เช็ก! แค่อาหารเป็นมิตรหรือเป็นโรคกินไม่หยุด (Binge Eating Disorder)
  1. เช็ก! แค่อาหารเป็นมิตรหรือเป็นโรคกินไม่หยุด (Binge Eating Disorder)

เช็ก! แค่อาหารเป็นมิตรหรือเป็นโรคกินไม่หยุด (Binge Eating Disorder)

ชอบไปกินบุฟเฟ่ต์บ่อย ๆ ไม่จุกไม่ลุก กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม อยากกินของอร่อย ๆ ตลอดเวลา พอน้ำหนักขึ้นก็รู้สึกแย่กับตัวเอง แบบนี้ใช่อาการของโรคกินไม่หยุดหรือเปล่านะ
writerProfile
1 ต.ค. 2021 · โดย

ชอบไปกินบุฟเฟ่ต์บ่อย ๆ ไม่จุกไม่ลุก กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม อยากกินของอร่อย ๆ ตลอดเวลา พอมีเวลาก็ตระเวนหาของกินตลอด ๆ จนน้ำหนักขึ้นไม่หยุด พอน้ำหนักขึ้นก็รู้สึกแย่กับตัวเอง ทำให้ความมั่นใจลดลง เพราะโดนคนทักว่า "เพราะกินแบบนี้ไงถึงอ้วน" , "ลดน้ำหนักได้แล้ว" , "อ้วนแล้วนะ"  แบบนี้ใช่อาการของโรคกินไม่หยุดหรือเปล่านะ แล้วโรคกินไม่หยุด คืออะไร มาเช็กตัวเองกันดีกว่าค่ะ 

โรคกินไม่หยุด หรือ โรค Binge Eating Disorder คือ

โรคกินไม่หยุด คือ

โรคที่ทำให้กินอาหารปริมาณมากกว่าปกติ ในเวลาอันรวดเร็ว กินทั้ง ๆ ที่ไม่มีอาการหิว กินแล้วไม่รู้สึกอิ่ม ไม่สามารถควบคุมการกินของตัวเองได้ กักตุนอาหารไว้ใกล้ตัวตลอดเวลา บางครั้งถ้าหากอาการหนัก อาจจะถึงขั้นที่กักตุนอาหารไว้กินคนเดียวโดยไม่ให้คนอื่นเห็น เพราะรู้สึกละอายใจ และผู้ป่วยมักจะโทษตัวเองที่กินเยอะ รู้สึกหดหู่กับตัวเอง และรู้สึกหดหู่เวลาคนรอบข้างทักว่ากินเยอะเกินไปหรือบอกให้หยุดกิน น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจจะมีการอดอาหารบ้างบางเวลา แต่ไม่มีอาการล้วงคออ้วก หรือมีอาการอยากลดน้ำหนัก ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักจะมีอาการของโรคซึมเศร้าร่วมด้วย มีแนวโน้มที่จะเกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

สาเหตุ ของโรคหยุดกินไม่ได้ Binge Eating คือ 

โรคกินไม่หยุด สาเหตุ
  • ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือบ่อยครั้ง
  • มีภาวะบกพร่องทางจิตใจ เช่น ซึมเศร้า โรคเครียด
  • เคยโดนทักจนขาดความมั่นใจในรูปร่างของตัวเอง
  • เสพติดการลดน้ำหนัก หรือเคยล้มเหลวกับการลดน้ำหนัก
  • มีโรคประจำตัว เช่น โรคอ้วน
  • คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคกินไม่หยุด

ข้อแตกต่างของอาการระหว่างคนกินเยอะแบบปกติกับคนที่เป็นโรคกินไม่หยุด

หลาย ๆ คนอาจจะสับสน ว่าตัวเองเข้าข่ายหรือเปล่า หรือแค่กินเยอะปกติเฉย ๆ อย่างสาว ๆ ช่วงเป็นประจำเดือน อาจจะมีอาการของ PMS ที่ทำให้กินเยอะขึ้น และรู้สึกผิดกับตัวเองทีหลัง แต่โรคกินไม่หยุด อาการจะรุนแรงกว่านั้นค่ะ 

ข้อแตกต่างระหว่างกินเยอะปกติ กับโรคกินไม่หยุด

คนกินเยอะแบบปกติ

  • กินเพราะเหงาปาก กินตามใจปาก
  • ควบคุมการกินของตัวเองได้ อิ่มก็หยุดกิน
  • กินเยอะ อย่างรวดเร็วในเวลาไม่นาน เพราะหิว
  • รู้สึกแย่และโทษตัวเองที่กินมากไป แต่ไม่เครียด
  • กักตุนอาหารไว้เผื่อหิวตอนดึก ๆ หรือกลัวคนแย่ง
  • มีอาการข้างต้นเป็นครั้งคราว ในระยะเวลาสั้น ๆ

คนที่เป็นโรค BED

  • กินทั้ง ๆ ที่ไม่มีอาการหิว
  • ควบคุมการกินของตัวเองไม่ได้ กินจนรู้สึกทรมาณ
  • กินเยอะ อย่างรวดเร็วในเวลาไม่นาน เพราะไม่รู้สึกอิ่ม
  • รู้สึกผิด เศร้า โกรธ และโทษตัวเองที่กินมากเกินไป
  • กักตุนอาหารไว้แอบกินคนเดียว เพราะอายคนรอบข้าง
  • มีอาการตั้งแต่ 1-3 ครั้ง /สัปดาห์ ขึ้นไป

ความเสี่ยงอื่น ๆ ที่จะตามมา หากเป็นโรค Binge Eating Disorder คือ

นอกจากผู้ป่วยเป็นโรคกินไม่หยุดจะทรมาณกับอาการของโรคแล้ว ก็ยังเพิ่มความเสี่ยงอื่น ๆ ที่จะตามมาจากการกินไม่หยุดอีกด้วยค่ะ ซึ่งโรคที่จะตามมา มีดังนี้ค่ะ  

  • โรคเบาหวาน
  • ความดันโลหิตสูง
  • คอเลสเตอรอลสูง
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด
  • มะเร็งบางชนิด
  • โรคถุงน้ำดี
  • อาการซึมเศร้า วิตกกังวล และความผิดปกติทางอารมณ์อื่นๆ

เราเป็น Binge Eating Disorder ทดสอบเบื้องต้นได้ดังนี้ 

มาประเมินอาการคร่าว ๆ ของโรคกินไม่หยุดด้วยตัวเอง โดยการเช็กลิสต์ได้ดังนี้ค่ะ 

เช็กลิสต์ อาการของโรคกินไม่หยุด
  • กินเยอะ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีอาการหิว
  • ไม่รู้สึกอิ่ม หยุดกินไม่ได้ กินจนทรมาณ
  • กินเร็ว แป๊ปเดียวก็กินหมด
  • รู้สึกเศร้า โกรธ และโทษตัวเองที่กินเยอะ
  • รู้สึกหดหู่ เวลามีคนบอกให้หยุดกิน
  • กักตุนอาหารไว้กินคนเดียว พร้อมกินตลอด
  • แอบกินไม่ให้คนอื่นเห็นเพราะอายที่กินเยอะ
  • ไม่ได้อยากลดน้ำหนัก หรือพยายามลด
  • ความมั่นใจในตัวเองลดลง
  • มีอาการ 1-3 ครั้ง /สัปดาห์ ขึ้นไป

** ถ้ามีอาการครบทั้งหมดให้รีบไปปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยและรักษาด้วยการกินยา หรือรักษาภาวะทางจิตใจควบคู่ไปกับการรักษาอื่น ๆ

การรักษาและการลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกินไม่หยุด Binge Eating Disorder

วิธีการรักษาโรคกินไม่หยุด
  • ปรึกษาแพทย์ รักษาด้วยการกินยา
  • ทำความเข้าใจเรื่องโรคกับคนในครอบครัว
  • งดหรือเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ลดความคาดหวังเรื่องรูปร่างตัวเองลง
  • ออกกำลังกายให้มากขึ้น ฝึกเล่นโยคะ
  • เลือกอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
  • ไม่อดอาหาร หรือข้ามมื้ออาหาร
  • จดบันทึกเกี่ยวกับอาหารและอารมณ์

ที่มา 

Mayoclinic. 2018. "Binge-eating disorder" [Online] เข้าถึงได้จาก : https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/binge-eating-disorder/diagnosis-treatment/drc-20353633 สืบค้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2564 

Sharon Liao. 2020. "Do I Have a Binge Eating Disorder?" [Online] เข้าถึงได้จาก : https://www.webmd.com/mental-health/eating-disorders/binge-eating-disorder/do-i-have-a-binge-eating-disorder  สืบค้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2564 

Elise Mandl, BSc, APD. 2019. "Binge Eating Disorder: Symptoms, Causes, and Asking for Help" เข้าถึงได้จาก : https://www.healthline.com/nutrition/binge-eating-disorder สืบค้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2564 

Heather Jones. 2021. "How Binge Eating Disorder Is Diagnosed" เข้าถึงได้จาก : https://www.verywellhealth.com/binge-eating-disorder-diagnosis-5181755  สืบค้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2564 

เช็คตัวเองแล้วเข้าข่ายกันไหมคะ แต่ถ้าใครที่ชอบไปกินบุฟเฟ่ต์บ่อย ๆ ไม่จุก ไม่ลุก กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม อยากกินของอร่อย ๆ ตลอดเวลา เปิดตู้เย็นทุก 5 นาทีแต่ไม่ได้หยิบอะไรมากิน พอมีเวลาว่างก็ตระเวนหาของกินตลอด ๆ จนน้ำหนักขึ้นไม่หยุด พอน้ำหนักขึ้นก็รู้สึกแย่กับตัวเอง แต่ก็ปล่อยวางได้แล้ววนลูปต่อ ให้วินิจฉัยเลยว่าเพื่อน ๆ แค่เป็นโรค “อาหารเป็นมิตร” ไม่ใช่โรคกินไม่หยุด หรือ Binge Eating Disorder แต่อย่างใด เพราะผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้จะรู้สึกทรมาณกว่าคนปกติมาก ๆ ค่ะ นอกจากนี้ ถ้าหากเพื่อน ๆ กำลังลดน้ำหนัก และรู้สึกผิดกับการกินของหวาน ก็ให้คิดซะว่าเดี๋ยวเราก็ไปเบิร์นออกด้วยการออกกำลังกาย อย่ากดดันตัวเองมากเกินไป ก็จะช่วยลดความเครียด และลดความเสี่ยงที่จะเป็น Binge Eating Disorder ได้ค่ะ   

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ