วันแรกมาถึง tokyo ไฟล์ทเช้า ก็ขอไปย้อนวัยกันที่ Tokyo disney land กันก่อนเลยครับ แนะนำให้ไปตั้งแต่ก่อนเปิดสัก ครึ่งชม. (วันธรรมดาเปิด 9.00น - 22.00น ทุกหยุด 8.00น-22.00น ) และให้ไปในวันธรรมดาครับ เพราะคนเยอะมากก ต่อคิวยาวมาก ไปถึงจะต้องรีบไปกด fast pass เครื่องเล่นที่อยากเล่นไว้ครับ เออลืมบอกไปครับ คือ disney ญี่ปุ่นจะแบ่งเป็น 2 park นะครับ คือ
1. Disneyland - จะออกแนวเด็กน้อย ใสๆ มีปราสาท disney เครื่องเล่นวัยรุ่นก็มีอยู่ครับ
2. Disney sea - เป็นแนววัยรุ่น วัยมันส์ เครื่องเล่นจะหวาดเสียวๆ
เล่นแต่ละ park ก็ใช้เวลา 1วันเต็มต่อ park ครับ เพราะมันใหญ่มากจริงๆ
ตะลอนกินในโตเกียว แถบ Ueno - Asakusa - tokyo skytree
วันนี้ผมจะพาเที่ยวโตเกียวโซนตะวันออกกันนะครับ เริ่มจากที่แรก วัด Asakusa วัดศักดิ์สิทธิของชาวญี่ปุ่น
บอกเลยครับว่าต้องมาวัดนี้เพราะ มีครบทุกอย่างทั้งของกิน ของฝาก แถมยังได้บุญอีกด้วย ทางเดินมาวัดเป็นตลาดที่ยาวมาก ของขายเต็มไปหมดเลยครับ ของกินมีอร่อยๆหลายร้านเลยครับ ร้านที่ต้องมาโดน มีดังนี้ครับ
Suzukien 🍦🍵
ร้านไอศกรีมชาเขียวชื่อดัง ที่มีชาเขียวให้เลือกมากถึง 7 ระดับ ใครเป็นสายชาเขียวคือพลาดไม่ได้จริงๆครับ
เดินจากวัด asakusa มาประมาณ 5 นาที
ส่วนตัวขอแนะนำระดับ 4-5 กลางๆ กำลังดี ส่วนระดับ 7 คือมันเข้มขมไปหน่อย แต่แล้วแต่ความชอบครับ
มาทั้งทีก็สั่ง 2 scoop ไปเลยครับเพื่อความคุ้ม
ส่วนโฮจิฉะก็อร่อยนะครับ หอมกลิ่นชาเขียวมาก😋
มาต่อกันที่ของคาวครับ กินหวานเสร็จแล้วมากินคาว 555 กับร้าน
" Shitamachi tendon akimitsu"
🍤ร้านเทมปุระ ปลาไหลญี่ปุ่นร้านเด็ด แถวตลาดใกล้ asakusa
เทมปุระเขานี่คือกรอบมากครับ กุ้งคือกินทั้งเปลือกทั้งหางเลย เทมปุระมีทั้งกุ้ง หอย ปลาไหล ปลาหมึก...
แนะนำสั่งเป็นเซตใหญ่เลยครับ ถ้ามากันหลายคน จะได้ชิมเทมปุระในหลากหลายเนื้อแบบที่ไม่เคยกินมาก่อน
ส่วนปลาไหลเขานี่คือเนื้อแน่น ไม่เละเลยครับ คือสดมากก เพราะจับจากตู้กันเลย 😭😰
ต่อมาจะขอพาเดินเที่ยวลัดริมน้ำมายัง Tokyo skytree หอคอยชมวิว มี่จะเห็นเกือบทั้งโตเกียวครับ เดินไม่ไกลมากจาก asakusa เดินประมาณ 1.5 Km แต่ถ้าใครขี้เกียจเดินก็สามารถนั่งรถ subway มาได้ครับ
วันแห่งกระเป๋าฉีก
เพราะวันนี้จะพาไปช้อปปิ้งกันที่ shibuya ครับ
แต่ก่อนอื่นขอไปเติมพลังยามเช้าที่ตลาดปลา Tsukiji ก่อนนะครับ
ตลาดนี้เป็นแหล่งซูชิและอาหารทะเลที่เรียกได้ว่าสดที่สุดในโตเกียวเลยก็ว่าได้ครับ เพราะที่นี่เป็นแหล่งประมูลปลาที่จับมาสดๆจากทะเล
มาที่ตลาดปลาทั้งที ก็ต้องมากินซูชิร้านเด็ด 🍣 ร้านดังที่มีหลายสาขาในญี่ปุ่น แต่สาขานี้บอกเลยว่าสดกว่าแน่นอน แถมเมนูให้เลือกเยอะมากกครับ เป็นแบบ A La Carte ปลาดิบคือมีแทบทุกชนิด เช่น tuna , mackarel, salmon, snapper, alfosino
ปลาไหล หอย ปลาหมึกยักษ์ คือมันเยอะมากครับ แถมราคาก็ไม่แพงครับ คุ้มมาก
หลังจากกินเสร็จก็ไปเดินเล่นย่อยอาหารกันที่ Odaiba ที่นี่เป็นคล้ายๆเกาะครับ มีที่ ที่ควรมาเลยคือ Team lab ครับ เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์แสดงไฟ 3D ที่อลังการมากก ซึ่งต้องวางแผนจองคิวล่วงหน้ากันเกือบอาทิตย์ แต่คือผมจองไม่ทันครับเลยอด 😿 เลยไปถ่ายรูปกับกันดั้ม ละก็เทพีเสรีภาพแทน
และแล้วก็ถึงเวลาของขาช้อปครับ เพราะเราจะไปกันต่อที่ Shibuya แหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของโตเกียว จริงๆโปรแกรม shibuya เอาไปไว้วันที่ 2 อีกก็ได้นะครับเผื่อใครอยากจะช้อปแหลกจะได้มีเวลาเยอะๆ
เมื่อมาถึง shibuya อย่างแรกที่เราจะเจอคือมวลมหาศาลของผู้คนครับ โดยเฉพาะตรง 5 แยก shibuya ซึ่งพอเขาเปิดไฟเขียวให้คนข้ามทีคือ พรึบ ดังรูปครับ
เรื่องช้อปปิ้ง คือแล้วแต่เลยครับว่าอยากไปตำแบรนด์ไหน แต่ที่แนะนำ ถ้าใครอยากซื้อของฝาก ซื้อขนม และพวกเครื่องสำอางถูกๆ ต้องนี่เลยครับ : Mega Don quijote (ลองเปิดเดินไปตาม google map ครับ) ร้านใหญ่มาก มีของทุกสิ่งที่คุณอยากได้ ช้อปปิ้งเสร็จก็มาเติมพลังให้ท้องกันต่อครับ
🥓Gyukatsu Motomura 🥩
ร้านเนื้อทงคัตซึที่ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน คือจะเป็นเนื้อชุบแป้งทอดครับ ความพิเศษของมันคือด้านในจะดิบๆ แล้วให้เรามาย่างบนเตาเอง แล้วแต่เราเลยว่าอยากได้สุกประมาณไหน คือเนื้อคุณภาพดีมากครับ ไม่เหนียวเกินไป นุ่มกำลังดี แป้งด้านนอกก็กรอบ ฟินนนมากครับ 😋
***ปล.ร้านนี้คือเล็กมาก รอคิวนานมากเป็น ชม.นะครับ บอกเลย อย่ามาตอนหิว 555
มีหลายสาขาครับ เช่น shibuya, ueno, Akihabara
ส่วนใครที่ขี้เกียจรอนาน แบบหิวโซมาก ผมมีอีกร้านมานำเสนอครับ
Tokyo tonteki 🥩
ร้านเสต็กหมูชื่อดังของญี่ปุ่น ถึงขนาดได้ออกทีวีญี่ปุ่น
ร้านนี้มีหลายสาขาครับ ที่เราไปกินอยู่ที่ shibuya
เสต็กหมูที่นี่คือมันนุ่ม กลมกล่อม กัดไปจะมีน้ำซอสกับน้ำจากหมูเยิ้มๆหน่อย มีให้เลือกทั้งหมูชิ้น หมูบด ย่างกระเทียม ต้องลอง!!
วันนี้จะพาออกไปนอกเมือง ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ชมธรรมชาติแบบเน้นๆ ที่ Nikko กันครับ
ก่อนอื่นขอrefresh ตัวเองให้สดชื่นกันก่อน โดยไปแวะร้านกาแฟดีๆ ร้านนี้ครับ
ร้านนี้เดินมาไม่ไกลจากสถานีรถไฟ Meguro tokyo ครับ ใกล้ๆ shibuya เดินประมาณ 5-7 นาทีจาก สถานีmeguro
กินกาแฟเสร็จก็พร้อมเดินทางต่อครับ มุ่งสู่ Nikko เมืองแห่งธรรมชาติและวัด โบราณสถาน จนได้รับขนานนามว่า Nikko is nippon การเดินทางก็นั่งรถไฟมาประมาณเกือบ 2 ชม. ครับ 🚅 ผมซื้อบัตร JR east pass 5 Days(17000¥) มันจะรวมแล้ว แค่ต้องอย่าลืมไปจองที่นั่งรถไฟ shinkansen ครับ จองฟรี
แนะนำให้มานอนที่นี่ 1คืนครับ เพราะโรงแรมที่นี่จะเป็นสไตล์เรียวกัง มี onsen ธรรมชาติ บรรยากาศดี หลายโรงแรมเลย แต่สำหรับคนที่ไม่มีเวลาก็มาแบบไปเช้าเย็นกลับได้ครับ
มาถึง nikko มีจุดเช็คอินที่ต้องมาดังนี้ครับ
Shinkyo bridge 🌁 สะพานสีแดงอันศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นเหมือน landmark ของเมือง nikko พื้นหลังเป็นภูเขา ตัดผ่านด้วยลำน้ำสีเขียวมรกต เป็นมุมที่ห้ามพลาดครับ การเดินทางใน nikko จะใช้เป็น bus pass ครับ บัตรใบเดียวใช้ได้ครอบคลุม สถานที่เที่ยวหลักๆ ซื้อไปเลยคุ้มครับ
นอกจากนี้ที่nikko ก็มีอีกน้ำตกที่สวยครับ แต่อาจจะอยู่ค่อนข้างไกล ใครที่มาแบบมาเช้าเย็นกลับไม่แนะนำให้มาครับ นั่งรถบัสมาประมาณ ครึ่งชม. จากตัวเมือง nikko และใครที่จะมาที่นี่ bus pass ที่ใช้ต้องต้องเป็นอันที่ wide area ครับ แบบธรรมดาจะไม่ครอบคลุม น้ำตกนี้ไม่ค่อยมีคนมาครับ เงียบสงบ
หลังจากเราเที่ยวแนวธรรมชาติจนอิ่มอกอิ่มใจ ก็จะมาในแนวของวัดวาอารามบ้าง ที่Nikko ในโซนเมืองเก่าคือมีแต่วัดสวยๆทั้งนั้นเลยครับ ให้นั่ง bus ไปลงสถานี shinkyo bridge แล้วเดินขึ้นไป ไม่ก็ลงFutarasan jinja mae แล้วเดินลงมาก็ได้ครับ
วัดที่เราจะไป มี rinnoji - Toshogu shrine - futarasan shrine ทั้งหมดสามารถเดินไปหากันได้หมดครับ
วันสุดท้าย จะพาไปเที่ยว Nagano ครับ สำหรับคนที่มีเวลาเยอะก็มานอนและมาเล่นสกี หิมะ ที่นี่ได้ครับ เมืองนี้จะเป็นที่เล่นสกีชื่อดัง ที่มีลานสกีที่เคยเป็นที่แข่งโอลิมปิกระดับโลกมาแล้ว แนะนำให้มาช่วงฤดูหนาวครับ
ส่วนคนที่เวลาน้อย ผมมีที่เที่ยวแนะนำ แต่อาจจะต้องออกจากโตเกียวแต่เช้าตรู่ครับ นั่งรถไฟมาประมาณ 2 ชม
มาดูลิงแก้มแดง แช่ออนเซ็นกันที่
Jigokudani snow monkey park 🐵
ที่นี่จะเป็น onsen ลิงครับ ลิงที่นี่บอกเลยว่าน่ารักมากกกกครับ 🙉 เป็นลิงหิมะ หน้าแดงๆ ในช่วงฤดูหนาวมันก็จะออกมาแช่ออนเซ็นคลายความหนาวกัน เราจะได้ถ่ายรูปใกล้ชิดกับลิงแบบสุดๆครับ ลิงที่นี่ไม่ได้ aggressive ไม่ได้แย่งของเรานะครับ 555
แต่ทางเดินไปดูวิวก็ไกลเอาเรื่องอยู่ครับ เดินประมาณ เกือบครึ่งชม. เส้นทางมีหิมะ ระวังลื่นนะครับ ไม่สามารถขับรถเข้าไปด้านในได้ แต่วิวข้างๆระหว่างเดินคือสวยมากครับเป็นป่าสน เดินลัดเลาะไปตามเขา
สำหรับใครที่มาจากสถานี yudanaka ผมแนะนำร้านอาหารฝั่งตรงข้ามสถานีรถไฟเลยครับ ค่อนข้างดี สะอาด รสชาติใช้ได้
ชื่อร้าน GOEN
แล้วเราก็นั่งรถไฟกลับสู่ tokyo แล้วบินกลับมายังประเทศไทยอันแสนร้อนระอุ 🌞 อันเป็นที่รักของเราครับ เป็นอันจบทริป
แนะนำว่า plan สามารถปรับเปลี่ยนตามวันเดินทางเรานะครับ เช่น
วันแรกอาจนอน tokyo
คืนที่ 2 นอน nikko
คืนที่ 3 นอน nagano
คืนสุดท้าย กลับมานอน tokyo แล้วบินกลับค่ำอีกวันก็ได้ครับ
อันนี้เป็นรีวิวทริปแรกของผมในวงในยังไงก็ฝากด้วยนะคร้าบ
ส่งหัวใจและแชร์ทริปนี้เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าของบทความ













































































