สำหรับทีมสะใภ้อินเตอร์ ที่เจอกับเนื้อคู่ที่เป็นคนต่างชาติ ต้องมาดูเลยค่ะ ว่าถ้าจะขอวีซ่าแต่งงานของแต่ละประเทศจะต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง โดยส่วนใหญ่แล้ว เอกสารจะมีคล้าย ๆ กันเกือบทุกประเทศ เริ่มจากเอกสารที่บ่งบอกว่าแต่ละฝ่ายเป็นใคร พ่อกับแม่เป็นใคร สถานะโสดหรือไม่โสด ความมั่นคงทางการงาน การเงิน ใบรับรองความประพฤติ และหลักฐานที่คบกับจริง ๆ ไม่ได้แต่งงานกันทั้งที่ไม่ได้รู้จักกันดี (เพราะอาจจะเสี่ยงเจอคนไม่ดี หรือมิจฉาชีพได้) แต่ละที่จะแตกต่างกันตรงจำนวนเอกสาร วิธีการและขั้นตอนในการขอวีซ่า การขอวีซ่าแต่งงานของแต่ละประเทศต้องเตรียมอะไรบ้าง ตามไปดูกัน
ขอวีซ่าแต่งงาน วีซ่าสวิตเซอร์แลนด์

เริ่มที่ประเทศแรกกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่ค่อนข้างจะมีหลากหลายภาษาที่ต้องใช้ต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ นิสัยของคนสวิตเซอร์แลนด์ส่วนใหญ่ เป็นคนรักอิสระ และไม่ชอบให้ใครมาบงการชีวิต ชอบให้พูดตรง ๆ มากกว่าที่จะเก็บเงียบ หรือแกล้งทำเป็นโอเค ส่วนใหญ่จะสุภาพ ใจเย็น ซึ่งอาจจะเป็นเสป็คของใครหลายคน สำหรับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนที่จะขอวีซ่าแต่งงานก็จะต้องยื่นขอจดทะเบียนสมรสกันก่อนในประเทศไทย เพื่อยื่นขอวีซ่าเพื่อไปจดทะเบียนสมรสที่สวิตเซอร์แลนด์อีกทีหนึ่ง เอกสารที่ต้องเตรียมในการขอเอกสารเพื่อจดทะเบียนสมรสมีดังนี้
- สำเนาคำร้องขอเตรียมการสมรส
- หนังสือเดินทาง
- สูติบัตร ที่มีชื่อ-สกุล ของบิดามารดา
- ทะเบียนบ้าน หรือแบบรับรองทะเบียนบ้าน
- หนังสือรับรองสถานภาพโสด (อายุไม่เกิน 6 เดือน)
- ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อตัวและชื่อสกุล
- รูปถ่าย 2 ใบ ขนาด 3.5 x 4.5 เซนติเมตร (1.5 นิ้ว)
- ใบรับรองความประพฤติ
- หลักฐานอื่น ๆ ที่บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ เช่น รูปถ่าย การส่งเงินช่วยเหลือ ฯลฯ
เอกสารและหนังสือรับรองต่าง ๆ ต้องแปลเป็นภาษาเยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาเลียนหรืออังกฤษ และรับรองเอกสารที่กระทรวงการต่างประเทศ ยกเว้น หนังสือเดินทางและบัตรประจำตัวประชาชน เสร็จแล้วให้ไปยื่นเอกสารทั้งหมดด้วยตัวเอง ที่สถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทย
ค่าธรรมเนียม : 305 ฟรังก์สวิส และ 40 ฟรังก์สวิส (จ่ายเป็นเงินบาท เรทตามวัน)
หลังจากนั้นทางสถานทูตจะยื่นเอกสารไปที่สถานทูตไทยประจำสวิตเซอร์แลนด์ และใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ถึงจะสามารถสมรส และขอวีซ่าแต่งงานได้ รายละเอียดเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่ EMBASSY OF SWITZERLAND IN THAILAND
ขอวีซ่าแต่งงาน วีซ่านอร์เวย์

หนุ่มนอร์เวย์ ก็เป็นอีกประเทศที่ถูกใจสาวไทยมากเพราะค่อนข้างที่จะใจเย็น รักครอบครัว ช่วยเลี้ยงลูก และดูแลกันแบบแฟร์ ๆ ถ้าอยากอยู่ในประเทศมากกว่า 90 วันจะต้องขอวีซ่าเพื่อพำนักถาวร การยื่นเอกสารต้องกรอกใบคำร้องขอวีซ่าออนไลน์ หักค่าธรรมเนียมล่วงหน้าผ่านบัตรเครดิต และเตรียมเอกสารไปยื่นที่สถานทูตนอร์เวย์ในประเทศไทยก่อน แล้วถึงจะได้รับการพิจารณาวีซ่าจาก UDI ในประเทศนอร์เวย์ การยื่นเอกสาร และเอกสารที่ต้องเตรียมยื่นวีซ่านอร์เวย์ มีดังต่อไปนี้
- ใบคำร้องการขอวีซ่า
- หนังสือเดินทาง
- ใบสูติบัตร
- รูปถ่ายสีขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- ใบรับรองความประพฤติ
- ใบตรวจสุขภาพ
- ใบสอบวัดระดับภาษา
- หลักฐานแสดงความสัมพันธ์
- หลักฐานแสดงความมั่นคง (การงาน การเงิน)
- ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ หรือสกุล
เอกสารและหนังสือรับรองต่าง ๆ ต้องแปลและรับรองเอกสารที่กระทรวงการต่างประเทศ
ค่าธรรมเนียมในการย้ายถิ่นฐานสำหรับวีซ่าแต่งงาน 2,600 NOK (ประมาณ 10,000 บาท) หรือขอวีซ่าประเภทอื่น สามารถดูค่าธรรมเนียมได้จาก เว็บไซตของ UDI
ขอวีซ่าแต่งงาน วีซ่าเยอรมัน

ประเทศเยอรมันเป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนไทยก็ไปอาศัยอยู่เยอะ และเป็นประเทศที่สามารถแต่งงานในระหว่างเพศเดียวกันได้ จุดเด่นของผู้เยอรมัน เป็นคนที่ค่อนข้างขยัน วางแผนเก่ง ตรงต่อเวลา มีความรับผิดชอบ เคารพกฎเกณฑ์และประหยัดมากก! จริงใจ ซื่อสัตย์ และตรงไปตรงมา แรก ๆ อาจจะดูขี้อายนิด ๆ ใครที่เป็นสายรุกก็อาจจะมีโอกาสที่จะได้คุยและพัฒนาต่อถึงขั้นแต่งงานได้ ถ้าอยากขอวีซ่าแต่งงานที่เยอรมัน อาจจะต้องเรียนภาษาเยอรมันไว้ซักหน่อยให้ผ่านในระดับ A1 ก็มีโอกาสที่จะขอวีซ่าแต่งงานได้
- หลักฐานที่ต้องเตรียมในการขอวีซ่าแต่งงานเยอรมัน
- หนังสือเดินทาง หรือ บัตรประชาชน
- รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว 3 รูป
- คำร้องขอวีซ่า
- สูติบัตร หรือ หนังสือรับรองการเกิด
- สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ แบบรับรองทะเบียนราษฎร
- ใบคำร้องเกี่ยวกับงานทะเบียนครอบครัว ขอที่สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง ตึก 3 ถ.นครสวรรค์ แขวงดุสิต (ใกล้สนามม้านางเลิ้ง)
- ใบรับรองสถานภาพโสด ขอที่นายทะเบียนท้องถิ่นตามภูมิลำเนาเกิด
- เอกสารในการเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี)
- ประกาศนียบัตรภาษาเยอรมันขั้นพื้นฐาน ระดับ A1
- หนังสือรับรองค่าใช้จ่ายและภาระผูกพัน ที่ขอจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบ ในประเทศเยอรมนี
- สำเนาหนังสือเดินทางของคู่หมั้น 2 ชุด
- หลักฐานประกันสุขภาพ
เอกสารภาษาไทยทั้งหมดต้องผ่านการแปลเป็นภาษาเยอรมัน และรับรองความถูกต้อง รับรองเอกสารไม่ปลอมแปลงจากสถานทูตเยอรมัน
หลักฐานอื่น ๆ สำหรับคนที่เคยแต่งงานหย่าร้าง และมีลูก สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : สถานทูตเยอรมนี
ขอวีซ่าแต่งงาน วีซ่าอเมริกา

ประเทศที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและมีความอิสระสูง ประชากรเยอะเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และวีซ่าค่อนข้างที่จะขอยากซักเล็กน้อย มีวีซ่าหลากหลายประเภท ทั้งวีซ่า IR1 วีซ่า CR1 และ K-3 ซึ่งแต่ละอย่างก็มีเงื่อนไขแตกต่างกันไป คือ วีซ่า IR1 จะเป็นวีซ่าที่ทำให้สามารถอาศัยอยู่ในประเทศได้ถาวรแบบไม่มีเงื่อนไข และไม่มีกำหนด สามารถทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในอเมริกาได้ตลอดชีวิต วีซ่า CR1 เป็นวีซ่าที่มีเงื่อนไข ได้กรีนการ์ดในการทำงาน อยู่ในอเมริกาได้ไม่มีกำหนดเช่นกัน และเมื่อแต่งงานครบ 2 ปีขึ้นไปก็สามารถยื่นคำร้องขอยกเลิกเงื่อนไขได้ ส่วนวีซ่าที่เราจะพูดถึงในวันนี้คือวีซ่า K-3 คือวีซ่าแต่งงานแบบไม่ย้ายถิ่นฐาน และมีอายุ 2 ปี โดยขั้นตอนในการยื่นขอวีซ่ามีดังนี้
ขั้นตอนแรก ยื่นเอกสารที่อเมริกา โดยให้คนอเมริกาเป็นคนยื่น
ยื่นแบบฟอร์ม I-129F ที่ USCIS โดยเตรียม
- หนังสือเดินทางของทั้งคู่
- ใบรับรองการสมรสของทั้งคู่
- จดหมายการดำเนินการสำหรับแบบฟอร์ม I-130
- บันทึก I-94 (ถ้ามี)
- รูปถ่ายแบบหนังสือเดินทาง
- รูปถ่ายลักษณะหนังสือเดินทางของคู่สมรส
รอผลจนกว่าจะผ่าน หลังจากผ่านแล้วไปยื่น DS-160 และชำระค่าธรรมเนียมที่สถานทูต โดยเอกสารและข้อมูลทั้งหมด ทางสถานทูตในอเมริกา จะยื่นเอกสารมาให้ทางสถานทูตในประเทศไทยให้ดำเนินการต่อ เอกสารเพิ่มเติมที่ต้องยื่นเพิ่มเติมที่สถานทูตอเมริกาในประเทศไทย ได้แก่
- ใบสำคัญการสมรสของทั้งคู่
- หลักฐานแสดงความสัมพันธ์
- หนังสือเดินทางของคนไทย
- สูติบัตร
- หนังสือรับรองการสนับสนุน (แบบฟอร์ม I-864)
- ใบรับรองความประพฤติ
- ผลการตรวจสุขภาพ
- หลักฐานการเสียภาษีปีล่าสุดของชาวอเมริกัน
- รูปถ่ายพาสปอร์ต 2 รูป
- หลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมที่อเมริกา
ขอวีซ่าแต่งงาน วีซ่าอังกฤษ

ประเทศที่มีค่าครองชีพที่ค่อนข้างสูง อาจจะใช้ชีวิตดูซีเรียสและจริงจังกับชีวิต แต่ก็เป็นเสน่ห์ที่สาวไทยหลาย ๆ คนชอบ เพราะเป็นคนที่ดูมีอนาคต นอกจากนี้ยังสุขุม ไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของกันและกัน ตรงต่อเวลา และชอบวางแผนการใช้เงิน เพราะภาษีแพง และค่าครองชีพก็สูง สำหรับหนุ่มอังกฤษ อาจจะไม่รู้จักคำว่า “งอน” สาว ๆ ที่ขี้งอน ขี้น้อยใจ อ่อนไหวกับคำพูดตรง ๆ อาจจะอยู่ด้วยกันลำบาก ถ้าได้แต่งงานกันแล้วคนอังกฤษก็จะเป็นคนที่ค่อนข้างดูแลครอบครัวดี และชอบสาว ๆ ที่มีความเป็นแม่บ้านแม่เรือนสูง ยิ่งถ้าทำกับข้าวเก่ง ๆ จะยิ่งเข้าทาง สำหรับการขอวีซ่าอังกฤษ ถึงจะเป็นวีซ่าแต่งงานก็จะไม่ใช่วีซ่าถาวร ยกเว้นว่าอยู่นาน ๆ อยากเปลี่ยนประเภทวีซ่า ต้องกลับประเทศมาแล้วขอวีซ่าใหม่สำหรับอาศัยถาวร เอกสารที่ต้องเตรียมดังต่อไปนี้
กรอกแบบฟอร์มยื่นคำร้องขอวีซ่าจาก VFS ชำระค่าธรรมเนียมและกำหนดวันนัดหมายเพื่อยื่นคำร้องที่สถานทูต
- ทะเบียนสมรส ใบสำคัญการสมรส
- หลักฐานว่าคบกัน รูปถ่ายคู่ กับครอบครัว เพื่อน แชทที่คุยกัน ฯลฯ
- หนังสือเดินทาง
- ใบสูติบัตร
- ทะเบียนบ้าน
- บัตรประชาชน
- ใบเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล
- เอกสารแสดงการทำงาน
- ผลสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ A1 หรือ B1
- ผลตรวจสุขภาพ (ตรวจจุดที่ปอด)
- เอกสารของสปอนเซอร์ (หนังสือเดินทาง, เอกสารส่วนตัว, หลักฐานที่อยู่บ้าน, แหล่งที่มารายได้, Bank statement ย้อนหลัง 6 เดือน, เอกสารการเสียภาษีเงินได้)
เอกสารที่เป็นภาษาไทย จะต้องแปลและรับรองจากสถานทูต
รายได้ของอีกฝ่ายจะต้องผ่านเกณฑ์ก่อนถึงจะสามารถขอวีซ่าแต่งงานได้ ควรเตรียมเอกสารให้พร้อม ปริ้นท์เอกสารแบบฟอร์มทุกอย่างออกมาและอย่าลืมตรวจสอบความถูกต้อง
ขอวีซ่าแต่งงาน วีซ่าออสเตรเลีย

ประเทศที่ค่าแรงสูงในอันดับต้น ๆ ของโลก ค่อนข้างเปิดกว้างต่อคนต่างชาติ และมีคนไทยอาศัยอยู่เยอะไม่แพ้ประเทศอื่น ๆ แถมภูมิอากาศก็ใกล้เคียงกับประเทศไทย หนุ่มออส เขาก็มีหลากหลาย นิสัยก็ค่อนข้างชิล ๆ รักธรรมชาติ รักสุขภาพ อัธยาศัยดี ใจดี ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา รักครอบครัว บ้างาน และรู้จักการใช้เงิน ใครที่รู้จักแล้ว ส่วนใหญ่มักจะรู้สึกหลงรัก และอยากคบไปถึงขั้นสร้างครอบครัวด้วยกัน ส่วนการขอวีซ่าออสเตรเลียสำหรับวีซ่าแต่งงานมีเอกสารที่ต้องยื่นดังต่อไปนี้
- กรอกแบบฟอร์มใบสมัครวีซ่าออนไลน์
- เอกสารส่วนตัว (บัตรประชาชน สำเนาทะเบียยนบ้าน ใบสูติบัตร ฯลฯ)
- เอกสารส่วนตัวของสปอนเซอร์ (คนออสเตรเลีย)
- ใบรับรองความประพฤติของทั้งคู่
- รูปถ่ายติดวีซ่า 2 ใบ ขนาด 4.5 x 3.5 cm ทั้งคู่
- ฟอร์ม 888 จากพยานชาวออสเตรเลีย 2 คน
- หลักฐานความสัมพันธ์ (รูปถ่าย จดหมาย ฯลฯ)
- แบบฟอร์ม 40SP กรอกและรับรองโดยสปอนเซอร์
- แบบฟอร์ม 80 กรอกและรับรองด้วยตัวเอง
- แบบฟอร์ม 1221 กรอกและรับรองด้วยตัวเอง
หลังยื่นหลักฐานและเอกสารต่าง ๆ ผ่านแล้ว จะมีการแสกนลายนิ้วมือที่สถานทูต และ ตรวจสุขภาพ
สามารถดูลิ้งค์เอกสารและรายละเอียดเพิ่มเติมรวมถึงค่าธรรมเนียม ได้ที่ : สถานทูตออสเตรเลีย
ขอวีซ่าแต่งงาน วีซ่าเกาหลี

สำหรับใครที่จะไปเป็นสะใภ้เกาหลีก็อาจจะต้องไปลงเรียนภาษาไว้เตรียมตัวที่จะขอวีซ่าแต่เนิ่น ๆ โดยสถาบันที่ไปเรียน จะต้องรับรองจากสถานทูตเกาหลีด้วย มีแค่ 4 สถาบันเท่านั้นในประเทศไทย คือ 1. Korean Education Center 2. ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีแห่งประเทศไทย 3. โรงเรียนสอนภาษาเซจง (จังหวัดเชียงใหม่) 4. โรงเรียนสอนภาษาเซจง (จังหวัดมหาสารคาม) โดยไปเรียนขั้นต่ำ 120 ชั่วโมง ถ้าไม่ได้เรียนในสถาบัน ต้องผ่านการสอบวัดระดับภาษาเกาหลี Topik ขั้นต่ำ ระดับ 1 และต้องสมรสกันเรียบร้อยแล้วถึงจะสามารถขอเอกสารแต่งงาน หรือวีซ่า F-6 ได้ เอกสารจำเป็นอื่น ๆ ที่ต้องเตรียมเพื่อยื่นขอวีซ่าแต่งงานเกาหลี มีดังต่อไปนี้
- กรอกแบบฟอร์มขอวีซ่า
- พาสปอร์ตตัวจริง/สำเนา
- รูปถ่ายพื้นหลังสีขาว ขนาด 3.5 x 4.5 ซม. 1 รูป
- เอกสารประวัติการขอหนังสือเดินทาง
- ใบแสดงความสัมพันธ์การสมรส และใบแสดงความสัมพันธ์ครอบครัว
- เอกสารความมั่นคง ใบรับรองการงาน การเงิน
- ใบรับรองการเข้าอบรมโปรแกรมการแต่งงานระหว่างประเทศ
- ใบตรวจสุขภาพ ใบรับรองความประพฤติ
- ผลสอบวัดระดับภาษาเกาหลี
- หลักฐานในการคบกัน (แชทที่คุย รูปภาพตลอดระยะเวลาที่คบกัน)
- เอกสารเพิ่มเติม เช่น ใบสำคัญการหย่า หรือใบเปลี่ยนชื่อนามสกุล
เอกสารทั้งหมดแปลเป็นภาษาเกาหลี และรับรองเอกสารที่สถานทูต
สำหรับรายละเอียดเอกสารของคนเกาหลีและเอกสารเพื่อขอวีซ่า สามารถดาวน์โหลดได้ที่ : สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย
ขอวีซ่าแต่งงาน วีซ่าไทย

การขอวีซ่าแต่งงานประเทศไทย เป็นวีซ่าไม่ถาวร และสามารถอยู่ได้สูงสุด 90 วันหมดอายุแล้วสามารถต่อได้อีก 1 ปี เรียกว่า Non-O หรือ Spouse Visa เป็นวีซ่าที่ชาวต่างชาติขอเพื่อมาอาศัยอยู่ในประเทศไทย สำหรับคนที่มีภรรยาและสามีเป็นคนไทย หรือติดตามสมาชิกในครอบครัวที่เข้ามาทำงานในไทย อย่างชาวต่างชาติที่มาทำงานในประเทศไทยแล้วอยากพาครอบครัวมาอยู่ด้วย ก็สามารถขอวีซ่าประเภทนี้ได้ วีซ่าแต่งงาน หรือวีซ่า Non-O ที่ขอจะต้องต่ออายุล่วงหน้า 1 เดือนก่อนที่จะหมดอายุ ไม่งั้นอาจจะโดนค่าปรับได้เอกสารที่ต้องเตรียมเพื่อยื่นขอวีซ่าแต่งงานไทยมีดังต่อไปนี้
- พาสปอร์ต ตัวจริงและสำเนาทุกหน้าพร้อมลายเซ็น
- หน้าบัญชีธนาคาร กสิกรหรือไทยพาณิชย์ ต้องมีเงินในบัญชีอย่างน้อย 4 แสนบาท ย้อนหลัง 2 เดือนก่อนยื่นวีซ่า
- สำเนาทะเบียนบ้านของคนไทย
- สำเนาบัตรประชาชนของคนไทย
- สำเนาทะเบียนสมรส
- สำเนาใบบันทึกสมรส (ใบคร. 2) ขอที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอที่สะดวก
- รูปถ่าย 2 นิ้ว 3 ใบ
- รูปแต่งงาน รูปครอบครัว 10 ใบ รูปสี
สำเนาทุกอย่างต้องเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
และต้องยื่นเอกสารทั้งหมด ภายใน 3-4 อาทิตย์ และต้องส่งก่อนวีซ่าหมด 3 สัปดาห์
เอกสารต่าง ๆ สามารถดาวน์โหลดได้จาก : กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง
นอกจากจะเจอกันและได้พิสูจน์ความรักที่มีต่อกันแล้ว ก็ต้องฝ่าด่านอื่น ๆ อย่างการเรียนรู้ถึงวัฒนธรรมของกันและกัน ความต่างของภาษา ทัศนคติ และด่านสุดท้ายคือการยื่นเอกสารขอวีซ่าเพื่อให้ได้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งอีกด้วย ถ้าบินไปเจอกันบ่อย ๆ หรือใช้เวลาร่วมกันมาก ก็จะยิ่งมีเปอร์เซ็นต์ในการผ่านสูงขึ้น ใครที่วางแผนขอวีซ่าแต่งงานเพื่อย้ายประเทศ ก็ขอให้ได้วีซ่ากันทุกคนเลยนะคะ อย่าลืมระวังเรื่องอายุของเอกสารแต่ละชนิดด้วยนะ เพราะถ้าเอกสารเลยกำหนดเวลามาแล้ว อาจจะทำให้เสียเวลามากกว่าเดิมได้ หรือใครงบถึง จะพึ่งเอเจนซี่ให้ช่วยเตรียมเอกสารกันพลาดก็ได้
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ


