สำหรับใครที่อาจจะประสบพบกับความไม่ไว้ใจใคร หรือแม้แต่คนที่เข้ามาใหม่ในชีวิตก็ยังรู้สึกไม่ไว้วางใจ นี่เป็นอาการของ Trust Issues ค่ะ ทุกคน! หลาย ๆ คนอาจนึกไม่ถึงว่าตัวเองเคยเป็นหรือกำลังจะเป็นก็ได้ วันนี้ Wongnai Beauty จะพาทุกคนไปทำความรู้จัก trust issues คืออะไร? มีกี่ประเภท และมีสัญญาณเตือนแบบไหนบ้างกันเผื่อใครเช็กลิสต์แล้วรู้ว่าภาวะความไม่ไว้ใจคนเกิดขึ้นจะได้รับมือได้ทัน
ทำความรู้จักกับ Trust Issues คืออะไร?

Trust Issues คือ การที่เราไม่สามารถไว้ใจใครได้ง่าย ๆ อาจมีความกลัวผสมอยู่ทำให้เราไม่กล้าที่จะเปิดใจ ซึ่งอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นจากประสบการณ์ในอดีตที่ทำเราฝังใจจนไม่ กล้า ที่จะเชื่อใจใครได้อีก แน่นอนว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นอาจจะเกิดจากประสบการณ์ตรงในอดีตที่แฟนหรือคู่รักของเราโกหก นอกใจ หรือทำสิ่งที่เราไม่ไว้ใจก็ได้ อีกประเด็นที่อาจเกิดขึ้นได้คืออาจเกิดจากความทรงจำในวัยเด็กที่เห็นความสัมพันธ์ของพ่อแม่ หรือคนใกล้ตัวโกหก นอกใจ ทะเลาะกัน ไปจนถึงการใช้ความรุนแรง
ต้องบอกว่าสาเหตุเหล่านี้ส่งผลต่อความคิดเราในเรื่องของ ความเชื่อใจ หรือ ความรักที่ดีไม่มีอยู่จริง ทุกคนพอเห็นภาพไหมคะ ว่าเมื่อมันสะสมในใจก็จะส่งผลกระทบตต่อความสัมพันธ์ปัจจุบันได้ เช่น มีแฟนแต่คบกันได้ไม่นานก็ต้องเลิกกัน ไม่กล้ามีความสัมพันธ์ระยะยาว หรือมีความรักมักเจอแต่คนที่ทำให้ไว้ใจไม่ได้ ความรู้สึกทั้งหมดนี้อาจก่อให้เกิดกำแพงในใจสำหรับการสร้างความสัมพันธ์ต่อ ๆ ไปได้นั่นเองค่ะ
เมื่อเกิด "ความไม่ไว้ใจ" ที่อาจทำลายความสัมพันธ์ พร้อมสัญญาณเตือน!

สำหรับความไม่ไว้ใจสิ่งนี้ไม่ได้จะอยู่กับเราตลอดไปนะคะ เพราะบางครั้งสถานการณ์หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันก็ไม่น่าไว้วางใจจริง ๆ อันนี้เราไม่นับ ซึ่งถ้าสถานการณ์ที่เกิดมันมีการพูดคุยกันได้จนเข้าใจกันก็จบแค่นั้นเลย ที่เราบอกแบบนี้เพราะว่าจริง ๆ แล้วมนุษย์มีกลไลในการป้องกันตัวเองอย่างหนึ่งซึ่งเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Defense Machanism ซึ่งเราจะพยายามป้องกันตัวเองจากความเจ็บปวด การถูกหักหลัง การนอกใจ หรือการโดนทอดทิ้งในตัวเองอยู่แล้วค่ะ
แต่ในบางคนอาจจะมีอาการที่มากกว่าคนปกติทั่วไป ทีนี้เรามาดูแบบลงรายละเอียดกันหน่อยว่ามีสัญญาณบ้างที่จะบอกเราได้ว่ากำลังมีปัญหาเรื่องความไม่ไว้ใจหรือกลัวการที่จะเชื่อใจคนอื่น
- กลัวการเริ่มต้นใหม่ : นี่เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในความสัมพันธ์ การเริ่มต้นใหม่เป็นเรื่องยากเสมอ เพราะเราอาจจะไม่กล้าเปิดใจกลัวว่าความสัมพันธ์ครั้งใหม่ที่เกิดขึ้นจะจบลงแบบเดิม
- ไม่กล้าที่จะมีความสัมพันธ์แบบผูกมัดในระยะยาว : ผู้คนเหล่านี้สามารถมีความสัมพันธ์ได้ในระยะสั้น หรือเพียงชั่วคราวแค่นั้น รวมถึงพวกเขาไม่กล้าพัฒนาความสัมพันธ์ให้ดำเนินไปสู่ขั้นตอนตต่อไปได้ เช่น การเป็นแฟนอย่างชัดเจน หรือแม้แต่การวางแผนการแต่งงาน เป็นต้น
- มีพฤติกรรมที่ชอบจับผิดอยู่บ่อยครั้ง : คนที่มีภาวะการไว้ใจคนอื่นมักจะคอยสังเกตหรือจับผิดว่าอีกฝ่ายนอกใจหรือเปล่า เพราะมักจะนึกถึงภาพที่อีกฝ่ายทำร้ายจิตใจ และจากเราไปเหมือนครั้งก่อน ๆ แน่นอน สิ่งเหล่านี้จะสร้างความบั่นทอนความสัมพันธ์ จนเกิดการทะเลาะกันได้บ่อยครั้งด้วย
- มักได้เจอแต่คนที่ทำให้รู้สึกไม่ไว้ใจ : เพราะเราอาจจะเป็นคนที่ดึงดูดคนเหล่านั้นเข้ามาหา หรือไม่ก็อาจจะเป็นพฤติดรรมของเราที่ชี้นำจนเกิดสถานการณ์แบบนั้นโดยที่เราเองก็ไม่ได้ตั้งใจ
ต้องบอกว่าการที่เราไม่ค่อยไว้ใจคนอื่นอาจจะมีเหตุการณ์ที่เลวร้ายอย่าง Worst Case Scenario เกิดขึ้นได้ในทุกความสัมพันธ์ ฉะนั้นเราอยากให้ทุกคนเตรียมตัวรับมือกับอาการเหล่านี้
- ภาวะซึมเศร้า (Depression)
- ความวิตกกังวล (Anxiety)
- อาการตื่นตระหนก (Panic Attack)
อาการเหล่านี้เป็นกลไกของการป้องกันตัวเองของเราที่เป็นดั่งดาบสองคมเลยค่ะ เพราะถ้าเรามีในระดับที่พอดีก็อาจจะช่วยทำให้เราไม่โดนหลอกบ่อย ๆ จากการเรียนรู้ในความสัมพันธ์ แต่ถ้าเรามีมากจนเกินไปสิ่งนี้อาจกลายเป็นการทำร้ายจิตใจตัวเองทางอ้อมเหมือนกัน แน่นอนว่าถ้ามีมากเกินไปจนเกิดเป็นโรคทางจิตวิทยาอย่างโรคกลัวการไว้ใจคนอื่น (Pistanthrophobia) เลยก็อาจจะเป็นไปได้ค่ะ
พฤติกรรม 4 ประเภทของ Trust Issues ที่อาจพบเจอได้!

- ชอบจับผิด (More Wrong Than Right) : อาการที่เกิดขึ้นคือมักชอบคอยจับผิดคนและเหตุการณ์ต่าง ๆ เสมอ แม้ว่าเรื่องนั้นอาจจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งสาเหตุเหล่านั้นเกิดขึ้นจากความรู้สึกไม่ไว้ใจ
- ขี้อิจฉา (Jealously) : ไม่ชอบที่จะให้คู่รักของเราอยู่นอกสายตา หรือไปเจอกับคนอื่น ๆ เลย มีแต่ความหึงหวง เอาแต่ใจ อยากบงการ และมักแสดงความเป็นเจ้าของและโมโหร้าย ระแวงแม้กระทั่งคนใกล้ตัวอย่างเพื่อนสนิท ญาติ หรือแม้แต่คนที่พบเจอเดินสวนกันก็อาจจะเกิดอาการได้
- โรคกลัวการไว้ใจคนอื่น (Pistanthrophobia) : ต้องบอกว่าผู้คนที่เป็นโรคนี้จะมีความกลัวที่มากกว่าคนปกติทั่วไป ซึ่งเขาจะมีอาการวิตกกังวล (Anxiety) และอาการตื่นตระหนก (Panic Attack) ร่วมด้วย ทั้งนี้มักเกิดจากความคิดและจินตนาการที่นึกถึงสถานการณ์เลวร้ายที่สุดล่วงหน้าเอาไว้ก่อนแล้วนั่นเอง
- การกลัวการเลือกคู่ผิด (Broken Picker Syndrome) : สำหรับคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มอาการที่กลัวว่าตัวเองจะเลือกคบคนผิด เลือกคู่ผิด หรือคิดอยู่ตลอดเวลาว่าอาจจะมีคนที่ดีกว่านี้แน่ ๆ ความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากความไม่ไว้ใจ ไม่มั่นใจในตัวเอง และคิดว่าตัวเองจะตตัดสินใจเลือกคนรักผิดอยู่เสมอ ๆ
วิธีการจัดการกับปัญหาในความสัมพันธ์เบื้องต้น!
- สังเกตพฤติกรรมตัวเองในเรื่องของความสัมพันธ์
ก่อนอื่นอยากให้ทุกคนสังเกตตัวเองว่าเคยมีอาการชอบจับผิดมาก่อนหรือเปล่า ถ้าเคยมีหรือเริ่มที่จะมีอาการไม่กล้าเปิดใจ ไม่ไว้ใจ หรือไม่อยากเชื่อใครง่าย ๆ ให้นึกถึงประสบการณ์ที่นำพาไปสู่ความรู้สึกนี้ค่ะ ลองคิดดูว่ามันมาจากเหตุการณ์ไหน เกิดขึ้นกับเราโดยตรงเลยหรือไม้ หรือว่าเป็นแค่ภาพจำในอดีตเพื่อที่เราจะได้หาทางแก้ไขความรู้สึกเหล่านั้นนั่นเองค่ะ
- เปิดใจด้วยการคุยปัญหากับอีกฝ่ายแบบ Deep Conversation
เมื่อทุกคนหาสาเหตุที่เป็นต้นทางเจอแล้วสามารถเอาสิ่งนี้ไปคุยกับอีกฝ่ายได้ ให้ใช้วิธีการ Deep Convasation ในการพูดคุยเพราะการพูดกันแบบลึกซึ้งโดยตรงอาจช่วยให้อีกฝ่ายเข้าใจปัญหา และร่วมกันหาทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้นได้ แน่นอนว่าการพูดคุยกันจะช่วยสร้างความเข้าใจกันและกันมากขึ้น ส่งเสริมให้เรามั่นใจในตัวเองและคู่รัก นำไปสู่การพัฒนาความสัมพันธ์ไปด้วยกันได้ดีมากขึ้น
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือ หานักจิตบำบัด พูดคุย
สุดท้ายถ้ารู้สึกว่าเราไม่สามารถที่จะรับมือกับอาการหรือภาวะที่เกิดขึ้นได้จริง ๆ ไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ด้วยตัวเอง เราแนะนำให้มองหานักจิตบำบัดหรือผู้เชี่ยวชาญในการรักษา เพื่อที่ทุกคนจะได้ก้าวผ่านช่วงเวลาเหล่านี้ไปได้อย่างสวยงาม ทั้งนี้ต้องบอกว่าวิธีการนี้ทุกคนจะต้องเปิดใจและยอมรับในสิ่งที่ตัวเองกำลังเผชิญอยู่ก่อนแล้วนะคะ ถึงจะหายไม่งั้นการไปรักษาจะไม่มีประโยชน์เลยค่ะ
เรียนรู้ที่จะสร้างความไว้ไว้ใจให้กลับมาอีกครั้ง!
อย่างที่เรามีความเชื่อเรื่องของความไว้ใจว่าหากเสียไปแล้วไม่มีทางที่เราจะได้กลับมาอีกแน่นอน แต่เราคิดว่า Trust Issues สามารถรักษาได้และในการรักษาก็ต้องให้เวลาเยียวยา อย่าเร่งรีบจนเกินไปแล้วเพราะความไว้ใจเสียไปหนึ่งครั้งไม่ว่าจะเป็นผู้กระทำหรือผู้ถูกกระทำมันไม่ได้ใช้เวลาแค่ 1 - 2 วันในการสร้างให้ความเชื่อมั่นนั้นกลับมาแน่นอนค่ะ
- เริ่มต้นสร้างความไว้ใจผ่านเรื่องเล็ก ๆ : อย่างแรกคือให้ทุกคนมองหาวิธีเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อทำให้อีกคนไว้วางใจในตัวเรา คิดหรือจินตนาการให้น้อยลงก็ช่วยได้ เมื่อมีภาพจำใหม่ ๆ เข้ามาซัพพอร์ตความเชื่ออย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยสร้างความไว้ใจกลับมาได้
- พยายามคิดในแง่บวกเข้าไว้ : พยายามไม่คิดลบกับคนที่เราอยากสร้างความสัมพันธ์ด้วย เปิดใจให้จริง และเปิดใจให้กว้าง จะช่วยลดความไม่วางใจผู้คนได้ในระดับหนึ่ง
- ฝึกไว้วางใจอย่างระมัดระวัง : การเชื่อใจคนง่ายเกินไปก็อาจจะทำให้เราผิดหวังซ้ำ ๆ ได้ ฉะนั้นเรียนรู้ที่จะไว้ใจแบบพอดี ดูว่าใครเชื่อถือได้ วางใจหรือไว้ใจได้ ก็ค่อย ๆ ฝึกที่จะมั่นใจในการเชื่อใจใครสักคนอย่างซื่อสัตย์
- ให้โอกาสตัวเองที่จะมีความสุข : การไม่ไว้ใจคนอื่นมักสร้างความทุกข์มากกว่าสุขอยู่แล้ว เพราะงั้นเมื่อเลือกจะพัฒนาความสัมพันธ์ทั้งกับตัวเองและคนอื่นก็ควรให้โอกาสตัวเองมีความสุขบ้างไม่งั้นการใช้ชีวิตจะยากและเหนื่อยมาก ๆ เลย
เพิ่มเติม : ถ้าสิ่งที่เราบอกมาทั้งหมดมันใช้เวลามาก ๆ หรือลองทำแล้วไม่สามารถดีลกับตัวเองได้จริง ๆ เราแนะนำว่าลองเปิดใจพูดคุยกับนักจิตบำบัดเพื่อปรับพฤติกรรมและวิธีคิดจะดีกว่า อย่างน้อยทุกคนจะได้มีชีวิตที่มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นกับตัวเองด้วยนั่นเอง
สุดท้าย Trust Issues สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงวัยของการใช้ชีวิตเลยค่ะ เราอยากให้ทุกคนระวังแบบไม่ระแวงเพราะหากมีความสัมพันธ์ให้พึงระลึกเสมอว่าเขาไม่ใช่คนในอดีต ถ้าเรามีสติและคิดได้แบบนี้ทุกอย่างจะค่อย ๆ ดีขึ้นค่ะ และทุกอาการที่เกิดขึ้นรักษาได้ผ่านพฤติกรรมและความเชื่อ ขอให้ทุกคนมีสุขภาพจิตที่ดีนะคะ
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ


