เสียงดนตรี เคล้าเสียงร้องเพราะ ๆ ของพฤทแว่วมาเมื่อไหร่ ก็เป็นสัญญาณบอกเราว่า ถึงจังหวะ จะเที่ยวกันแล้ว! วันนี้หนุ่มพฤทขอเลือกไปเที่ยวในที่ที่คนไม่พลุกพล่าน และที่สำคัญคือ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่แสนจะใกล้กรุงเทพฯใช้เวลาเพียงชั่วโมงนิด ๆ ก็ได้มาดื่มด่ำกับธรรมชาติอันแสนสงบกันแล้ว แถมทริปนี้ยังเหมาะสำหรับทุกคนที่ชอบตั้งแคมป์ ทั้งขาลุยที่ตั้งแคมป์เป็นประจำ หรือจะมือใหม่หัดตั้งเต็นท์ก็ได้หมดไปดูกันว่าทริป เที่ยวสระบุรี 2 วัน 1 คืน กางเต็นท์ ทำอาหาร เที่ยวเจ็ดคตแบบครบรส จะเป็นอย่างไร และความพิเศษของทริปนี้ เรามี "รสดี" ตัวช่วยช่วยเพิ่มความกลมกล่อมให้ทุกเมนูอาหารไปด้วย รับรองว่าสนุกสนานครบรส แน่นอน!

ทริปนี้พฤทและทีมงานเริ่มออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าประมาณ 9 โมงจากกรุงเทพฯ ก่อนที่จะเดินทางไปที่เจ็ดคต โป่งก้อนเส้า เราก็แวะซื้อวัตถุดิบสำหรับไปตั้งแคมป์ ทำอาหารกันคืนนี้ วัตถุดิบก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เน้นเป็นเมนูที่ทำง่ายอย่างเนื้อหมู และในส่วนของเครื่องปรุงเราพกไปแค่ “รสดี” เพราะมีส่วนผสมของผงหมูแท้ และเครื่องเทศชั้นดีอย่างกระเทียมและพริกไทยพร้อมเครื่องปรุงแบบครบรสมาแล้วในซองเดียว สะดวกและพกพาง่ายสุด ๆ หลังจากซื้อวัตถุดิบต่าง ๆ กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว นั่งรถออกมาจากตัวเมืองสระบุรีไม่ทันได้เมื่อยก็เดินทางมาถึงที่หมายของเราวันนี้ “ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคด –โป่งก้อนเส้า” หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า “เจ็ดคต” โป่งก้อนเส้า

สำหรับคนที่จะมาตั้งเต็นท์นอนชิล ๆ ที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคด –โป่งก้อนเส้า (เจ็ดคต) ก็ต้องนำเต็นท์มาเอง เพราะว่าเดี๋ยวนี้เขาไม่มีเต็นท์ให้บริการแล้ว แค่ลงทะเบียนก็สามารถไปจับจองจุดกางเต็นท์กันได้เลย ขอบอกว่าวันธรรมดา จะเห็นเต็นท์บางตา แต่ถ้าเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์อย่างวันเสาร์-อาทิตย์แล้วล่ะก็ มาช้าอาจจะได้โลเคชั่นที่ไม่ถูกใจ ใครที่จะไปเที่ยววันหยุด แนะนำให้มาจองกันตั้งแต่สาย ๆ เลยค่ะ รับรองว่าได้มุมริมน้ำสุดชิลแน่นอน

อย่างที่บอกค่ะว่า ที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคด –โป่งก้อนเส้า (เจ็ดคต) เป็นที่ที่เรามาเที่ยวชิลใกล้ชิดธรรมชาติได้ โดยไม่ต้องใช้เวลาเดินทางเยอะ มาเที่ยวที่นี่คุณจะได้สัมผัสความชุ่มชื่น สูดอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางธรรมชาติที่เขียวขจี โดยเฉพาะวันที่เรามามีฝนตกปรอย ๆ มีหมอกจาง ๆ กับวิวต้นไม้และทิวเขาฟิน ๆ จนเผลอนึกว่าเรามาเที่ยวภาคเหนือซะอีก
ภารกิจที่ 1 : แบกเต็นท์ + อุปกรณ์ทำอาหาร
พอเดินทางมาถึงเราก็ส่งมอบภารกิจแรกให้กับพฤทนั่นก็คือ “แบกเต็นท์ + อุปกรณ์ทำอาหาร” เข้าไปยังที่ตั้งเต็นท์ ภารกิจเหมือนจะหมู แต่ไม่หมูนะคะบอกเลย เพราะเราไม่ได้ให้พฤทแบกแค่เต็นท์กับอุปกรณ์ทำอาหารธรรมดา แต่เรายังแถมเตาอั้งโล่ น้ำหนักหลายโลให้พฤทแบกไปด้วย ฮ่า ๆ แต่ระยะทางจากรถไปที่ตั้งเต็นท์อยู่ไม่ไกลกันมาก งานนี้พฤทเลยทำภารกิจแรกสำเร็จแบบหมู ๆ


พอเรามาถึงจุดกางเต็นท์ ริมน้ำ ได้มุมที่เหมาะเจาะ ซึ่งจุดกางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยวอยู่บริเวณริมอ่างเก็บน้ำซับป่าว่าน เป็นลานกว้าง ๆ มีพื้นสนามหญ้าสีเขียวขจีเหมาะกับการตั้งแคมป์ เราก็มอบภารกิจที่ 2 ให้กับพฤท นั่นก็คือ “พฤทกางเต็นท์กับตากล้อง” แบบไม่มีทีมงานคนอื่นช่วย บอกเลยว่าภารกิจนี้ไม่หมูเหมือนภารกิจแรกนะคะ ใช้เวลางมกันอยู่สองคน ราว ๆ 40 นาที ใครที่จะมากางเต็นท์ปิกนิก แนะนำว่าหาเพื่อนที่มีความชำนาญ หรือเคยกางมาเป็นเพื่อนด้วยน้า ไม่งั้นล่ะก็ มีเหนื่อยหอบแน่ หรือไม่ก็อาจจะได้ยกธงขาว ไปเช่าที่พักอุทยานนอนแทน ซึ่งเพื่อน ๆ ก็คงไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นใช่ไหมล่ะคะ

หลังจากที่พฤทกับคุณตากล้องกางเต็นท์สำเร็จ เราก็ให้พวกเขาได้พักผ่อน นั่งเล่นกีตาร์ชิล ๆ กันสักหน่อย บรรยากาศชิล ๆ กับอากาศเย็น ๆ หลังฝนตก บอกเลยว่าชิลมากกกก แถมยังมีเสียงเพลงสนุก ๆ จากนักร้องนำอย่างพฤทแล้ว พวกเรานี่ชิลไปตาม ๆ กันเลยค่ะ ใครที่คิดไม่ออกว่าเสาร์-อาทิตย์จะไปเที่ยวที่ไหนดี หรือมองหาที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯอยู่ เจ็ดคต โป่งก้อนเส้า ถือเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯที่น่าสนใจสุด ๆ ค่ะบอกเลย
ภารกิจที่ 2 : พฤททำอาหารแข่งกับตากล้อง
พอเริ่มตกเย็นท้องเริ่มร้อง แล้วก็ขอแจกภารกิจสุดท้ายในทริปนี้ให้กับพฤท นั่นก็คือ “พฤททำอาหารแข่งกับตากล้อง” งานนี้พฤทบอกว่าค่อนข้างมั่นอกมั่นใจ เพราะว่าพก “รสดี” มาด้วย เราเลยปล่อยให้ทั้ง 2 คนเริ่มแข่งกันทำอาหารเย็นให้เรากิน โดยเมนูของพฤทวันนี้ก็คือ “อีสานสะเด็ด ข้าวจี่ เด็ดสะระตี่” ส่วนเมนูของคุณตากล้องก็คือ “หมูบาร์บีคิว ลิ่วล้อ” ซึ่งถ้าถามหาคะแนนความตั้งใจเนี่ย ต้องยกให้พฤทชนะขาดลอยค่ะ ส่วนความอร่อย คงต้องตัดสินกันอีกที หลังจากได้ชิม ฮ่า ๆ ๆ


วัตถุดิบสำหรับเมนู “อีสานสะเด็ด ข้าวจี่ เด็ดสะระตี่” ก็มีแค่หมูสันคอ 1 ชิ้น (500 กรัม) กับ “รสดี” รสหมู 1 ช้อนโต๊ะ ใช้วัตถุดิบน้อยมากกก สะดวกสุด ๆ เหมาะสำหรับคนที่จะไปตั้งแคมป์ ปิกนิก เพราะไม่ต้องขนอุปกรณ์ไปให้หนักกระเป๋า ส่วนวิธีทำก็ง่ายดาย เริ่มจากแล่หมูชิ้นหนา ๆ หลังจากนั้นใส่ “รสดี” 1 ช้อนโต๊ะ ลงในถ้วยหมัก คลุกเคล้าให้เข้ากัน และหมักทิ้ง ไว้ 10 นาที ให้รสชาติเข้าเนื้อ หลังจากนั้นก็เตรียมเตาไฟให้ร้อน นำหมูหมักวางลงไปบนตะแกรง ย่างจนหมูสุกทั่วชิ้น เมื่อคอหมูย่างสุกแล้วนำลงมาหั่นให้เป็นชิ้นพอดีคำ

วัตถุดิบเมนู “อีสานสะเด็ด ข้าวจี่ เด็ดสะระตี่”
1. หมูสันคอ 1 ชิ้น (500 กรัม)
2. “รสดี” รสหมู 1 ช้อนโต๊ะ
วัตถุดิบเมนู “ข้าวจี่”
1. ข้าวเหนียวหุงสุก 250 กรัม
2. ไข่ไก่ 2 ฟอง
3. “รสดี” รสหมู ½ ช้อนโต๊ะ
4. ซีอิ้วขาว 1 ช้อนชา
ส่วนเมนูข้าวจี่ อาหารไฮไลต์อีกหนึ่งอย่างของพฤทก็ประกอบด้วย ข้าวเหนียวหุงสุก 250 กรัม, ไข่ไก่ 2 ฟอง, “รสดี” ½ ช้อนโต๊ะ, ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา เพื่อเพิ่มสีสัน
1. ปั้นข้าวเหนียว (ใส่ถุงมือยางสีขาว) วิธีการทำก็ไม่ยาก นำข้าวเหนียวมานวดด้วยมือเล็กน้อย ปั้นเป็นก้อน ๆ หรือแผ่นกลม หรือแบน ๆ ตามใจชอบ แล้วเสียบไม้ ตีไข่เข้ากับ “รสดี” ½ ช้อนโต๊ะ และซีอิ๊วขาวให้เข้ากันแล้วพักไว้ จี่ข้าวเหนียว วางข้าวเหนียวลงบนตะแกรง แล้วพลิกกลับด้านไปมาจนข้าวเหนียวด้านนอกเริ่มแข็ง นำข้าวเหนียวออกมาชุบไข่ที่เราปรุงรส พักเอาไว้แล้วนำไปจี่ต่อ โดยทำซ้ำจนข้าวเหนียวพองตัวและไข่สุกมีสีเหลืองเกรียมเล็กน้อยจึงปิดเตา


วัตถุดิบเมนู “หมูบาร์บีคิว ลิ่วล้อ”
1. หมูสันนอก 1 กิโลกรัม
2. ซอสมะเขือเทศ 1/2 ถ้วยตวง
3. ซอสพริก 1 ช้อนโต๊ะ
4. เนยละลาย 100 กรัม
5. หอมใหญ่สับ 3 ช้อนโต๊ะ
6. “รสดี” รสหมู 2 ช้อนโต๊ะ


ส่วนเมนูของตากล้องอย่าง “หมูบาร์บีคิว ลิ่วล้อ” ส่วนผสม หมูบาร์บีคิว ลิ่วล้อ มีวัตถุดิบดังนี้ หมูสันนอก 1 กิโลกรัม, “รสดี” 2 ช้อนโต๊ะ, ซอสมะเขือเทศ 1/2 ถ้วยตวง, ซอสพริก 1 ช้อนโต๊ะ, เนยละลาย 100 กรัม, หอมใหญ่สับ 3 ช้อนโต๊ะ
ส่วนเครื่องเคียงสำหรับเสียบไม้ จริง ๆ สามารถปรับได้ตามความชอบเลยค่ะ ส่วนของตากล้องนั้นมี พริกชี้ฟ้าเขียว, หอมใหญ่, มะเขือเทศ, สับปะรด, ไม้เสียบขนาดยาว 10-12 นิ้ว วิธีการทำหมูบาร์บีคิว ลิ่วล้อก็ไม่ยากเลยค่ะ เริ่มจากใส่เครื่องปรุงทุกอย่าง และ “รสดี” 2 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากัน ใส่หมูลงไปหมักไว้อย่างน้อย 10 นาที (รสชาติปรับตามชอบ) เมื่อหมักครบเวลาแล้วจัดเสียบเนื้อสัตว์สลับกับสับปะรด หอมใหญ่ มะเขือเทศ และพริกชี้ฟ้าตามชอบ ใช้เตาถ่าน ระหว่างย่างให้ทาน้ำซอสที่เราหมักหมูด้วย ย่างจนสุก
หลังจากใช้เวลาทำอาหารกันได้ไม่นาน ทั้งสองก็ทำเมนูของตัวเองเสร็จ บอกเลยค่ะว่าใช้เวลาไม่มาก เพราะเราใช้แค่ “รสดี” ในการหมักหมูทำให้รสชาติเข้มข้นเข้าเนื้อ โดยไม่ต้องเสียเวลาเตรียมเครื่องเทศ หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ เพิ่มเติมเลยเพราะหมักหมูเข้มข้นเข้าเนื้ออยู่แล้ว เอาละค่ะ แล้วก็มาถึงเวลาสำคัญก็คือ การชิมนั่นเอง บอกเลยว่ากินกันไม่ลงจริง ๆ เพราะทั้งเมนู “อีสานสะเด็ด ข้าวจี่ เด็ดสะระตี่” ของพฤท กับ “หมูบาร์บีคิว ลิ่วล้อ” ของตากล้อง อร่อยกินกันไม่ลง แต่เราขอให้พฤทเป็นผู้ชนะ เพราะว่าใช้วัตถุดิบน้อยกว่า แค่ “รสดี” กับหมูสันคอ แค่นี้ แต่รสชาติของคอหมูย่างดันเข้มข้นเข้าเนื้อ! เพื่อน ๆ คนไหนที่อยากหาเมนูง่าย ๆ แต่อร่อยทำเวลาไปแคมป์แนะนำเมนูนี้เลยค่ะ ถูกใจแน่นอน


หลังจากที่ทั้ง 2 คนทำอาหารกันเสร็จ ก็ถึงเวลาพักผ่อน ชิล ๆ ริมอ่างน้ำหน้าเต็นท์ของเรา กินอาหารอร่อย ๆ บรรยากาศดี ๆ ฟินอย่าบอกใครเลยค่ะ หลังจากที่สนุกกันเต็มที่แล้ว พฤทกับคุณตากล้องก็ขอตัวไปพักผ่อน อ้อ เพื่อน ๆ ที่มาปิกนิก หรือทำอาหาร อย่าลืมเก็บขยะให้เรียบร้อยด้วยนะคะ มาเที่ยวธรรมชาติแล้ว ต้องไม่ลืมดูแลธรรมชาติให้อยู่คงเดิมด้วยน้า เก็บของเสร็จแล้วนัดกับพฤทว่าพรุ่งนี้เช้าจะตื่นมาดริปกาแฟให้พวกเรากินก่อนกลับจากเจ็ดคต โป่งก้อนเส้า

ตื่นเช้ามาพร้อมความสดชื่น และเสียงไก่ขัน (ไก่ตัวเป็น ๆ เลยจ้า) ฮ่า ๆ พฤทเขาเตรียมอุปกรณ์ดริปกาแฟมาด้วย เลยได้ทำกาแฟไว้ดื่มตอนเช้า สูดหายใจลึก ๆ เก็บบรรยากาศดี ๆ ให้ชุ่มปอด ก่อนกลับกรุงเทพฯกัน ทริปนี้พฤทออกปากเองว่าสนุกมากกก ทั้งได้กินเมนูที่ตัวเองลองทำ ได้กางเต็นท์ริมน้ำที่เจ็ดคต แถมไม่ไกลกรุงเทพฯ ทริปนี้คงต้องขอบคุณ “รสดี” ที่ทำให้ทริปของพฤทกลมกล่อม ครบรส ทั้ง โหด มัน ฮา และสนุกสนาน หัวเราะกันจนลั่นเต็นท์


สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากจะมาชิล สัมผัสธรรมชาติแบบพฤท เราก็ขอฝากข้อแนะนำและข้อปฏิบัติที่นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องรู้ก่อนไป เช่น
- ก่อนกางเต็นท์ให้ลงทะเบียนขออนุญาตที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวทุกครั้ง
- หลังเวลา 21.00 น. ห้ามส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่นและห้ามใช้เครื่องเสียงทุกชนิด
- รักษาความสะอาดและขอความร่วมมือในการนำขยะกลับบ้าน
- ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในพื้นที่
- ห้ามจับกระต่ายหรือสัตว์อื่น ๆ
- ห้ามลงเล่นน้ำ ห้ามตกปลา และล้างภาชนะในอ่างเก็บน้ำ
- ให้จอดรถในบริเวณพื้นที่จอดรถ
- ห้ามก่อกองไฟบนพื้นหญ้า

2 วัน 1 คืนที่ เจ็ดคต โป่งก้อนเส้า ผ่านไปไวเหมือนโกหกเลยล่ะค่ะ Wongnai Travel หวังว่าเพื่อน ๆ จะสนุก เพลิดเพลินไปกับทริป เที่ยวสระบุรี 2 วัน 1 คืน กางเต็นท์ ทำอาหาร เที่ยวเจ็ดคตแบบครบรส เพราะโหด มัน ฮา กันตั้งแต่เริ่มกางเต็นท์ริมอ่างน้ำเจ็ดคต โป่งก้อนเส้า ไปจนถึงทำอาหารอร่อย ๆ ด้วยตัวช่วยดี ๆ ติดกระเป๋าไปได้ทุกที่ของพฤทอย่าง "รสดี" ที่ทำให้ทริปนี้ยิ่งกลมกล่อม ครบทุกรสชาติ ใครที่อยากอ่านบทความเที่ยวสระบุรีสนุก ๆ กันไปต่อได้ที่ 15 ที่เที่ยวสระบุรี และ 25 ที่เที่ยวสระบุรี เที่ยวไม่หมดไม่ต้องกลับบ้าน แล้วเจอกันทริปต่อไปนะค้า




