สำเพ็ง ย่านการค้าสุดฮิตของกรุงรัตนโกสินทร์ ที่มีตำนานมากกว่าการค้าขาย
  1. สำเพ็ง ย่านการค้าสุดฮิตของกรุงรัตนโกสินทร์ ที่มีตำนานมากกว่าการค้าขาย

สำเพ็ง ย่านการค้าสุดฮิตของกรุงรัตนโกสินทร์ ที่มีตำนานมากกว่าการค้าขาย

ไม่มีใครไม่รู้จัก “สำเพ็ง” ย่านการค้าเก่าแก่ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่ใครจะรู้ว่ากว่าจะมาเป็นสำเพ็งในทุก ๆ วันนี้ ที่แห่งนี้มีตำนานเรื่องเล่าอะไรบ้าง!

#วงในบอกมา

  • “อยากได้อะไรให้ไปสำเพ็ง” ย่านการค้าที่โด่งดังทุกยุคทุกสมัย ที่มีสินค้าหลากหลายให้เลือกซื้อ ทั้งราคาปลีกและราคาส่ง ขึ้นชื่อในเรื่องของดีราคาถูก
  • เป็นย่านการค้าเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งสำเพ็งในอดีตไม่ได้ขึ้นชื่อเพียงแค่ศูนย์การค้าอย่างในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังขึ้นชื่อเรื่อง “โสเภณี” อีกด้วย
  • ชื่อ “สำเพ็ง” บ้างว่าเพี้ยนมาจาก “สามเพ็ง” บ้างว่ามาจาก “สามแผ่น” “สามแพร่ง” หรือ “ลำเพ็ง” เนื่องด้วยคนจีนอาศัยอยู่จำนวนมาก อาจทำให้สำเนียงที่เรียกเพี้ยนไปจากเดิม
ย่านการค้าสำเพ็ง

การเดินทางไปสำเพ็ง

นั่ง MRT มาลงสถานีวัดมังกร โดยเดินออกทางออก 1 แล้วเดินอีกประมาณ 500 เมตรผ่านเยาวราชเพื่อเข้าสู่สำเพ็ง หรือสามารถเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางสาย 4, 7, 21, 37, 40, 56 ,73, 529 ลงที่ถนนจักรวรรดิ หรือ สาย 204 ลงที่ถนนราชวงศ์ ก็ได้เช่นกันค่ะ

การเดินทางไปสำเพ็ง

ย่านสำเพ็งในอดีตไม่ได้ดังแค่เรื่องศูนย์การค้า ?

เมื่อพูดถึงย่านการค้า “สำเพ็ง” หลาย ๆ คนต้องนึกถึง เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่ขายในราคาส่ง ในราคาย่อมเยาเอื้อมถึง ใครที่หลงเดินเข้าไปในดินแดนสำเพ็ง ดินแดนอันมหัศจรรย์แห่งนี้ ถ้าไม่มีของติดไม้ติดมือกลับบ้าน เรียกว่ามาไม่ถึงแน่นอน เพราะสองฝั่งข้างทางในซอยที่เราเดินไปนั้น มีข้าวของมากมายต้องตาต้องใจดึงดูดให้เราซื้อเก็บไว้ครอบครอง แต่ใครจะรู้เล่าว่าสถานที่แห่งนี้เคยมีประวัติมาก่อน!

ศูนย์การค้าสำเพ็ง
ตลาดสำเพ็ง

ย้อนกลับไปในอดีต เมื่อพุทธศักราช 2325 “สำเพ็ง” ถือกำเนิดขึ้นเมื่อมีการอพยพชาวจีนจำนวนหนึ่งให้มาตั้งรกรากที่บริเวณวัดสามปลื้ม จนถึงคลองวัดสามเพ็ง ตามที่ระบุในพระราชพงศาวดารว่า

“...ให้พระยาราชาเศรษฐี และพวกจีนย้ายไปตั้งบ้านเรือนอยู่ ณ ที่สวนตั้งแต่คลองวัดสามปลื้มไปจนถึงคลองวัดสามเพ็ง…”

จนทำให้ย่านสำเพ็งเป็นย่านชาวจีนที่มีอาชีพทำธุรกิจการค้ามาจนถึงปัจจุบัน แต่รู้ไหมว่าในอดีตนั้น นอกจากสำเพ็งจะมีธุรกิจร้านค้า โรงน้ำชา หรือร้านอาหารภัตตาคารแล้ว ยังมีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่อง “โรงโสเภณี” อีกด้วย ที่แห่งนี้เคยเป็นทั้งสถานเริงรมย์ โรงยาฝิ่น และบ่อนการพนัน สะท้อนให้เห็นถึงสภาพสังคมและวัฒนธรรมของไทยในอดีต ว่าอาชีพการค้าขายบริการทางเพศในสังคมไทยมีมาเนิ่นนานตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงขั้นขึ้นชื่อว่าเป็นย่านเที่ยวกลางคืนที่โด่งดังมากที่สุดในสมัยนั้น 

“วัดคณิกาผล“ ผลพลอยได้จากธุรกิจสีเทาในยุคที่สำเพ็งขึ้นชื่อ

รู้หรือไม่ว่า ยุคที่อาชีพโสเภณี เป็นช่องทางทำมาหากินหลักในย่านสำเพ็ง ในยุคที่มีตรอกเกิดขึ้นมากมาย หนึ่งในนั้นมีตรอกที่ขึ้นชื่ออย่าง “ตรอกยายแฟง” เกิดขึ้นอยู่ นักท่องราตรีมักใช้บริการโรงยายแฟงอยู่เสมอ เมื่อกิจการเจริญรุ่งเรืองจนร่ำรวย ยายแฟงจึงได้นำเงินไปสร้างวัด จนเป็นที่เรียกขานรู้กันในหมู่ชาวบ้านว่า “วัดใหม่ยายแฟง” หรือที่เรียกว่า “วัดคณิกาผล” ซึ่งมีความหมายว่า ผลที่ได้จากนางคณิกาคือโสเภณี ซึ่งรายได้หลักของยายแฟงคือรายได้จากการเป็นแม่เล้าของโรงโสเภณีนั่นเอง

ตรอกสำเพ็ง

ในยุคที่คำว่า “สำเพ็ง” เป็นคำเอาไว้ต่อว่าผู้หญิง ?

“สำเพ็ง” ในสมัยหนึ่ง เคยเป็นคำสำหรับใช้ด่าที่รุนแรง ซึ่งมักใช้ด่าผู้หญิง เราอาจจะเคยได้ยินคำเหล่านี้จากหนัง หรือละครดัง หลาย ๆ คนอาจสงสัยว่า “สำเพ็ง” คืออะไร ทำไมชื่อย่านการค้าถึงกลายเป็นคำด่า และคำด่านี้เกี่ยวข้องกับตลาดสำเพ็งที่เรารู้จักกันหรือไม่

คำตอบคือ เกี่ยวข้องกันค่ะ เนื่องจากในอดีตสำเพ็งเคยเป็นสถานที่ที่โด่งดังและเต็มไปด้วยธุรกิจการขายบริการทางเพศ มีการทำธุรกิจค้าขายบริการกันอย่างแพร่หลายในย่านสำเพ็ง มีการขายกันอย่างเปิดเผย โดยมีสัญลักษณ์เป็น “โคมเขียว” แขวนอยู่บริเวณหน้าร้านเพื่อบ่งบอกว่าสถานบริการแห่งนี้เสียภาษีและจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงสันนิษฐานได้ว่าที่มาของคำด่า “อีสำเพ็ง” จึงอาจหมายถึงหญิงค้าประเวณีซึ่งมีที่มาจากย่านสำเพ็งแห่งนี้นั่นเอง

สำเพ็ง

ที่มาของสำนวน “ไฟไหม้สำเพ็ง“

“ไฟไหม้สำเพ็ง” วลีคุ้นหูที่อาจเคยได้ยินกันมาบ้าง มีที่มาเมื่อครั้งอดีต ปีพุทธศักราช 2343 เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ที่เกิดการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ และอีกหลาย ๆ เหตุการณ์ การสูญเสียจากเหตุไฟไหม้หลังจากนั้น จึงเป็นที่มาของสำนวน “ไฟไหม้สำเพ็ง” บ้างว่าหมายถึง ความชุลมุนวุ่นวายของฝูงชนจำนวนมาก หรืออีกนัยหนึ่งก็หมายถึง การพลิกล็อก ที่มักจะได้ยินวลีนี้หลุดออกมาบ่อย ๆ ในสนามมวย ใช้กับเซียนมวยที่แทบหมดตัวจากเหตุการณ์พลิกล็อกนั่นเอง

สำเพ็ง กรุงเทพฯ
ตลาดการค้าสำเพ็ง

ทำไมต้องซื้อของที่สำเพ็ง ?

สำเพ็งเป็นสวรรค์บนดินของนักชอปตัวแม่ เพราะมีทั้งสินค้าให้เลือกซื้อหลากหลาย เรียกได้ว่าเป็นย่านนำแฟชั่น ถ้าหาสินค้าที่ไหนไม่เจอ ต้องมาเดินที่สำเพ็งรับรองหาเจอทุกราย ไม่ว่าจะเป็นของขวัญ ตุ๊กตา ของตกแต่งบ้าน อุปกรณ์งานประดิษฐ์ กระเป๋า ต่างหู สร้อย แหวน นาฬิกา เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่รับรองว่าเดินเพลินกันทั้งวันไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย และที่สำคัญ สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งหลายต่างหลั่งไหลกันมาที่นี่คือราคา ที่นี่จะขายราคาส่ง ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดทั่ว ๆ ไป ผู้ค้าขายปลีกทั้งหลายจึงไม่รอช้าที่จะมาเดินชอปกันในตลาดทั้งเวลาเช้า สาย หรือกระทั่งตลาดสำเพ็งในเวลากลางคืน

สำเพ็ง กลางวัน

เราเคยเดินตลาดสำเพ็งอยู่ครั้งนึง เวลานั้นเป็นเวลาประมาณ ตีหนึ่งกว่า ๆ บรรยากาศที่เดินคึกคักมาก ผู้คนมากหน้าหลายตาเดินทางมาตลาดสำเพ็ง ในเวลาที่ไม่คิดว่าจะมีคนมาเดินได้ แต่ความลับของตลาดสำเพ็งกลางคืนอยู่ที่ “ราคา” ราคาสินค้าในเวลากลางคืนเป็นราคาส่งที่ถูกมาก โดยจำนวนที่ขายก็ไม่มากเกินไป โดยจะอยู่ที่ 3-6 ชิ้นเท่านั้น จากประสบการณ์นี้ขอบอกเลยว่า คุ้มมาก ๆ ใครที่มีเพื่อนมีแฟน หรือครอบครัวอยากเดินชอปหาของถูก แนะนำให้ไปด้วยกันเลยค่ะ หารสินค้ากันในราคาที่ถูกที่สุด ชนิดที่ว่าไม่เคยเห็นที่ไหนขายราคานี้เลย ไม่แปลกใจเลยว่า ถ้าพูดถึงสินค้าราคาถูกสุดคุ้ม ทำไมทุกคนถึงตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องไปที่สำเพ็ง

ความในใจจากผู้ค้าขายในตลาดสำเพ็ง

.

“สำเพ็งเงียบมาก นักท่องเที่ยวหายหมด”

“...เมื่อก่อนยังคึกคักนะเดี๋ยวนี้ขายไม่ได้เลย...”

.

พ่อค้าสำเพ็ง

“บางวันแทบไม่มีลูกค้า”

“เศรษฐกิจแย่ เมื่อก่อนชาวต่างชาติเดินเยอะ เดี๋ยวนี้ไม่มี”

“...ส่วนมากก็คนจีนมาเดินบ้าง คนแขกก็เดินเยอะ เดี๋ยวนี้ไม่เห็น…”

“...เดี๋ยวนี้คนขายไม่ค่อยมีคนไทยแล้ว คนจีนเขามาเปิดร้านซะเยอะ...”

.

แม่ค้าสำเพ็ง

“คนหันมาซื้อของออนไลน์กันเยอะ ไม่ค่อยได้เข้ามาเดินสำเพ็งกัน...”

.

ผู้ค้าขายในตลาดสำเพ็ง

“ตั้งแต่โควิดมา ตอนนี้ก็ยังขายไม่ค่อยดีเลย”

.

พ่อค้าตลาดสำเพ็ง
พ่อค้าในตลาดสำเพ็ง

ต่อให้ย่านสำเพ็งจะโด่งดังเรื่องสินค้าราคาถูกสักแค่ไหน แต่ทุก ๆ ตลาดต้องไม่พลาดมีร้านขายอาหาร ของกิน หรือเครื่องดื่ม ตลาดแห่งนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยวิถีชีวิตของชาวตลาดสำเพ็ง ที่ภายในตลาดมีครบทั้งผลไม้ ของหวาน ของคาว และเครื่องดื่ม โดยร้านขายอาหารส่วนมากจะมาในรูปแบบรถเข็นเล็ก ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าซอกตรอกซอยในตลาดสำเพ็งแห่งนี้ และอาหารส่วนมากก็มาในรูปแบบกินง่าย ดื่มง่าย เพื่อให้สะดวกต่อผู้คนที่มาเดินซื้อของในตลาด

ร้านรถเข็น ตลาดสำเพ็ง

.

“เนี่ยเดี๋ยวนี้คนเดือดร้อนกันเยอะ ป้าก็เห็นใจเลยอยากทำบุญ”

“วันหยุดป้าก็ออกไปแจกของช่วยเหลือเขาบ่อยนะ”

“...อย่างคนนี้ป้าก็เห็นใจเขา เขาไม่ใช่คนไม่ดีหรอก บางทีเดินมาเอาข้าว ป้าก็ให้ประจำ…”

“...เศรษฐกิจแบบนี้มีอะไรช่วยได้ก็ช่วย ๆ กัน...”

.

แม่ค้าที่ตลาดสำเพ็ง
แม่ค้าที่ย่านการค้าสำเพ็ง

สำเพ็งเหงา

จากที่ได้ฟังความในใจจากผู้ค้าขายในตลาดสำเพ็ง ก็อาจสรุปได้ว่า สำเพ็งในปัจจุบันนี้เงียบเหงากว่าเดิมที่เคยเป็นมากมายนัก อาจด้วยเหตุปัจจัยหลาย ๆ อย่างประกอบรวมกัน ทั้งสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 การปิดประเทศ หรือสภาพเศรษฐกิจที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ กำลังซื้อที่ลดน้อยลง รวมทั้งผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมากที่ไม่สามารถประคองธุรกิจให้เติบโตต่อไปได้ หรืออีกปัจจัยหนึ่ง อาจเป็นพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ที่หันไปใช้บริการร้านค้าออนไลน์กันมากขึ้น เพราะนอกจากจะสะดวกสบายในการเลือกซื้อแล้ว ยังมีบริการส่งถึงที่ แต่อย่างไรก็ดีร้านค้าหลาย ๆ ร้านได้มีการปรับตัวเปิดหน้าร้านออนไลน์กันมากขึ้น แต่ก็ยังมีผู้ค้าอีกหลาย ๆ กลุ่มที่ไม่สามารถเปิดหน้าร้านออนไลน์ได้ ทำให้เกิดคำถามว่า ตลาดที่ไม่มีวันตาย อย่างตลาดสำเพ็งแห่งนี้ จะมีการปรับตัวหรือจะอยู่รอดอย่างไรในสถานการณ์ปัจจุบัน

ตลาดสำเพ็งกลางวัน

ตลาดสำเพ็งที่ฉันเคยรู้จักนั้นคึกคักและแน่นขนัดไปด้วยผู้คนกว่านี้มาก เป็นตลาดที่รวบรวมความหลากหลายทางเชื้อชาติ และเป็นที่หมุนเวียนเศรษฐกิจอีกหนึ่งที่ที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร เป็นอีกหนึ่งแหล่งปากท้องของคนในประเทศที่ดิ้นรนค้าขายเพื่อเอาชีวิตรอดในยุคที่เศรษฐกิจโลกฝืดเคือง ดังนั้นสำเพ็งจึงเป็นตลาดอีกที่หนึ่งที่น่าจับตามองในอนาคตข้างหน้าว่าจะเติบโตไปในทิศทางใด

ตลาดสำเพ็ง กรุงเทพฯ

จากการเดินทางมาเยือนที่ “สำเพ็ง” แห่งนี้ เรียกได้ว่าเป็นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์การค้าขายของคนในเมืองกรุงฯ ที่คงอยู่มาอย่างยาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ชีวิตของผู้คนที่ขับเคลื่อนไป พร้อมเรื่องเล่าตำนานที่ยังคงอยู่ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของย่านการค้าเก่าแก่ที่เป็นที่นิยมของเหล่าพ่อค้าแม่ขายและผู้บริโภคอย่างเรา วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในเมืองกรุงฯในอดีตจนถึงปัจจุบัน อาจสามารถสะท้อนชีวิตความเป็นอยู่ที่จะเปลี่ยนแปลงไปในอนาคตได้ การเดินทางเพื่อรับรู้ความเป็นอยู่และสภาพสังคมในปัจจุบันก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเลยค่ะ ถือว่าได้เรียนรู้ เปิดโลกกว้างและได้ท่องเที่ยวไปในเวลาเดียวกัน 

ร้านค้าในสำเพ็ง

เรายังมีบทท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกเพียบ!