หลังจากออกจากสนามบินเถาหยวน ก็มุ่งหน้าสู่โรงแรมค่ะ โรงแรมที่เราเข้าพัก ก็คือ Hotel Papa Whale ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น ราคาไม่แรง สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาหารเช้าคือ ชาบู ตกเย็นหากอยากหรือแฮงค์เอาท์ ทางโรงแรมก็มีบาร์ให้บริการ ไม่ต้องไปไหนไกลเลยค่ะ ทางโรงแรมมีอำนวยความสะดวกครบเลย ทุกๆ วัน จะมีพนักงานมาทำความสะอาดให้ค่ะ
ข้อดีของทางโรงแรมนี้ นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แล้ว การบริการที่ดีเยี่ยม ราคาที่สมเหตุสมผล ทางโรงแรมยังมีมุมถ่ายรูป ชิคๆ เก๋ๆ สวยๆ รอบโรงแรมเลยค่ะ เข้าพักที่ Hotel Papa Whale รับรองจะอดใจไม่ไหว ถ่ายรูปกับมุมสวยๆ ของทางโรงแรมค่ะ
หลังจากทำการเช็คอิน และฝากกระเป๋าที่โรงแรมแล้ว สถานที่ที่ต้องไปให้ได้ เมื่อไปเยือนไทเป ก็คือ อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค ค่ะ เดินเล่นถ่ายรูปกับวิว และสิ่งก่อสร้างที่สวยงาม และหลังจากนั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้ เมื่อมาเยือนที่นี่ คือ การได้ทานชานมไข่มุกต้นตำรับ ที่รสชาติจะตราตรึงใจคุณแน่นอนค่ะ
แค่วันแรกก็หลงรักไทเปมากแล้วค่ะ การคมนาคมภายในเมืองนี้ สะดวกสบาย จะเดินทางไปไหน ก็ง่ายดาย รวดเร็ว บ้านเมืองสะอาด ผู้คนน่ารักเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมากค่ะ
วันที่ 2 ซื้อแพคเกตทัวร์ของ KLOOK ไว้ค่ะ ราคา ประมาณ 700 กว่าบาท ได้ไปทั้งอุทยานเย่หลิว จิ่วเฟิ่น และสือเฟิ่น เลยค่ะ
ถ้าเดินทางไปเอง คงเหนื่อยแน่นอน แต่แพคเกตที่ซื้อมา ทำให้การเดินทางสะดวกมาก มีทั้งไกด์นำทัวร์ แนะนำสถานที่ต่างๆ ตลอดการเดินทางเลยค่ะ แถมในหนึ่งวันเราได้ไปเที่ยวแลนด์มาร์คหลักๆ ของไต้หวันหลายที่เลยค่ะ
วันที่ 3 เที่ยวไปเรื่อยค่ะ อยากไปไหนก็ไป เช้าๆ ไปนั่งกระเช้าเมาคง ไปกินไอติมชาอร่อยๆ
บ่ายๆ ก็ไปหาจุดถ่ายรูปตึก Taipei 101 ซึ่งไปถ่ายมาจากเขาช้างค่ะ เดือนขึ้นไปเหนื่อยโฮก
ตกเย็นกลับมาหาอะไรกินที่ย่านซีเหมิน สารพัดให้เลือกกินค่ะ ชานมไข่มุกเอย ไก่ทอด Hot-star เอย บะหมี่อาจงเอย เต้าหู้เหม็นเอย อิ่มพุงห้อยเลย จากนั้นกลับไปตีพุงนอนที่ Hotel Papa Whale ต่อค่ะ
ไหว้พระเสริมความเป็นสิริมงคลหน่อยค่ะ ก่อนกลับไทย บอกตามตรงอยากอยู่ต่ออีกสักเดือนนึงค่ะ
#หลงรักไทเป #โดยคนไทยที่ไปเปย์ที่ไทเป 😍
เช่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์กลับไปบูชาที่ไทยกันหน่อยค่ะ
ส่งหัวใจและแชร์ทริปนี้เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าของบทความ



























