จุดเริ่มต้นของทริปเพื่อชมฟอสซิล คือที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา เราติดต่อกับเจ้าหน้าที่อุทยานมาก่อน และนัดให้มาขึ้นเรือที่นี่เวลา 7 โมงเช้า ทางอุทยานเตรียมเรือพร้อมเจ้าหน้าที่ 2 ท่านสำหรับนำชม
จุดชมฟอสซิลที่สะดวกจุดหนึ่งก็คือ เกาะปราสาทหินพันยอดในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ซึ่งจะพบฟอสซิลที่ชัดเจนมาก เรือออกจากท่าเทียบเรือของที่ทำการอุทยานมุ่งสู่เกาะเขาใหญ่ ในส่วนที่เป็นปราสาทหินพันยอด ระหว่างทางเรารับแสงแดดเช้า ไอทะเลอย่างเต็มอิ่ม
ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงเราก็มาถึงปราสาทหินพันยอด ทีมเราลงเรือใหญ่ไปเรือแคนนูเพราะทางเข้าปราสาทหินพันยอดค่อนข้างแคบ และน้ำตื้น
ด้านในปราสาทหินพันยอด จะมีหาดทรายเล็กๆ ณ จุดนี้ละครับ ที่มีซากฟอซซิลในกลุ่มแมงดาทะเลโบราณ เห็นชัดอยู่นะครับ เรียกว่า ไทรโลไบต์
เราใช้เวลากับจุดนี้ระยะหนึ่ง เพราะก็พึ่งเคยเห็นซากฟอซซิลชัดๆ แบบนี้ จากนั้นเจ้าหน้าที่อุทยานก็พาเราไปยังอ่าวโต๊ะบะ เป็นจุดต่อไป
รูปล่างคือฟอซซิลนอติลอยด์ที่เห็นชัดมากที่อ่าวโต๊ะบะ ฟอซซิลนอติลอยด์เป็นสัตว์จำพวกหอย กลุ่มดียวกับหมึก หมึกยักษ์ เกิดครั้งแรกมีความยาวเพียง 2 – 3 มิลลิเมตร เป็นสัตว์ที่มีโครงสร้างอย่างง่าย ลักษณะเปลือกมีทั้งแบบเป็นแท่งตรงคล้ายกรวย และแบบม้วนขดเกลียวเป็นวง อายุประมาณ 470 ล้านปี
จริงๆ ยังมีจุดอื่นอีกมากในพื้นที่อุทยาน แต่เรามีเวลาจำกัด เลยชมเฉพาะ 2 จุดนี้ แค่นี้ก็ตื่นตาตื่นใจสำหรับผู้ไม่เคยเห็นฟอซซิลจริงๆ ณ สถานที่จริงมาก่อน ถัดไปเรานั่งเรือกลับที่ทำการอุทยานเพื่อไปชมสะพานข้ามกาลเวลา
ณ จุดๆ หนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา จังหวัดสตูล มีพื้นที่ที่นับว่ามีความสำคัญด้านธรณีวิทยาของไทยระดับโลก รู้จักกันในชื่อ “สะพานข้ามกาลเวลา” หรือ “เขตข้ามกาลเวลา” โดยมีลักษณะเด่นเป็นหน้าผาริมทะเลที่สูงชัน ช่วงหนึ่งของหน้าผามีสีสันของชั้นหินที่แตกต่าง อันเกิดจากรอยเลื่อนของเปลือกโลกต่างยุคนั่นเอง
ที่เรียกว่าสะพานข้ามกาลเวลา ก็เพราะบริเวณนี้มีการพบรอยสัมผัสของหิน 2 ยุค คือ หินทรายสีแดงยุคแคมเบรียน (อายุประมาณ 541– 485 ล้านปี ) และ หินปูนยุคออร์โดวิเชียน (อายุประมาณ 485-444 ล้านปี) โดยรอยสัมผัสของหินทั้งสองยุคดังกล่าว เป็นรอยสัมผัสที่เกิดจากรอยเลื่อนของเปลือกโลก (Fault Contact) ที่มีความชัดเจนมากและหาดูได้ยาก เสมือนหนึ่งว่าเราสามารถก้าวย่างข้ามกาลเวลาจากยุคแคมเบรียนไปสู่ยุคออร์โดวิเชียนได้เพียงก้าวเดียว
การเข้ามาชม จะมีสะพานเดินเท้าจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราเลียบไปตามชายฝั่งผาชันด้านตะวันออก แล้วโค้งไปทางตะวันตกผ่านเขตรอยต่อระหว่างหินปูนสีเทากับหินทรายสีแดง
ปิดทริปโดยกลับไปพักผ่อนที่ The CoCo Grand Chalet
เป็นโรงแรมที่อยู่ใกล้ท่าเรือปากบาราเลยครับ ห้องพักโอเคมาก แต่ห้องน้ำแคบไปนิด มีห้องอาหาร บริการอาหารเช้า มีสระว่ายน้ำ คือว่าสะดวกระดับหนึ่ง ท่านที่ชื่นชอบความสวยงาม และความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ อยากให้ลองแวะมาชมฟอซซิลที่อุทยานธรณีสตูล จังหวัดสตูลกันนะครับ
ส่งหัวใจและแชร์ทริปนี้เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าของบทความ















































