มีงบ 300 เที่ยวไหนได้บ้าง? คำตอบคือ ก็เที่ยวในย่านโชคชัย 4 ยังไงล่ะ!! วันนี้มะขิ่นวางแผนออกไปเที่ยวแบบสายกินและสายบุญที่ “ตลาดโชคชัย 4” ตลาดที่เลื่องชื่อลือชาว่ามีของกินให้นักชิมตามไปปักหมุดเช็คอินกันรัว ๆ แถมยังมีทั้งวัดจีน วัดไทยให้ได้เก็บแต้มบุญกันอีกด้วย เด็ดสุดของทริปนี้คือเราใช้เงินแบบ 300 บาท สบาย ๆ เหลือ ๆ ถ้าอยากรู้ว่าจะเป็นยังไงเราไปลุยวันเดย์ทริปนี้กันเลยดีกว่าค่ะ!

1เก็บแต้มบุญที่วัดลาดพร้าว
เริ่มต้นทริปนี้กันด้วยการสร้างบุญเก็บแต้มบุญกันก่อนนะคะที่ “วัดลาดพร้าว” เป็นวัดใหญ่เลยค่ะ ที่จอดรถก็มี สะดวกสบาย มาถึงเราก็ไหว้พระที่ด้านล่างก่อนที่เราจะขึ้นไปด้านบนอุโบสถ ด้านบนนี้มีพระพุทธรูปหลากหลายปางเป็นจำนวนมาก ประกอบกับโครงสร้างของอุโบสถที่สูง โปร่ง ยิ่งทำให้สถานที่แห่งนี้ดูยิ่งใหญ่และน่าสนใจมาก ๆ ค่ะ


2กินข้าวผัดปูสูตรเด็ด
หลังจากไหว้พระในวัดไทยกันเสร็จ มะขิ่นก็หิวแล้วล่ะค่ะ มื้อนี้มะขิ่นเลือกกิน “ข้าวผัดปู” ที่ร้าน “ต.รวมโชค ข้าวผัดปู” เพราะที่นี่ขายข้าวผัดปูในราคาที่เรียกได้ว่าไม่แพงเลยค่ะ ราคาอยู่ที่จานละ 45 บาทเท่านั้น! จากการพูดคุยกับคุณป้าเจ้าของร้านก็รู้มาว่าที่นี่ใช้ข้าวเสาไห้และหอมมะลิผสมเข้าด้วยกัน เพื่อให้ข้าวเป็นเม็ดสวยเมื่อนำมาผัดค่ะ อีกอย่างที่มะขิ่นชอบมากเลยก็คือข้าวผัดที่นี่หอมกลิ่นไข่มาก กินเข้าไปคำแรกพร้อมกับเนื้อปูนี่ต้องบอกเลยว่าหยุดกินไม่ได้เลยค่ะ


3เก็บแต้มบุญกันต่อที่ตำหนักเจ้าแม่กวนอิม
หลังจากอิ่มท้องกับข้าวผัดปูแล้วมะขื่นก็มุ่งหน้าไปยัง “ตำหนักพระแม่กวนอิม มหาโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร”อยู่ที่ซอยโชคชัย 4 แยก 39 เข้าซอยไปไม่ไกล จำหนักพระแม่กวนอิมแห่งนี้ก็จะอยู่ที่ซ้ายมือเราเลยค่ะ ที่นี่มีพื้นที่ค่อนข้างมาก และยังมีจุดชมวิวด้านบนที่เปิดให้ขึ้นแค่วันเสาร์ - อาทิตย์เท่านั้นด้วยค่ะ เสียดายที่มะขิ่นไปวันปกติเลยไม่ได้เก็บภาพจากด้านบนมาฝากกัน แต่บรรยากาศรอบ ๆ ก็สวยและร่มรื่นไม่แพ้กันนะคะ



4นั่งชิลล์ที่ร้านกาแฟ
ออกจากตำหนักพระแม่กวนอิมแล้ว มะขิ่นก็มาแวะนั่งเล่นที่ร้านกาแฟหน้าซอยแยก 39 ค่ะ ร้านนี้สะดุดตามาก ๆ แค่ชื่อร้านก็รู้แล้วว่าร้านนี้เปิดตลอด 24 ชั่วโมงคือร้าน “Up All Night” นั่นเอง

มะขิ่นสั่งเมนู “คัปปุชชีโนเย็น” (65 บาท) มาดื่มค่ะ ร้านนี้ตกแต่งได้ถูกใจมะขิ่นสุด ๆ เป็นร้านที่เพดานสูง รอบด้านด้วยกระจก ทำให้รู้สึกโปร่งสบาย ไม่อึดอัด มีแอร์เย็น ๆ แล้วก็มี Wi-Fi ให้ใช้กันฟรี ๆ อีกด้วย นอกจากเครื่องดื่มแล้วที่ร้านยังมีอาหารอย่างพวกสปาเกตตี และยังมีของเค้กให้ได้ลองกันหลากหลายเมนู เรียกได้ว่าครบสูตรจริง ๆ ในร้านมีทั้งคนที่มานั่งทานกาแฟ มีคนมานั่งทำงาน แล้วก็มีนักเรียนนักศึกษามานั่งอ่านหนังสือกันด้วยค่ะ


5ฟาดข้าวหน้าเป็ด
หลังจากนั่งเล่นตากแอร์กันจนสบายใจแล้ว มะขิ่นก็เริ่มจะหิวแล้วล่ะค่ะ มะขิ่นตั้งใจจะไปกินข้าวหน้าเป็ดที่ร้าน “เป็ดย่างวุฒิกร” ร้านข้าวหน้าเป็ดชื่อดังที่เปิดมายาวนานกว่า 45 ปี ร้านนี้มีหลายเมนูให้เลือกเลยค่ะทั้งบะหมี่ และข้าว มีทั้งหมูแดง หมูกรอบและเป็ดย่างค่ะ ใครชอบกินอะไรก็สั่งได้เลย เพราะมะขิ่นกินทั้ง “ข้าวหน้าเป็ด” และ “บะหมี่หมูกรอบ” ดีงามทั้งสองเมนูเลยค่ะ ราคาอยู่ที่จานละ 45 บาท จัดว่าคุ้ม!



6ซื้อข้าวเหนียวมูลเจ้าดังเป็นของฝากกลับบ้าน
เห็นข้าวเหนียวมูลสีสันสวยงามพร้อมกับมะม่วงลูกสวย ๆ วางเรียงกันแล้วก็ต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านกันสักหน่อย กับร้านข้าวเหนียวมูลเจ้าดังอย่าง “ข้าวเหนียวมูน ช.ศรแก้ว” ที่ตั้งอยู่ติดกับร้านเป็ดย่างวุฒิกร ราคาก็ไม่แพงนะคะ เมนู “ข้าวเหนียวมูลมะม่วง” ชุดเล็กอยู่ที่ 50 บาทเท่านั้นเองค่ะ


เป็นยังไงกันบ้างคะกับวันเดย์ทริปที่มะขิ่นพาตะลุยกิน เช็คอินร้านอาหาร ร้านกาแฟ และวัด จัดหนักจัดเต็มกันสุด ๆ ไปเลยใช่มั้ยล่ะคะ? ถ้าอยากไปลุยเที่ยว กิน แบบสะใจสุด ๆ ก็ตามไปต่อกันได้เลยที่ เปิดศึกหนักให้กระเพาะ! กับภารกิจตามล่า 5 เมนูไซส์ยักษ์แบบ One Day Trip







