้งแต่ขนมปังจนถึงของหวาน
ราคาต่อหัว: มากกว่า 1,000 บาทเมนูเด็ด: Complimentary Bread, LE CITRON, MASHED POTATO, ครัวซองต์กับบริออชดีหมึก, MADELEINE

มีโอกาสดีมากๆได้ชวนคุณพ่อมาทานร้านที่เคยเล็งไว้นานแล้วร้านนึงอย่าง Atelier de Joel Robuchon ร้านอาหารฝรั่งเศสระดับมิชลินสตาร์ ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 5 ของอาคารมหานครคิวบ์ในย่านสาทรค่ะ สำหรับผู้ที่สนใจมาทานแล้วกังวลเรื่องราคาอยู่ อยากแนะนำ lunch set ที่ราคาจะเบาลงมากว่า a la carte, dinner และ testing menu โดยราคาจะเริ่มที่ 1450++ ไม่รวมเครื่องดื่มค่ะ เมนู lunch set จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆในแต่ละฤดู และ...อ่านต่อ

photo
Pasta
1.6k97110.1k
ยืนยันตัวตนแล้ว
19 ก.ย. 2018
ดูแล้ว 908
Quality Review
BK Restaurant Week 2018 กับอาหารฝรั่งเศสที่รังสรรค์ด้วยความประณีต พิถีพิถันทั้งรสชาติ คุณภาพ ในบรรยากาศร้านสไตล์โมเดิร์น
ราคาต่อหัว: มากกว่า 1,000 บาทเมนูเด็ด: ขนมปังต่างๆ, Risotto with Iberico Pork

ร้านอาหารฝรั่งเศสระดับมิชลิน 1 ดาวแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ชั้น 5 ตึก Mahanakorn Cube ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ตรง BTS ช่องนนทรีเลยค่ะ ร้านนี้เป็นของเชฟชื่อดัง Joel Robuchon ซึ่งเป็นเชฟที่ได้ดาวมิชลินมากที่สุดในโลกจากร้านอาหารต่างๆ ของเชฟทั่วโลก ส่วนบรรยากาศร้านออกแนวโมเดิร์น โดยเน้นโทนสีแดงและดำเป็นหลัก โต๊ะที่นั่ง standard ของร้านจะเป็น Counter Bar ให้ลูกค้าเห็นครัวเปิดและการรังสรรค์อาหารของเชฟและผู้ช...อ่านต่อ

photo
PunPun 🐥
2.8k2.4k42.9k
ยืนยันตัวตนแล้ว
1 พ.ค. 2019
ดูแล้ว 3,727
Quality Review
มื้ออาหารฝรั่งเศสสุดฟินจากร้านมิชลิน1ดาว
ราคาต่อหัว: มากกว่า 1,000 บาทเมนูเด็ด: Complimentary Bread, Fleur Caramel, Joselito Gran Reserva’ ham with toasted bread and tomato, Le Porc, Le Chocolat Tendance

ห้องอาหาร L’Aterlier de Joel Robuchon เป็นห้องอาหารฝรั่งเศสระดับมิชลิน 1 ดาว ที่มีสาขาหลายๆแห่งทั่วโลกเลยค่ะ สำหรับที่สาขากรุงเทพฯจะอยู่ที่ชั้น 5 ตึก Mahanakorn Cube ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ มีที่จอดรถบริการ หรือถ้าจะมาทางรถไฟฟ้า BTS ก็สะดวกค่ะ ลงสถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี เดินอีกนิดเดียวก็ถึงตึกเลย ทางร้านจะเปิดบริการเป็นรอบๆค่ะ คือ lunch และ dinner เราไปถึงก่อนร้านเปิดช่วงเย็นเลยเดินเล่นอยู่ข้างล่า...อ่านต่อ


อ่านรีวิวร้านอื่นๆ ที่สมาชิกวงในแนะนำ

Shabu & Co.
Ad ·
Shabu & Co.
ชาบูพรีเมียมสไตล์ญี่ปุ่นย่านสาทร หม้อเดี่ยวสุดฟิน ซุปดี เนื้อเด็ด
4.4
15 รีวิว
฿฿฿฿
ARVIE Rama 3
Ad ·
ARVIERama 3
ลิ้มลองเมนูแบบไทย ๆ ที่ถูกตีความใหม่ให้เข้าถึงง่าย ในบรรยากาศสุดอบอุ่น
4.0
3 รีวิว
฿฿฿