ในยุคที่หลาย ๆ คนรอบข้างประสบความสำเร็จ มองไปทางไหนก็เจอแต่คนที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วด้วยตัวชี้วัด อย่างจำนวนเงินในบัญชีธนาคาร รถหรู บ้านหลังโต การมีหน้าตาทางสังคม หลายคนอาจจะเจอวิกฤติปัญหาชีวิตนี้ ทำให้รู้สึกว่าทำไมเรายังไม่ประสบความสำเร็จแบบคนอื่นบ้าง แต่ขอบอกเลยว่ามีเพื่อนอีกเยอะ ที่ประสบกับวิกฤตชีวิตแบบนี้ ลองมาเช็กลิสต์กันดีกว่า ว่าเข้าข่ายไหม
เช็คลิสต์ Quarter-life crisis

- รู้สึกว่าตัวเองไม่เก่ง
- กังวลเกี่ยวกับอนาคต
- คนรอบข้างเริ่มแต่งงาน มีลูก
- ไม่มีเงินเก็บ หรือเงินเดือนไม่พอใช้
- ไม่มีบ้าน ไม่มีรถ ไม่มีอาชีพมั่นคง
- ไม่รู้ว่าชีวิตควรจะไปทางไหน
- รู้สึกเหงา เบื่อ ท้อกับชีวิต
- คนรอบข้างเริ่มเสียชีวิต
- ไม่พอใจกับชีวิตที่เป็นอยู่
- มีพ่อแม่ต้องดูแล แต่ยังเอาตัวเองไม่รอด
Quarter-life crisis หรือ Mid-life Crisis คือ
วิกฤตชีวิตที่มักจะเกิดขึ้นกับคนในช่วงวัยกลางคน หรือคนอายุ 30-65 ปี เป็น Life Crisis ช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิตที่ทำให้ส่งผลต่ออัตลักษณ์และความมั่นใจในตัวเอง จากข้อมูลของ Federal Reserve Board ระบุว่า 33% ของ Gen-Z และ 25% ของ Millennials ตกงานในช่วงการระบาดใหญ่นี้ เทียบกับ 14% ของ Baby Boomers ทำให้มีคนจำนวนไม่น้อย พบเจอกับวิกฤตชีวิตที่เรียกว่า Quarter-life crisis และคนอายุที่น้อยกว่า 30 ปี ก็สามารถพบเจอกับปัญหานี้ได้ ในขณะที่มีคนจำนวนน้อยมาก ๆ ประสบความสำเร็จ จากเบื้องหลังที่ถูกปิดบังไว้ แต่ยังมีคนส่วนใหญ่ที่อยู่ในภาวะความไม่มั่นคงในชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคต ไม่ว่าจะเป็นจากอาชีพ ความสัมพันธ์ และสถานการณ์ทางการเงิน หรือที่ในปัจจุบันเรียกกันว่า Quarter-Life Crisis ซึ่งจะเกิดในช่วงวัยที่เป็นรอยต่อทางความคาดหวังของสังคมและของตนเอง เช่น ชีวิตหลังเรียนจบในระดับมหาวิทยาลัยที่ส่วนใหญ่เราต่างคาดหวังกันว่าจะได้ทำงานดี ๆ เงินเดือนสูง ๆ แต่หากเราไม่ได้งานหรือเงินเดือน ตามที่หวังอาจทำให้เกิดภาวะที่รู้สึกว่าตนเองล้มเหลว หรือเมื่อเปลี่ยนผ่านจากวัยรุ่นเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เต็มตัวเมื่ออายุประมาณ 30 ปี ซึ่งตามความคาดหวังของสังคมและของตนเองของคนส่วนใหญ่แล้ว จะมีความรู้สึกว่าช่วงวัยนี้ของชีวิตต้องมีบ้าน มีรถ มีความมั่นคงทางด้านการเงิน เมื่อเราไม่มีในสิ่งเหล่านี้ ก็อาจนำมาซึ่งความผิดหวังในตัวเอง รู้สึกว่าเราคือคนที่ล้มเหลวในชีวิต หรือแม้กระทั่งรู้สึกว่าตนเองคือพวกขี้แพ้ ความรู้สึกเหล่านี้จะยิ่งหนักหนาขึ้นหากเราเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนที่ประสบความสำเร็จที่อาจมีอายุเท่าเรา หรือน้อยกว่าเรา หรือแม้กระทั่งเพื่อนในวัยเด็กที่เรารู้สึกว่าไม่เอาไหน ขี้เกียจเรียน แต่ทำไมตอนนี้ถึงประสบความสำเร็จมากกว่าเรา บางคนอาจจะมีภาระที่ต้องเลี้ยงทั้งลูก และเลี้ยงดูพ่อแม่ด้วย แบกความคาดหวังไว้สูง และเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับชีวิตของคนอื่น ทำให้รู้สึกเศร้าและน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตา หรือการเปลี่ยนแปลงในชีวิต เช่น คนรอบข้างเริ่มเสียชีวิต การพบเจอกับความพลัดพรากซ้ำแล้วซ้ำเล่า การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายอื่น ๆ และการที่เรานำความสำเร็จของคนอื่นมาเปรียบเทียบกับสิ่งที่เราตัดสินตัวเองว่าล้มเหลวนั้น จะทำให้เรายิ่งรู้สึกด้อยค่าตัวเอง ความรู้สึกด้านลบที่เกิดขึ้นเหล่านี้นอกจากนำมาซึ่งความเครียดแล้ว ยังจะนำมาซึ่งปัญหาที่ดูจะหนักหนากว่านั้น นั่นคือการสูญเสีย self esteem เพราะเมื่อเรารู้สึกสูญเสียคุณค่าในตัวเองแล้ว อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต และนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตในระยะยาวได้
Midlife Crisis รับมือยังไง
หากเราลองปรับความคิดให้ช้าลง แล้วทบทวนว่า Quarter-Life Crisis เกิดจากอะไร เราอาจพบว่าจริงแล้วมันไม่ใช่ปัญหา หรือถ้าเป็นปัญหา มันอาจเกิดขึ้นจากความคิดของเราเอง แต่เราสามารถรับมือได้โดยการ
- พาตัวเองไปรับพลังงานดี ๆ
เพื่อนคนไหนที่กำลังรู้สึกหมดไฟ ไม่รู้ว่าชีวิตต้องการอะไร ลองออกไปหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในการใช้ชีวิต ลองผ่อนคลายตัวเองลงบ้าง อย่ากดดันตัวเอง หรือเอาตัวเองไปเปรียบกับคนอื่นมากเกินไป หยุดพยายามทำให้คนอื่นพอใจในตัวเรา - อย่ายึดติด ยอมรับการเปลี่ยนแปลง
เมื่อเจอกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิต อย่างความเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย หรือการที่คนรอบข้างเสียชีวิต เราอาจจะรู้สึกผิดหวังหรือรู้สึกว่ารับมือกับการเปลี่ยนแปลงไม่ทัน แต่ถึงอย่างไรก็เป็นความจริงที่เราจะต้องยอมรับให้ได้ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง การไม่ยึดติด จะทำให้เรามูฟออนได้ไว และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ - ตั้งเป้าหมายใหม่ เริ่มจากจุดเล็ก ๆ ไปจุดที่ใหญ่ขึ้น
ก่อนที่จะประสบความสำเร็จ ทุกคนต้องมีช่วงที่ยากลำบากเสมอ ถึงแม้ว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ อาจจะไม่ประสบความสำเร็จในทีเดียว ก็ลองตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ และทำให้สำเร็จก่อน จะทำให้รู้สึกสนุก ไม่รู้สึกท้อ และทำให้เกิดความภูมิใจในตัวเอง - ชมตัวเองบ่อย ๆ
ความสำเร็จของคนเรานั้นต่างกัน การที่เราได้มีชีวิตอยู่และทำในสิ่งที่ชอบก็ถือว่าเป็นความสำเร็จในรูปแบบหนึ่งแล้ว การที่เราพยายามซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่ยอมแพ้ ก็เป็นข้อดีที่เราสามารถใช้ชมตัวเองได้โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากคนอื่น - สร้างความภาคภูมิใจในตัวเอง
วันไหนที่เรารู้สึกว่าไม่มีคุณค่า ลองออกไปช่วยเหลือหมาแมวจร หรือคนอื่น ๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ การช่วยเหลือหรือน้ำใจเล็ก ๆ ของเรา สามารถสร้างประโยชน์ให้คนอื่นได้
Reference :
Forbes. Tess Brigham. 2021. "Managing A Quarter Life Crisis In The Midst Of A Crisis" [Online] เข้าถึงได้จาก : https://www.forbes.com/sites/tessbrigham/2021/03/24/managing-a-quarter-life-crisis-in-the-midst-of-a-crisis/?sh=33cb26476393 สืบค้นเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565
สร้างความสำเร็จในนิยามของตัวเองขึ้นมา ว่าเราต้องการความสำเร็จแบบไหน ต้องการความสำเร็จเหล่านั้นจริงหรือเปล่า ทุกคำถามเหล่านี้จะช่วยให้คิดทบทวนไตร่ตรองถึงความต้องการตัวเอง สุดท้ายเราอาจพบว่าที่เรากำลังเหนื่อยอยู่นี้เป็นเพราะเราพยายามใช้ชีวิตตนเองไปตามความต้องการของกระแสสังคม เพราะหลายวิกฤตในชีวิตที่เราคิดว่าเกิดขึ้นในชีวิต เป็นเพราะเราเอาวิกฤตตามค่านิยมของสังคม หรือของคนอื่นมาครอบงำตัวเราเอง สุดท้ายแล้วหากเราหลีกหนีช่วงชีวิต Quarter-Life Crisis ไม่พ้น เราก็ยังเลือกได้ว่าจะทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร ทำความเข้าใจกับตัวเองอย่างไร และเลือกที่จะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ


