ถึงเด่นชัยเราก็นั่งสองแถวจากสถานีรถไฟต่อเข้าไปในเมืองเพื่อไปรับรถมอเตอร์ไซต์ที่เช่าไว้จาก รถเช่าแพร่ บี ไบค์
เมื่อได้รถมาแล้วเป้าหมายหลักของเราคือ "อุทยานแห่งชาติขุนสถาน" แต่มาถึงแล้วจะขึ้นไปอุทยานเลยก็ดูรีบไป เลยอยากหาร้านกาแฟลับๆนั่งชิลก่อน แต่ร้านนี้คือลับจริงๆนะ เป็นร้านที่ไม่มีใครคิดว่าจะมีอยู่ในนี้แนะนำเปิดตาม GPS ไปเลยจ้า ร้านร่มรื่นมากสไตล์น่ารัก พนักงานอู้ภาษาเหนือคือน่ารักกกก ร้าน นาอิน คาเฟ่
ระหว่างทางขับรถไปยังอุทยานแห่งชาติขุนสถานก็มีจุดที่ให้แวะดูธรรมชาติระหว่างทางเยอะเช่นกัน ทั้งเขื่อนแม่สายชือแฮ วัดพระธาตุช่อแฮ หมู่บ้านชาวม้ง ฯลฯ กว่าจะถึงจุดหมายหลักก็ขับรถจากตัวเมืองไปประมาณ 100 กิโลเมตร เมื่อมาถึงอุทยานเราก็ติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อแจ้งชื่อในการเข้าพักเต็นท์ที่เราได้โทรมาจองไว้แล้ว
การใช้ชีวิตอยู่บนอุทยานเริ่มจากเมื่อมาถึงได้สักพักก็คือฝนตกหนักมากชนิดที่เต็นท์แทบปลิว 55555 พอฝนหยุดบรรยากาศข้างบนก็เริ่มมีหมอกบางๆให้เราได้เห็น ทริปนี้คาดหวังว่าตื่นเช้ามาจะเจอหมอกบางๆให้พอเหน็บหนาว แต่ไม่เลยจ้า ตื่นมาหมอกหนามากอยู่รอบตัวเราเต็มไปหมดด้วยอุณหภูมิเพียง 16 องศา แทบมองไม่เห็นทางเลย ถือว่าเกินความคาดหมายมาก
ถึงวันที่ต้องเดินทางกลับ เราก็เก็บของออกจากเต็นท์เตรียมขับมอเตอร์ไซต์ลงจากอุทยานเพื่อไปอีกฝั่งของอุทยานต่อ แต่ทางที่เราเลือกเหมือนเป็นเส้นทางลับที่ระหว่างทางแทบไม่มีรถสวนมาเลย สิ่งที่เห็นคือความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่ยังคงอยู่ มีถนนที่แอบลอยฟ้านิดๆที่ทำให้เรามองเห็นวิวทั้งหมดระหว่างทาง เราจบทริปนี้ที่ วัดนาคูหา ด้วยบรรยากาศต้นข้าวเขียวชะอุ่มก่อนกลับ
และการเดินทางกลับก็นั่งรถไฟชั้น 3 กลับเหมือนตอนมาบอกคำเดียวว่าไม่เอาแล้วจ้าาาาา 55555 😭
🍃สุดท้ายนี้เมืองเป็นแพร่เมืองเล็กๆที่ผู้คนเต็มไปด้วยรอยยิ้มและน้ำใจ ธรรมชาติที่ยังคงอยู่รอให้เราไปสัมผัสด้วยตัวเอง ถึงจะเป็นทริปที่เดินทางจนหมดแรง แต่ก็ถือว่าคุ้มเกินกว่าที่คิดไว้ แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้านะคะ 🍂💕
ส่งหัวใจและแชร์ทริปนี้เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าของบทความ


















