กลับมาพบกันอีกครั้งกับ “จังหวะ จะเที่ยว” ครั้งนี้พฤทพาทุกคนบุกที่เที่ยวกระบี่แบบจัดหนักจัดเต็ม ทั้งเรื่องกินและเรื่องเที่ยว แต่พฤทก็ไม่ลืมนะครับ เที่ยวแบบ New Normal รักษาระยะห่าง กินร้อนช้อนใครช้อนมัน เรื่องง่าย ๆ เพียงเท่านี้ก็พร้อมออกเดินทางล่องใต้ สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ พร้อมรับอาหารทะเลหรอย ๆ ลงท้องให้อิ่มจุใจไปเลยครับ~
แผนที่เที่ยวกระบี่

1บ้านไร่ใหญ่
ใครที่มากระบี่แต่ไม่แวะบ้านไร่ใหญ่ ก็เหมือนจะขาดอะไรไป เพราะที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่อง “เม็ดมะม่วงหิมพานต์” ครับ กรรมวิธีในการผลิตก็น่าสนใจมาก ๆ เพราะทำกันเอง ใส่ใจในทุก ๆ ขั้นตอน ผมเห็นแล้วรู้ได้เลยว่ารสชาติที่ออกมาต้องดีไม่แพ้การผลิตแน่นอนครับ



สำหรับขั้นตอนในการทำ ก็เริ่มจากนำเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่เราแกะมาจากผลมะม่วง มาตากแห้งและนำมาคั่ว ซึ่งถ่านที่ใช้เนี่ย ก็นำมาจากเปลือกที่กะเทาะออกมาครับ เรียกได้ว่าใช้อย่างคุ้มค่ามาก ๆ หลังจากคั่วด้วยความร้อนสูงแล้ว ตัวเม็ดมะม่วงจะคลายน้ำมันออกมา เราต้องนำมาร่อนกับขี้เลื่อยเพื่อไม่ให้ยางกัดมือเวลาเรานำมากะเทาะครับ จากนั้นนำมากะเทาะเปลือกออก และนำไปอบ ก็จะได้เม็ดมะม่วงหิมพานต์รสชาติดีออกมาให้เราได้รับประทานกัน สำหรับใครที่มาเที่ยวกระบี่ อย่าลืมแวะซื้อเป็นของฝากกันนะครับ ราคาเพียงถุงละ 100 บาท เท่านั้นเอง

2ศรีผ่องฟาร์ม
ที่ต่อมาที่พฤทจะพาทุกคนไปเที่ยวกันก็คือ “ศรีผ่องฟาร์ม” เจ้าของฟาร์มคือคุณ “ชวน ภูเก้าล้วน” ครับ ซึ่งที่นี่ถือเป็นฟาร์มแพะที่ครบวงจรมาก ๆ มีทั้งศูนย์การเรียนรู้เชิงเกษตร หรือโรงเรียนแพะ ที่เปิดให้ชาวบ้านหรือบุคคลทั่วไปเข้ามาเยี่ยมชมฟาร์ม เนื่องจากเป็นฟาร์มสาธิตการเลี้ยงแพะที่เป็นมาตรฐานของภาคใต้ และเป็นแหล่งผลิตพ่อพันธุ์แม่พันธุ์แพะ ที่มีทั้งแพะเนื้อพันธุ์พระราชทานอย่าง “Black Bengal Goat” ที่มีผลวิจัยว่าเป็นแพะเนื้อที่อร่อยที่สุดในโลก และแพะนมที่มีสารอาหารมากมาย นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นศูนย์รับซื้อและแปรรูปน้ำนมแพะอีกด้วยครับ



ที่ฟาร์มแพะแห่งนี้มีกิจกรรมมากมายให้นักท่องเที่ยวอย่างพฤทได้เรียนรู้และลองทำ อย่างการรีดนมแพะ โดยปกติที่นี่จะใช้เครื่องครับ แต่มาถึงฟาร์มแพะทั้งที ไม่ลองรีดแบบวิธีดั้งเดิมได้ยังไง ถึงแม้จะไม่คล่องแคล่วสักเท่าไร แต่พฤทก็ตั้งใจรีดนมแพะเต็มที่เลยครับ และใครที่อยากชื่นชมความน่ารักของน้องแพะ ก็สามารถป้อนนมแพะได้ด้วยนะ หลังจากพี่ ๆ พาทัวร์ฟาร์มแพะกันจนเริ่มเหนื่อย ก็พลาดไม่ได้ที่จะลองชิมเนื้อแพะ และน้ำนมแพะสด ๆ จากฟาร์ม พฤทขอบอกเลยครับว่า หรอยจังฮู้~ รสชาติดีไม่มีผิดหวังเลยครับ

3ฟารีดา ข้าวหมกแพะ
หลังจากชิมเนื้อแพะ และน้ำนมแพะจากฟาร์มไปแล้ว ก็ถึงเวลาจัดหนักจัดเต็มกับเมนูแพะแบบจริงจัง กับร้าน “ฟารีดา ข้าวหมกแพะ” ที่คนท้องถิ่นที่นี่แนะนำให้พฤทมาลองครับ และก็ต้องบอกเลยว่า ไม่มีผิดหวังเลย เพราะที่นี่มีเมนูให้เลือกหลากหลายมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องดื่มนมแพะอย่าง “นมแพะชมพู” (ราคา 50 บาท) “ข้าวหมกแพะ” (ราคา 70 บาท) “ข้าวหมกเนื้อ” (ราคา 60 บาท) “ข้าวหมกไก่” (ราคา 50 บาท) และทีเด็ดของที่นี่ก็ต้องนี่เลย “แกงแพะ” (ราคา 80 บาท) ที่เนื้อนุ่มละมุนลิ้น ซุปเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องแกง พร้อมเครื่องเคียงแน่น ๆ บอกเลยว่า พฤทหลงรักเจ้าแพะขึ้นมาทันที



4เกาะกลาง
ลงใต้กันทั้งที ก็ต้องมาหมู่บ้านชาวประมงกันสักหน่อย “เกาะกลาง” เกาะที่มีหมู่บ้านเล็ก ๆ น่ารักอบอุ่น มีกระชังปลา และร้านอาหารทะเล ที่สำคัญมีพื้นที่ปลูกข้าวพันธุ์ดีอย่าง “ข้าวสังข์หยด” ข้าวที่ขึ้นชื่อว่า หอม เหนียวนุ่ม และมีคุณประโยชน์มากมาย ดีต่อสุขภาพ ฟังดูไม่น่าเชื่อว่าจะมีนาข้าวอยู่ที่เกาะแห่งนี้เลยนะครับ น่ามหัศจรรย์มาก ๆ ครับ



พฤทได้เยี่ยมชมกระชังปลาของชาวประมงที่นี่ พฤทรู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ ครับ ที่ได้เห็นเจ้าปลาตัวใหญ่หลากหลายสายพันธุ์แหวกว่ายอยู่ บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของที่นี่ และสะท้อนถึงวิถีชีวิตของชาวกระบี่ได้เป็นอย่างดี แต่ที่พฤทชอบสุด ๆ ก็ตรงที่ได้ทัวร์นาข้าวสังข์หยด ได้รู้กรรมวิธีในการผลิตข้าว และไม่คิดเลยว่าจะได้เจอเจ้าควายที่นี่ พฤทเห็นแล้วก็จัดเพลงเพราะ ๆ สักเพลง ให้เจ้าควายฟังสักหน่อย ฮ่า ๆ สมกับสุภาษิต ดีดกีตาร์ให้ควายฟัง เอ้ย! สีซอให้ควายฟัง


5กระชังบ้านมะหญิง
เที่ยวกันมาทั้งวันแล้ว ท้องของพฤทก็ร่ำร้องหาของกิน และมาถึงถิ่นทะเลใต้ ก็ต้องชิมอาหารทะเล ที่นี่มีร้านอาหารทะเลให้เลือกทานกันหลากหลาย ร้านแรกที่พฤทแวะมาชิมก็คือ “กระชังบ้านมะหญิง” เป็นร้านอาหารทะเลสด ๆ จากกระชัง พฤทเลือกสั่งเมนู “กุ้งซอสมะขาม” (ราคา 700 บาท) “ปลาเก๋า” (ราคา 680 บาท) ปลา 1 ตัวทำได้ถึง 2 เมนู “หอยหวานต้มตะไคร้” (ราคา 190 บาท) โดยราคาจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักของแต่ละเมนูครับ



6กระชังขนาบน้ำวิวซีฟู้ด
และก็มาถึงร้านที่ 2 กันเลยครับ ร้าน “ขนาบน้ำวิวซีฟู้ด” เป็นร้านที่อยู่ไม่ไกลกันนัก สำหรับร้านนี้พฤทสั่งเมนู “ข้าวผัดจานใหญ่” (ราคา 280 บาท) “กุ้งแม่น้ำ” (ราคา 185 บาท) “กุ้งมังกร” (ราคา 430 บาท) “ยำสาหร่ายเขากวาง” (ราคา 180 บาท) “ปูดำ” (ราคา 790 บาท) “ปลาเก๋า” (ราคา 790 บาท) “ปลากะพง” (ราคา 590 บาท) “หอยชักตีน” (ราคา 180 บาท) และ “หอยหวานต้มตะไคร้” (ราคา 150 บาท) เมนูจัดหนักจัดเต็มมากครับ เย็นนี้สุขกายสบายพุงกันเลยทีเดียว สำหรับใครที่แวะมาเกาะกลางที่นี่ อย่าลืมแวะชิมอาหารทะเลจากทั้งสองร้านนี้กันนะครับ สำหรับพฤท ประทับใจทั้งรสชาติและการบริการของทั้งสองร้านเลยครับ



ใครที่กินกันจนอิ่มท้อง อยากเดินย่อย ที่นี่ก็มีจุดขายของที่ระลึกให้เดินเลือกซื้อของฝากกันอีกด้วย มีทั้งเครื่องจักสาน ของเล่น กระเป๋า หรือข้าวของเครื่องใช้น่ารัก ๆ ต่าง ๆ เรียกได้ว่าครบมาก ๆ เลยครับสำหรับเกาะกลางแห่งนี้

7อ่าวท่าเลน
สวัสดียามเช้า วันนี้พฤทตื่นแต่เช้า เพราะตื่นเต้นกับกิจกรรมที่จะได้ทำวันนี้ที่ “อ่าวท่าเลน” นั่นก็คือ การพายเรือคายัคนั่นเอง พฤทได้ยินว่าที่นี่เป็นที่นิยมมาก ๆ เพราะเคยมีกองหนังฮอลลีวูดมาถ่ายทำกันถึงที่จุดชมวิวอ่าวท่าเลนกันเลยทีเดียว พอได้มาสัมผัสสถานที่จริง ขอบอกว่าไม่ผิดหวังเลยครับ อากาศดี วิวสวย เงียบสงบ เหมาะแก่การมาพักผ่อนทำกิจกรรมชิล ๆ มากเลยครับ

ทีเด็ดของอ่าวท่าเลนต้องนี่เลย “หาหอยชักตีน” ซึ่งกิจกรรมที่ว่าเนี่ย ไม่ได้หากันได้ง่าย ๆ ทุกวันนะครับ เพราะต้องรอเวลาน้ำขึ้นน้ำลงกันด้วย ได้ยินมาว่าชาวบ้านที่นี่ ต้องเดินหาหอยกันระยะทางกว่าสิบกิโลเมตรต่อวันกันเลยทีเดียว สำหรับพฤท วันนี้หาได้สัก 5-6 ตัวก็น่าจะพอแล้วครับ ฮ่า ๆ และพฤทขอบอกอีกอย่าง เจ้าหอยชักตีนเนี่ย ไม่ได้มีทุกที่ในประเทศไทยนะครับ รสชาติดี พฤทชิมแล้วติดใจมาก ใครที่อยากลองชิมก็ต้องมาเที่ยวที่กระบี่แล้วละครับ
เป็นยังไงกันบ้างครับ กับทริปลุยที่เที่ยวกระบี่ บุกฟาร์มแพะ แวะหาหอยชักตีนอ่าวท่าเลน พายเรือคายักชมวิวที่เที่ยวกระบี่ ครบรสมาก ๆ ทั้งกิจกรรมสุดมัน อาหารรสเด็ดแบบจัดเต็ม ชื่นชมธรรมชาติที่สวยงาม และได้ทักทายน้องแพะที่น่ารักจนพฤทอยากพากลับบ้านด้วย ฮ่า ๆ การเดินทางครั้งนี้พฤทได้รับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ แล้วก็ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวกระบี่ ซึ่งรู้สึกประทับใจมาก ๆ อยากให้ทุกคนได้มาลองเที่ยวแบบพฤทกันสักครั้ง และทุก ๆ การออกเดินทาง ทุกคนต้องอย่าลืมดูแลตัวเองและคนรอบข้าง ใช้ชีวิตแบบ New Normal กันอยู่เสมอนะครับ ส่วนทริปหน้าพฤทจะพาเที่ยวที่ไหน ติดตามได้ที่เพจ Wongnai Travel รับรองว่ามีทริปสนุกสนานจัดเต็ม ครบทุกอรรถรสแน่นอนคร้าบ~








