วิธีลดหย่อนภาษี 2568 (ภาษีปี 2567) เป็นยังไง มีอะไรลดหย่อนได้บ้าง!
  1. วิธีลดหย่อนภาษี 2568 (ภาษีปี 2567) เป็นยังไง มีอะไรลดหย่อนได้บ้าง!

วิธีลดหย่อนภาษี 2568 (ภาษีปี 2567) เป็นยังไง มีอะไรลดหย่อนได้บ้าง!

อัปเดตข้อมูล คำนวนยื่นลดหย่อนภาษี 2568 มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง พร้อมกับเงื่อนไขช้อปดีมีคืนแบบใหม่ ที่หลายคนอาจจะยังงงๆ มาดูกันเลย ว่าลดหย่อนภาษี 2568 มีอะไรบ้าง
writerProfile
20 ม.ค. 2025 · โดย

สำหรับหลาย ๆ คนแล้ว เรื่องภาษีคือเรื่องที่ทำให้รู้สึกปวดหัวและรู้สึกยุ่งยากไม่น้อย จนรู้สึกไม่อยากจะยื่นจ่ายภาษี เพราะกลัวคำนวณผิดแล้วโดนค่าปรับย้อนหลัง วันนี้ Wongnai Beauty มีวิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบง่าย ๆ มาให้เพื่อน ๆ ได้ลองคำนวณภาษีกันดูค่ะ บอกเลยว่าง่ายนิดเดียว ! แน่นอนว่าขนาดเวลาช็อปปิ้ง ชาวเรายังตามหาโค้ดส่วนลด ภาษีเขาก็มีส่วนลดให้เช่นกันนะ ! มาดูกันค่ะ ว่าเราสามารถใช้ส่วนลดอะไรได้บ้างในการลดหย่อนภาษี ใครที่เตรียมจะยื่นลดหย่อนภาษี 2568 นี้ต้องรู้ไว้เลย !

คำนวณยื่นลดหย่อนภาษี 2568 มีอะไรใช้เป็นส่วนลดได้บ้าง?

ถ้าเป็นมือใหม่ในการยื่นลดหย่อนภาษี แต่ไม่รู้ว่ามีรายการอะไรบ้างนี่คือข้อมูลทั้งหมดที่ทุกคนควรรู้ค่ะ เพราะว่าจะได้รวบรวมเทคนิคในการลดหย่อนรวมถึงจะได้คํานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ด้วย ทั้งนี้รายการของการลดหย่อนภาษีจะไม่ได้แตกต่างกันมากค่ะ ว่าแต่รายละเอียดต่าง ๆ และการคํานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทำยังไงได้บ้าง ตามไปดูกันต่อได้เลยค่ะ

คำนวณยื่นลดหย่อนภาษี 2568 มีอะไรใช้เป็นส่วนลดได้บ้าง?

ลดหย่อนภาษีหมวดค่าใช้จ่ายส่วนตัวและครอบครัว

  • ลดหย่อนภาษีส่วนตัว ทุกคนที่จะยื่นแบบสามารถใช้ส่วนลดได้ทุกคน คนละ 60,000 บาท ไม่ว่าจะมีเงินเดือนเท่าไหร่ก็ตาม เช่น ถ้าหากเราได้ค่าจ้างใน 1 ปี เป็นเงิน เกินกว่า 120,000 บาท จะได้ส่วนลด 60,000 บาท เท่ากับว่าเราต้องยื่นรายได้ทั้งปี เป็นยอด 60,000 บาทนั่นเองค่ะ
  • ลดหย่อนภาษีคู่สมรส สำหรับคนมีคู่ และมีการจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย และอีกฝ่ายไม่มีรายได้ จะได้ส่วนลด 60,000 บาท หากนำรายได้ของทั้งสองมารวมกันและยื่นแบบพร้อมกัน
  • ลดหย่อนภาษีบุตร บุตรที่ถูกต้องตามกฎหมาย อายุต่ำกว่า 25 ปี จะยื่นลดหย่อนภาษีได้ไม่จำกัดจำนวนคน แต่ถ้าหากเป็นบุตรบุญธรรม จะยื่นสูงสุดได้แค่ 3 คน คนละ 30,000 บาท ถ้ามีทั้งบุตรบุญธรรมและบุตรที่ถูกต้องตามกฎหมาย รวมกันสูงสุดยื่นได้แค่ 3 คน โดยมีเงื่อนไขดังนี้
    • อายุไม่เกิน 20 ปี
    • ถ้าอายุ 21 - 25 ปี ต้องศึกษาอยู่ในระดับ ปวส.ขึ้นไป
    • บุตรมีเงินได้ไม่ถึง 30,000 บาทต่อปี
    • กรณีบุตรคนที่ 2 ขึ้นไปเกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป จะสามารถลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท

      **บุตรที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ที่สามารถยื่นลดหย่อนภาษีบุตรได้ ต้องเป็นบุตรที่เป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ

  • ลดหย่อนค่าฝากครรภ์/คลอดบุตร สำหรับคุณแม่ที่ฝากครรภ์ หรือคลอดบุตร จะได้ลดหย่อนภาษีตามจ่ายจริง ไม่เกิน 60,000 บาท หากคลอดลูกแฝด ก็จะได้ส่วนลดสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท เช่นกัน แต่ถ้าเป็นคุณแม่ที่ไม่มีรายได้ สามารถให้สามีเป็นคนยื่นแทนได้ สามารถใช้ลดหย่อน และนำไปรวมกับสิทธิการเบิกค่าฝากครรภ์/คลอดบุตรจากสวัสดิการรัฐและเอกชน ได้ แต่ต้องห้ามเกิน 60,000 บาท
  • ลดหย่อนค่าเลี้ยงดูพ่อแม่ สามารถลดหย่อนได้ไม่เกิน 4 คน ทั้งพ่อแม่ของตัวเอง และของคู่สมรส คนละ 30,000 บาท รวมทั้งหมด ไม่เกิน 120,000 บาท พ่อแม่หรือบิดามารดา ต้องอายุ 60 ปีขึ้นไป มีรายได้ในปีนั้น ๆ ไม่เกิน 30,000 บาท บิดามารดาของคู่สมรส จะยื่นลดหย่อนได้ หากคู่สมรสไม่มีรายได้ แต่ถ้ามีรายได้จะไม่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ และถ้ามีลูกหลานหลายคน สามารถใช้สิทธิยื่นลดหย่อนภาษีได้แค่คนเดียว
  • ลดหย่อนค่าเลี้ยงดูผู้พิการหรือบุคคลทุพลภาพ 60,000 บาท การใช้สิทธิลดหย่อนต้องมีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมาย หรือเป็นคนทุพพลภาพที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี

    การลดหย่อนภาษีหมวดนี้ สามารถใช้สิทธิซ้ำกันได้ เช่น ถ้าบุตร/บิดามารดา เป็นผู้พิการหรือทุพลภาพ จะได้ส่วนลดในการลดหย่อนภาษีได้สูงสุด คือ 30,000+60,000 = 90,000 บาท

ลดหย่อนภาษีหมวดประกันชีวิต

  • ลดหย่อนภาษีประกันชีวิต/ประกันสะสมทรัพย์ ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 100,000 บาท
    ต้องเป็นประกันที่มีความคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป มีผลตอบแทน ไม่เกิน 20%
  • ประกันสุขภาพ ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 25,000

    **ทั้งประกันชีวิตและประกันสุขภาพ ถ้ามีหลายเล่ม และต้องการจะลดหย่อน สองรายการรวมกันต้องไม่เกิน 100,000 บาท

  • ประกันสุขภาพพ่อแม่ ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 15,000 บาท
    โดยพ่อแม่ต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี ถ้าลูก 2 คน สามารถช่วยหารกันจ่ายได้ เช่น สูงสุด 15,000 บาท ยื่นลดหย่อนคนละ 7,500 บาทได้
  • เงินประกันสังคม มาตรา 33, มาตรา 39, มาตรา 40  ลดหย่อนตามยอดจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 9,000 บาท 
  • ประกันชีวิตแบบบำนาญ ตามจ่ายจริงไม่เกิน 200,000 บาท ต้องเป็นประกันที่มีความคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป

    **ประกันชีวิต/ลงทุนเพื่อการวางแผนเกษียณ รวมกันทั้งหมดไม่เกิน 500,000 บาท
    เช่น ประกันชีวิต 10,000 บาท + ประกันสะสมทรัพย์ 20,000 บาท + ประกันสุขภาพ 25,000 บาท = 55,000 บาท แบบนี้ยื่นได้

ลดหย่อนภาษีหมวดการลงทุน

  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/กบข./กองทุนสงเคราะห์ 15% ของรายได้ สามารถใช้สิทธิ์ยื่นรวมกันทั้งหมดได้ ไม่เกิน 500,000 บาท
  • กองทุน RMF 30% ของรายได้ ไม่เกิน 500,000 บาท และถืออย่างน้อย 10 ปี ลดหย่อนรวมกับ SSF และรายการที่ 1 ด้านบนได้ แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท
  • กองทุน SSF 30% ของรายได้ ไม่เกิน 200,000 บาท เงื่อนไขเดียวกับ RMF
  • กองทุนการออม (กอช.) ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 13,200 บาท
  • ค่าธรรมเนียมรับชำระด้วยบัตรเดบิต ตามจ่ายจริง สำหรับคนที่ได้ค่าจ้าง ค่าวิชาชีพอิสระ ค่ารับเหมาทั้งค่าแรงและค่าของ หรือเงินได้การประกอบธุรกิจอื่น ๆ
  • ลงทุนธุรกิจวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ตามจ่ายจริง ไม่เกินปีละ 100,000 บาท

ลดหย่อนภาษีหมวดกระตุ้นเศรษฐกิจ

  • ดอกเบี้ยซื้อที่อยู่อาศัย ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 100,000 บาท
    ถ้าใครกู้ซื้อบ้าน คอนโด หรือที่อยู่อาศัย สามารถนำดอกเบี้ยที่จ่ายไปยื่นลดหย่อนภาษีได้ และสามารถใช้สิทธิมากกว่า 1 ที่ เช่น มีทั้งบ้านและคอนโด สามารถยื่นได้ทั้งสอง แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท
  • Easy E-Receipt ให้สิทธิลดหย่อนภาษีตามที่จ่ายจริงสูงสุด 50,000 บาทต่อคน
    ทั้งนี้จะไม่ใช่สินค้าทุกรายการที่จะเข้าร่วมโครงการนะคะ ก่อนจะใช้สิทธิสามารถตรวจสอบรายชื่อร้านค้าที่เข้าร่วมรายการก่อนเป็นอันดันแรก หลังจากเลือกซื้อเสร็จแล้วให้ขอใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงวันที่ 1 ม.ค. – 15 ก.พ. 2567 เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการรับสิทธิหักค่าลดหย่อนภาษีในช่วงต้นปี 2568 นั่นเองค่ะ

ลดหย่อนภาษีหมวดเงินบริจาค

  • เงินบริจาคทั่วไป ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังลดหย่อน
  • บริจาคเพื่อการศึกษา/กีฬา/พัฒนาสังคม/รพ.รัฐ จะได้รับการลดหย่อนภาษี 2 เท่าของเงินบริจาค <10% หลังลดหย่อน เช่น ถ้าบริจาค 2,000 บาท จะสามารถหักลดหย่อนได้ 2 เท่า คือ 4,000 บาท การบริจาคผ่านระบบ e-Donation สามารถนำมาลดหย่อนได้
  • บริจาคให้พรรคการเมือง ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 10,000 บาท

สูตรคำนวณลดหย่อนภาษีอย่างง่าย

  • รายได้ทั้งปี - รายจ่ายทั้งปี - ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ
  • เงินได้สุทธิ x อัตราภาษี = เงินที่ต้องจ่ายภาษี

เช่น 500,000 - 100,000 - 60,000 = 430,000 (เสียภาษี 10%)
เงินที่ต้องจ่ายภาษี จะเท่ากับ (430,000 - 150,000) x 10% = 2,800 บาท

หรือถ้าใครไม่อยากคำนวนเอง สามารถใช้โปรแกรมคำนวณภาษีได้ ที่นี่

เป็นอย่างไรบ้างคะ ในการคํานวณภาษี 2567 นี้ถือว่าไม่ยากเลยใช่ไหมคะ สำหรับใครที่ไม่รู้จะลดหย่อนภาษียังไง ก็ลองคำนวณดูตามรายการด้านบนเลย ถ้าใครวางแผนมาดี เผลอ ๆ อาจจะได้ภาษีคืนด้วย ใครที่ยังไม่ได้ยื่นภาษี ต้องรีบวางแผนกันแล้วนะคะ เพราะถ้าโดนภาษีย้อนหลังมา บอกเลยว่าหน้าซีดกันทุกคน ถ้าไม่อยากจ่ายภาษีแบบจุก ๆ ก็ต้องรีบวางแผนกันตั้งแต่วันนี้เลย สามารถยื่นออนไลน์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-8 เมษายน 2568 กันเลยนะ แต่ถ้าจะไปยื่นเอง ยื่นได้ถึงแค่ 31 มีนาคม 2568 เท่านั้น ตั้งปฏิทินกันไว้เลย อย่าลืมกันนะทุกคน 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ