เริ่มต้นที่เราจองรถไฟผ่านเวปไซต์ www.busonlineticket.co.th (จริงๆ ถ้าใครอยู่ใกล้สถานีรถไฟแนะนำให้จองผ่านการรถไฟก็ได้ค่ะ แต่พอดีเราไม่สะดวกเลยเลือกใช้บริการเวปนี้ ซึ่งก็ใช้ง่าย แต่ตั๋วก็จะมีราคาเดียวที่ 990 บาทนะคะ บวกค่าบริการอีกนิดหน่อย รวมจ่ายค่าตั๋วอยู่ที่ 1180 บาท ) จองรถไฟกรุงเทพ - ปาดังเบซาร์ ขบวนที่ 45 นะคะ
รถไฟจะออกเวลา 15.10 น. ณ สถานีรถไฟหัวลำโพง สัก 14.30 น. เราก็ไปเจอกับเพื่อนอีกคนที่นัดกันไว้ เตรียมตัวไปหาที่นั่งที่จองไว้ ของเรา ได้เตียงล่าง แต่ของเพื่อนเราได้เตียงบน (เพราะจองช้ากว่าเกือบสัปดาห์ ปล. ใครจะเดินทางช่วงหยุดยาว จองล่วงหน้าหน่อยนะคะ เพราะว่าตั๋วจะเต็มเร็วมาก
15.10 น. ได้เวลาปู๊นๆ รถไกออกแล้วจ้า ไม่เลทนะ แต่เค้าก็ค่อยๆ ไป เราก็นั่งเพลินๆ ไปเรื่อยๆ ได้ชมวิวกรุงเทพ ในมุมที่เราไม่ค่อยได้เห็น ผ่านสถานีบางซื่อ ลงไปทางนครปฐม ราชบุรีไปเรื่อยๆ ของมาขายตลอด ของหวาน ของคาว ของฝาก ที่ถูกใจ ก็คือ ก๋วยเตี๋ยวผัดราชบุรี 55555 ห่อละ 10 บาท (แอบไม่ถูกใจตรงเค้าใช้โฟมนี่แหละ) แต่ก็แอบสงสัยว่าเค้าได้กำไรมั้ยอ่ะ จัดมา 4 กล่องโลด
เหมือนจะเมื่อย แต่ก็เมื่อยจริงๆ แหละ กินอิ่ม หนังตาก็หย่อน 5555 เอนหลังสักหน่อย ตื่นมาอีกทีช่วงโพล้เพล้ วิวสวยดี ระหว่างนี้ ใครพกหนังสือมา ให้หยิบหนังสือมาอ่าน ใครโหลดหนังมา ให้หยิบขึ้นมาดู ใครมี netflix ก็ให้เปิดดูยาวไปเลยนะคะ เพราะเป็นเส้นทางที่ค่อนข้างยาวไกล
สักประมาณ 19.00 น. ก็จะมีเจ้าหน้าที่เค้าเริ่มมาปูที่นอนให้เราและ เราก็จะต้องลี้ภัย หอบผ้า หอบผ่อน ไปยืนรอให้เค้าปูให้เสร็จก่อน แล้วถึงจะเข้าฮาเร็มของเราได้ 5555
หลังจากเจ้าหน้าที่ปูเสร็จแล้ว เราก็สามารถเข้าห้องนอนแสนสบายของเราได้ (จุดนี้ง่วงมาก ไม่ได้ถ่ายรูปที่นอนมาด้วย ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ค่ะ)
ถามว่านอนสบายมั้ย โอเคเลยนะคะ แต่เราก็ตื่นทุกชั่วโมง ด้วยความไม่คุ้นที่อ่ะเนอะ ตื่นทั้ง สถานีชุมพร สถานีสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช จนถึงประมาณ ตี 5.30 น.เราก็มาตื่นอยู่แถวๆ พัทลุง กับวิวเขาและพระอาทิตย์ขึ้นสวยๆ โห ฟิน
ชื่นชมวิวสวยไปสักระยะ ก็เริ่มเข้าสู่เมืองสงขลา สถานีหาดใหญ่ ที่ต้องซื้อก็คงจะไม่พ้น ไก่ทอดหาดใหญ่ ที่แม่ค้าหอบขึ้นมาขายให้ (ก็คนขี้เกียจอะเนอะ เราจะไม่เสี่ยงลงไปเด็ดขาด เดี๋ยวกลับขึ้นมาไม่ทัน) สถานีนี้จอดนานเลยค่ะ เพราะต้องถอดตู้อื่นที่เค้าจอดแค่หาดใหญ่ แต่เราต้องไปต่อที่ปาดังเบซาร์ไง
ไกทอดหาดใหญ่ยามเช้า รสชาติเข้มข้น เค็มๆ มันๆ ข้าวเหนียวร้อนๆ กับวิวยามเช้าดีๆ โห ฟินระลอก 2 ไปเลย
ถัดจากสถานีหาดใหญ่ ก็จะเป็นสถานีคลองแงะ ควรเริ่มเก็บข้าวของเตรียมออกเดินทางได้แล้วนะคะ เพราะสถานีถัดไปก็จะเป็นปาดังเบซาร์แล้ว แต่มันจะถึงปาดังเบซาร์ ฝั่งไทยก่อน ให้นั่งอยู่ก่อน อย่าพึ่งลงนะคะ ให้ไปลงปาดังเบซาร์ฝั่งมาเลเซีย สาะแนะนำให้ปรับเวลาล่วงหน้าไป 1 ชม. ตามเวลามาเลเซียได้เลยค่ะ
เมื่อถึงแล้ว ให้เดินเข้าตม.ไทย เพื่อปั้มออก และไปเข้าตม. มาเลเซีย เพื่อปั้มขาเข้ามาเลนะคะ เสร็จแล้ว ออกจาก ตม. เดินขึ้นชั้น 2 เพื่อไปซื้อตั๋วรถไฟไปบัตเตอร์เวิตธ์ ใครงง สอบถามคนแถวนั้นได้ค่ะ ส่วนใหญ่พูดไทยได้ 55555 (ขั้นตอนนี้จะงงๆ หน่อยแหละ) ราคาตั๋วไปบัตเตอร์เวิตธ์จะอยู่ที่ RM11.40 เที่ยว 10.25 (เวลามาเลเซีย)
เวลามันจะพอดีกันมากเลยนะคะ พยายามอย่าออกนอนลู่นอกทางก่อนช่วงนี้ ยิ่งถ้าคนเยอะ ให้พยายามทำทุกขั้นตอนให้เสร็จก่อน แล้วค่อยลั้นลานะคะ เพราะเดี๋ยวจะตกรถไฟ เพราะรตไฟมาเล ไม่รอนะคะ ถึงเวลาคือออกเลย แต่จริงๆ เค้าก็มีหลายเที่ยวอยู่นะคะ จากปาดังเบซาร์ไปบัตเตอร์เวิตธ์ (ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าระยะเวลาแต่ละขบวนห่างกันเท่าไร แต่ไปตาม route นี้ น่าจะดีสุดค่ะ )
หลังจากที่เรานั่งรถไฟมาสักระยะแล้ว เราก็จะมาสุดสายที่บัตเตอร์เวิตธ์ ตรงนี้ ใครอยากชิว ชิวได้ค่ะ แต่ไม่มีอะไรให้ชิว ให้เด้นออกจากสถานีรถไฟบัตเตอร์เวิตธ์ เดินตามป้าย ferry มาเรื่อยๆ นะคะ เราจะผ่านห้าง Penang Sentral เดินเล่นก่อนได้ค่ะ ถ้าใครไม่รีบ หรือไม่ได้อยากอาบน้ำเหมือนเรา 5555 จนมาถึงท่าเรือ ให้ซื้อตั๋วเรือ ราคา RM1.2 ราคาถูกอะดิ ซื้อแค่ขาไปนะคะ ขากลับฟรี
เมื่อลงเรือแล้ว ให้เดินไปตามทาง ออกนอกท่าเรือ Ferry ไปที่ป้ายรถเมล์ ให้ดูสัญลักษณ์ หาทางขึ้นรถสาย CAT เพื่อเข้าเมืองไปที่ ตึก Komtar (Komtar เป็นห้าง และเป็น Hub ของรถเมล์ส่วนใหญ่ค่ะ) รถเมล์สาย CAT จะวิ่งรอบเมือง ใครพอมีเวลา สามารถศึกษาเส้นทางเดินรหได้นะคะ เผื่ออยากจะลองนั่งรถเมล์เที่ยวดู
พอเรามาที่Komtar แล้ว เราก็เลือกเดินมาที่โรงแรมที่พักของเรา คือ Link Hotel
ห้องพักใกล้ ตึก Komtar ประมาณ 1 กม. เราคุยกับเพื่อนว่า ทริปนี้เราก็คงเน้นเดินกันเป็นหลักนะคะ เพราะอยากชมเมืองด้วย ใก็เลยเลือกที่จะเดินมา
เมื่อเข้าโรงแรมแล้ว อาบน้ำอาบท่า เอนหลัง พักผ่อนให้หายเหนื่อยจากการเดินทาง ก็เริ่มหิวอาหารเที่ยงแล้วค่ะ
ที่โรงแรมเค้าก็จะมีเป็นโบชัวร์แผนที่เมือง อาหารเด็ด ก็เลยเลือกหยิบมา แล้วจิ้มๆ เลยว่าอยากกินไร ถมาเจอเมื่อไรก็เข้าร้านนั้นเลย ระหว่างการเดินไป Street Art เราก็ต้องผ่านร้านอาหารที่มี Oyster Fried เลี้ยวเลยจ้า ก็คือร้าน
กินครบ จบที่เดียว ของคาวและของหวาน ระหว่างทางเดินไป street art ก็แวะเลย เดินตาม gps วนไปก็วนมา 55555 เมื่ออิ่มท้อง เราก็เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง ตาม gps ไป เพื่อหา street art แล้วเราก็พบกระจุกกลุ่มคน อยู่ประปราย ตอนแรกงง ว่าเอ๊ะ เค้าทำอะไรกัน มารู้ทีหลัง ว่า อ๋อ Pokemon Go 555
ระหว่างเดินตามหารูปต่างๆ เราก็เปิดวงในไปด้วยสิค้าบ หาของกินไปเจอกับร้านกาแฟ น่านั่ง คือร้าน Space bar coffee เอาจริงนะ เดินตามมาเพราะบราวนี่ชุ่มฉ่ำเลยนะ พอเราไปถึง บราวนี่ชิ้นสุดท้ายเป็นของเรา โหยยยยย เกือบไปแล้ว
เมื่อเดินจนหนำใจ พลบค่ำ เลยหาของกิน เราก็เดินเรื่อยไปจนถึงริมทะเลนู้นแนะ ไปเจอกับ Gorge Town Festival พอดีเลย เลยเดินดูสักพัก น่าสนใจดีค่ะ เค้าทำเป็นการแสดงต่างๆ ทั้งจากต่างประเทศ และจากคนท้องถิ่น
เหนื่อยละ หาของกินแล้วกลับห้องนอน กันดีกว่า พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไป Penang Hill กันจ้า
เล็งไว้แล้วว่าจะไป Penang Hill หรือ Bukit Bendera (bukit เป็นภาษามาเลเซีย แปลว่าภูเขาค่ะ ) อยากไปดูพระอาทิตย์ขึ้นจังเลยคุยกันว่าตื่นเช้าหน่อย แล้วเราเรียก grab ไปกัน ที่นู้น grab ค่อนข้างโอเคเลยค่ะ เป็นอีกทางเลือกนึง เพราะว่า ถ่าขึ้นรถเมล์ สาย 204 จาก komtar ราคา RM4ต้องใช้เวลากว่า 1 ชม. เพราะนางจอดทุกป้ายเลยจ้า 555 เลยเลือก grab ที่ราคา 2 คย RM12 ดีกว่า เพิ่มอีกนิด ลดเวลาไปได้เยอะ เมื่อมาถึงจุดซื้อตั๋ว ให้ไปต่อคิวซื้อตั๋ว พอดีเราไปวันธรรมดา จะไม่มีคนเลยค่ะ ก็เลยชิวๆ สบายๆ เราเลือกซื้อแบบ R/T (Round Trip : ไปกลับ ) ราคา RM30 แล้วไปรอ รตรางขึ้นเขา เค้าน่าจะมีรอบทุกๆ 30 นาทีนะคะ
ทริคการนั่งรถรางขึ้น Penang Hill นะคะ (ถ้าคนน้อย น่าจะพอเลือกได้ แต่ถ้าคนเยอะก็ไม่เป็นไรนะคะ ข้างบนก็สวยดี)
-ขาไป ให้นั่งตู้บนสุด (หรือเลือกยืนใกล้กระจกก็ได้ จะเห็นวิวชัดสุด)
-ขากลับ นั่งตู้ล่างสุด วิวดีสุด
- ใครไม่ชอบหวาดเสียวให้นั่งกลางๆ นะคะ
และข้อแนะนำอีก 1 อย่างคือ เชคสภาพอากาศก่อนไปด้วย เราเสียใจ นอกจากจะไปไม่ทันพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ฝนยังตกอีกด่วย แง เสียใจ แต่ถ้าถามว่า ฝนตก ก็โอเคนะคะ อากาศไม่ร้อน แถมมีหมอกให้ดูด้วย เย็นๆ
หลังจากที่ตัวเปียกหัวเปียกพากันเป็นลูกหมาตกน้ำ เราก็คิดได้ว่าหิวแล้ว เลยลงจาก Penang Hill เรียก grab กลับไปแถวโรงแรมเพื่อไปหาของกิน อาหารเช้าของปีนังก็ต้องติ่มซำสินะ เลยหาแถวโรงแรมมีมั้ย ก็เจออยู่หลังโรงแรมเลยจ้า
อาหารมีให้เลือกเยอะมาก แต่ราคาก็แรงค่ะ เพราะ 2 คนก็จัดไป RM61 มีทั้งติ่มซำ ของทอด ทาร์ตไข่ ซุปต่างๆ
หลังจากกินเสร็จก็กลับโรงแรมเพื่อเตรียม check out ออก และเดินไปที่ komtar เพื่อรอรถสาย CAT ฟรี กลับไปที่ท่าเรือ Ferry อยากจะบอกว่า พอไปถึงที่ komtar แล้ว ให้หาป้ายที่เป็นผังจุดจอดรถและไปรอที่รถสาย CAT ผ่านนะคะ ให้ขึ้นสาย CAT เท่านั้น!!!! อย่าขึ้นที่เป็น CT5-6-7 หรืออื่นๆ นะ ไม่งั้นไม่ถึง ท่าเรือ Ferry นะ เดี๋ยวจะต้องวิ่งยาวเหมือนเรา
เมือถึงท่าเรือแล้ว ก็ให้เดินย้อนตอนขามา นั่นแหละค่ะ ผ่านห้าง Penang Sentral เดินน้อนกลับไปรอขึ้นเรือ เราขึ้นเรือรอบ 12.00 เพื่อให้ทันรถไฟไปปาดังเบซาร์รอบ 12.25 วิ่งเลยดิเอ๋ 5555 เรือจ่อท่า เราก็จ่อวิ่ง เพราะต้องไปซื้อตั๋วอีก ราคาเดิมเลยนะคะ RM11.40 ขาวิ่งลงมาที่ชานชาลา คนค่อนข้างเยอะ sorry ไปตลอดทาง จนจะเป็นนักร้องเกาหลีชื่อดังอยู่แล้ว 555 ขึ้นรถได้ ก็สบายใจ หลับเลยจ้า เพราะเพลียจากตอนเช้า
พอมาถึงที่สถานีปาดังเบซาร์ ให้เดินมาซื้อตั๋วรถไฟขากลับเลยค่ะ รอบกลับนี้เรามาลงที่หาดใหญ่ เพราะจะเที่ยวหาดใหญ่ต่อ ตั๋วจาก ปาดังเบซาร์-หาดใหญ่ ราคา 50 บาทเท่านั้น
เมื่อซื้อตั๋วแล้ว ให้นั่งรอแบบสบายใจๆ เลยค่ะ เพราะตม.ยังไม่เปิด เค้าไปพักกันอยู่ 55 เจ้าหน้าที่จะบอกว่า รอรถไฟมาก่อน แล้วถึงจะเปิด แต่ยังไงก็ต้องปั้มนะคะ เป็นปั้มขาออกจากมาเล และขาเข้าไทย
ระหว่างรอ อยากเดินชมวิว ก็เดินได้นะคะ แต่ต้องกลับมาให้ทันเวลารถไฟออก ซึ่งก็คือ 15.40 น. (เวลาไทย) และสามารถปรับเวลากลับมาเป็นเวลาไทยได้แล้วนะคะ เดี๋ยวจะงงไปหมด
เมื่อรถไฟมา ตม.เปิด เราก็จะไปปั้มขาออกจากมาเลก่อน แล้วค่อยมาปั้มเข้าไทย หลังจากนั้น ขึ้นไปจับจองที่นั่งบนรถไฟได้เลย
ปู๊นๆ รถไฟออกเลท เกือบ 16.00 น. แต่ถึงตรงเวลานะจ๊ะ ที่เวลา 17.35 น. ณ ชุมทางหาดใหญ่ จ้าาา
ส่งหัวใจและแชร์ทริปนี้เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าของบทความ













