7 ข้อควรรู้ เกี่ยวกับเมโสหน้าใส

7 ข้อควรรู้ เกี่ยวกับเมโสหน้าใส

ใครอยากไปทำเมโสหน้าใส แต่ยังไม่แน่ใจ อยากให้มาศึกษาข้อมูลก่อนไปทำจริงค่ะ วันนี้เรารวบรวมข้อควรรู้เกี่ยวกับเมโสหน้าใสมาให้แล้ว!
25 ก.พ. 2019 · โดย

ทุกวันนี้เวลาเดินเข้าคลินิกความงาม ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ไหนต่างก็ขยันโปรเมททรีตเมนต์เมโสหน้าใสมาให้สาว ๆ ได้ลองทำสวยกันแบบไม่น้อยหน้า ด้วยเทคโนโลยีล่าสุดที่ใช้เข็มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอน ส่งผ่านวิตามินและสารบำรุงอื่น ๆ เข้าสู่ชั้นด้านในผิวแบบถึงที่ แต่หลายคนอาจจะมีคำถามว่า จริง ๆ แล้วเมโสคืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง และจะได้ผลจริงไหม วันนี้ Wongnai Beauty ได้หาคำตอบเรื่องเมโสมาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ อยากให้สาว ๆ ได้ศึกษากันก่อนจะไปทำจริงนะคะ 

1. เมโสหน้าใสคืออะไร ?

เมโสหน้าใส ก็คือการทำทรีตเมนต์รักษาปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ ฝ้า กระ หรือจุดด่างดำต่าง ๆ โดยใช้เข็มขนาดเล็กในการเจาะผ่านเข้าไปในผิวหนังชั้นกลาง (เรียกว่าชั้น Meso) เพื่อนำสารจำพวกมัลติวิตามิน แอนติออกซิเดนท์ หรือสารบำรุงผิวตัวอื่น ๆ ไปยังชั้นผิวหนังด้านใน ซึ่งเป็นส่วนผสมของครีมที่ดูดซึมยาก ช่วยเพิ่มคอลลาเจนในชั้นผิวให้เต่งตึงคล้ายผิวแอปเปิ้ลค่ะ

Meso

2. เมโสหน้าใส เจ็บหรือไม่ ? 

คำว่าเข็มมักจะมากับความรู้สึกหวาดเสียวอยู่เสมอ (เราก็เป็นค่ะ) จริง ๆ แล้วการฉีดเมโสจะไม่เจ็บค่ะ เพราะเราแทบจะไม่รู้สึกถึงเข็มที่เจาะลงไปเลย เนื่องจากเข็มที่ใช้มีขนาดเล็กมาก และแทงลงไปในชั้นผิวลึกประมาณ 5-10 มิลลิเมตรเท่านั้น อาจจะมีเพียงแต่ความร้อนที่อาจรู้สึกได้เล็กน้อย ซึ่งจะหายไปในเวลาประมาณ 10-20 นาที ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องดีเนอะ เพราะว่าเราสามารถสวยได้โดยไม่เจ็บตัวนั่นเอง!

เมโส
เมโส

Source : 1

3. เมโสช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

สารที่ฉีดเข้าไปเป็นสารบำรุงที่มีประโยชน์ต่อผิว ช่วยทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น ลดริ้วรอย และหน้าเรียบเนียนสม่ำเสมอ แต่เนื่องจากผิวหน้าของแต่ละคนมีลักษณะต่างกัน เราควรให้คุณหมอตรวจประเมินเพื่อจะได้ทราบว่าผิวหน้าของเรานั้นเหมาะกับเมโสตัวไหนก่อน ซึ่งเค้าจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มดังนี้ค่ะ

  • เน้นหน้าขาว มีส่วนผสมของวิตามินต่าง ๆ เช่น Vitamin A, B,C และ E, Transamin และ Glutatione
  • เน้นหน้าใส จะมีส่วนผสมของคอลลาเจน และ โคเอนไซม์ เป็นหลัก ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ให้ผิวฟูขึ้น กระชับรูขุมขน
  • เน้นลดสิว-แก้ผื่น จะช่วยลดการอักเสบ ขับสารพิษที่สะสมออก ช่วยลดสิว เมโสยี่ห้อที่มีจุดเด่นด้านนี้คือ มาเด้-คอลลาเจน
เมโส
เมโส

Source : 1, 2

4. เทคนิคแบบสะกิด VS แบบ 16 จุด

การฉีดเมโสหน้าใสมีอยู่ 2 เทคนิคค่ะ ได้แก่ แบบสะกิดและแบบ 16 จุด ซึ่งทั้งสองแบบก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ทางที่ดีอยากแนะนำให้ฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นนะคะ เพราะถ้าระหว่างฉีดไม่สะอาดพอจะเกิดการอักเสบติดเชื้อตามมาได้ (ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นกับคนไข้ที่ซื้อเมโสมาฉีดเองค่ะ) ซึ่งเราได้ทำตารางเปรียบเทียบความต่างของเมโสทั้งสองเทคนิคมาให้ดูแล้วจ้า

Meso

5. ผลลัพธ์อยู่ได้นานเท่าไหร่ ?

การฉีดเมโสใน 1 เดือนแรกจะฉีดอาทิตย์ละครั้ง และหลังจากนั้นจะฉีดทุก ๆ 2 อาทิตย์เพื่อคงสภาพไว้ และเมโสหน้าใสไม่มีแบบถาวรนะคะ เค้าจะสลายหมดไม่มีสารตกค้างจ้า

  • เริ่มเห็นผลประมาณ 3 วันหลังฉีด
  • เห็นผลเต็มที่ประมาณ 7-14 วัน
  • อยู่ได้นานประมาณ 1-2 เดือน

6. เหมาะกับใครบ้าง ?

  • คนที่ขี้เกียจทาครีม และต้องการผลที่ไวกว่าการทาครีม
  • คนที่ไม่มีเวลาดูแลตนเอง อดนอน ทำงานหนัก
  • คนที่มีปัญหาสิวและผดผื่น หน้าไม่เนียน
เมโส
เมโส

Source : 1

7. มีข้อเสียอะไรบ้าง ?

บางรายอาจเกิดแผลเป็นขึ้นบนใบหน้า หากแพทย์แทงเข็มเข้าไปในชั้นผิวที่ลึกกว่าที่ควร ซึ่งสาว ๆ ควรเลือกทำกับแพทย์ผู้ชำนาญการเท่านั้น หรือในกรณีของคนที่ผิวบาง อักเสบง่ายก็อาจจะได้รับผลกระทบที่รุนแรง ผิวหน้าอาจมีการอักเสบรุนแรง หรือเกิดความผิดปกติได้ นอกจากนั้นหลังจากการทำทรีตเมนต์ควรจะต้องรักษาความสะอาดผิวหน้าเป็นพิเศษ เพราะผิวอาจจะติดเชื้อง่าย หรือเกิดสิวจากการสะสมของแบคทีเรีย ฟังแล้วดูน่ากลัวใช่ไหมล่ะคะ เพราะฉะนั้นสาว ๆ ต้องเลือกใช้บริการจากคลินิกที่มีมาตรฐาน ได้รับการรับรอง และต้องเป็นแพทย์ผู้ชำนาญการเท่านั้นนะ! 

Cover Source : 1, 2, 3