“ขอบตาดำ” เป็นปัญหาที่ไม่เข้าใครออกใคร บางคนพยายามนอนเร็วขึ้น บางคนก็พยายามหาอายครีมดี ๆ แพง ๆ มาทาหวังว่าจะดีขึ้น แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ผล นั่นเพราะจริง ๆ แล้วสาเหตุขอบตาดําที่เราเป็นอยู่นั้นเกิดจาก “โรคภูมิแพ้” ไม่ได้เกิดจากการนอนดึกแต่อย่างใด วันนี้ Wongnai Beauty จะพาทุกคนไปรู้จักขอบตาดำที่เกิดจากโรคภูมิแพ้ พร้อมวิธีรักษาแบบตรงจุดกันค่ะ
“ขอบตาดำจากโรคภูมิแพ้” คืออะไร?

ขอบตาดำจากโรคภูมิแพ้ (Allergic Shiner) คือ การที่ผิวบริเวณใต้ดวงตามีสีดำคล้ำจากโรคภูมิแพ้ โดยหลัก ๆ แล้วมักจะเกิดจากภูมิแพ้จมูกอักเสบ หรือภูมิแพ้ตา ผู้ป่วยภูมิแพ้จมูกอักเสบมักจะมีอาการน้ำมูกไหล คัดจมูก คันจมูก และจาม ผู้ป่วยที่มีอาการคัดจมูกเรื้อรัง เยื่อบุจมูกมักจะบวม การบวมจะทำให้เลือดดำไหลผ่านได้ยาก เลือดดำจึงคั่งอยู่บริเวณใต้ตาล่างทำให้ผิวบริเวณใต้ตาล่างดำนั่นเอง ส่วนผู้ป่วยภูมิแพ้ตา จะมีอาการคันตา เคืองตา อาการเหล่านี้ทำให้เผลอขยี้ตาแรง ๆ ส่งผลให้ผิวหนังรอบดวงตาดำคล้ำ หรือมีรอยเหี่ยวย่นเกิดขึ้น
เช็ก! เราขอบตาดำจากโรคภูมิแพ้จริงหรือเปล่า?

แน่นอนว่าอาการของขอบตาดำจากภูมิแพ้ อาการสำคัญที่สังเกตได้อย่างชัดเจนคือ ผิวบริเวณรอบดวงตาจะมีสีดำคล้ำ อีกทั้งยังมีอาการน้ำมูกไหล คัดจมูก คันจมูก และจามร่วมด้วย หรือใครที่เป็นภูมิแพ้ตา ก็จะมีอาการคันตา เคืองตา และแสบตาร่วมด้วยเช่นกัน
แต่สำหรับใครที่ขอบตาดำเฉย ๆ ไม่ได้มีอาการของภูมิแพ้ แสดงว่าเราไม่ได้เป็น “ขอบตาดำจากโรคภูมิแพ้” แต่เราแค่นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือดื่มน้ำน้อยเฉย ๆ เพียงแค่เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ อาการขอบตาดำก็จะดีขึ้นเองค่ะ
ไอเทมสำหรับ “รักษาขอบตาดำ” ที่สาว ๆ ควรมี

Eucerin Thiamidol Eye Serum เป็นตัวช่วยลดรอยคล้ำรอบดวงตาให้ดูกระจ่างใสใน 2 สัปดาห์ ด้วยหลากกลไกสำคัญ และหลายส่วนผสม ตัวหลักที่มาช่วยเรื่องความคล้ำใต้ตา คือ ไทอามิดอล สารไบรท์เทนนิ่งที่ดีที่สุด และมีลิโคชาลโคน ช่วยป้องกันการเกิดความหมองคล้ำใหม่ อีกทั้งยังช่วยบูสและเติมความชุ่มชื้น ด้วย ไฮยาลูรอนิคและโอลิดกเพพไทด์ นอกจากนี้ยังมี คูลลิ่งแอพพลิเคเตอร์ ที่ปลอบประโลม ลดอาการบวมใต้ตา ให้รอบดวงตาดูสดใส โดยรวมคือลดรอยคล้ำใต้ตาที่แก้ไขยากได้ และช่วยให้รอบดวงตากระจ่างใสได้จริง

ผลการพิสูจน์จากผู้ใช้งานจริง

สำหรับใครที่ยังไม่มั่นใจมาดูบทพิสูจน์จากผู้ที่ทดลองใช้จริงกันดีกว่าค่ะ ว่าเสียงส่วนใหญ่ที่ใช้งานกันเขาได้ผลลัพธ์จากการใช้งานยังไงบ้าง
- 98% รอยคล้ำรอบดวงตาลดลง
- 98% เติมความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก ผิวรอบดวงตาดูอิ่มฟู
- 98% ผิวรอบดวงตากระจ่างใสขึ้นใน 2 สัปดาห์
- 98% ช่วยลดเลือนรอยรอบดวงตาอย่างเห็นได้ชัด
- 97% ใต้ตาดูสว่างสดใสขึ้น
- 95% ผิวรอบดวงตาดูสดใสขึ้นทันทีที่ใช้
จะเห็นได้ว่าจากการทดลองใช้งานจริง Eucerin Spotless Brightening Eye Serum ถือเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับสาว ๆ ที่ขอบตาดำ อีกทั้งยังปลอดภัย เพราะผ่านการทดสอบจากจักษูแพทย์มาแล้ว ฉะนั้นใครที่อยากลดความคล้ำรอบดวงตาสามารถเลือกไอเทมนี้ไปลองใช้ได้เลยค่ะ ช้อปออนไลน์ได้ที่ Eucerin และ Watsons
ขั้นตอนการใช้งาน Eucerin Thiamidol Eye Serum

ต้องบอกว่า Eucerin Thiamidol Eye Serum ใช้งานง่ายมาก ๆ เลยค่ะ เราสามารถลงตัวเซรั่มบริเวณรอบดวงตาตามจุดที่ต้องการได้เลย จากนั้นใช้แอพพลิเคเตอร์นวดเพื่อปลอบประโลมผิวรอบดวงตา และใช้นิ้วนวดเป็นขั้นตอนสุดท้ายเพื่อให้เซรั่มซึมเข้าผิว หากใช้เป็นประจำและนวดตามท่าที่แนะนำก็จะช่วยทำให้เห็นผลได้ดีมากยิ่งขึ้น อีกทั้งหากเราใช้ตัวเซรั่มควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของ Eucerin ก็ทำให้ผิวหน้าของเราสว่างกระจ่างใสมากขึ้นอีกด้วย
7 วิธีรักษา “ขอบตาดำจากโรคภูมิแพ้”

1. พบแพทย์เพื่อรักษาอาการภูมิแพ้ให้ดีขึ้น** : อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าขอบตาดํานี้ ต้นเหตุมันเกิดจากโรคภูมิแพ้ ฉะนั้นการไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการภูมิแพ้ให้ดีขึ้นถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดค่ะ
2. หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ : เช่น ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ และฝุ่นละออง จะยิ่งทำให้อาการภูมิแพ้แย่ลง ซึ่งบางคนอาจจะแพ้ไม่เหมือนกัน ดังนั้นควรเช็กตัวเองอยู่เสมอว่าเราแพ้อะไรบ้าง
3. พยายามอย่านอนดึก และพักผ่อนให้เพียงพอ : การนอนดึกและการพักผ่อนไม่เพียงพอ จะส่งผลให้ร่างกายของเราอ่อนแอ ทำให้อาการภูมิแพ้ที่เป็นอยู่แย่ลง
4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ (อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง) : การออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ทำให้อาการภูมิแพ้ดีขึ้น และเมื่ออาการภูมิแพ้ดีขึ้นขอบตาที่ดำก็จะค่อย ๆ จางลง
5. ดื่มน้ำเยอะ ๆ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว : เมื่อร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ เซลล์ผิวก็จะกระจ่างใส ส่งผลให้รอยดำคล้ำใต้ตาจางลง
6. หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณดวงตา : เช่น การแกะ เกา ขยี้ตาแรง ๆ เนื่องจากพฤติกรรมเหล่านี้ทำให้ผิวบริเวณดวงตาระคายเคือง ดำคล้ำขึ้น และอาจมีรอยเหี่ยวย่นเกิดขึ้นอีกด้วย
7. ทาอายครีมที่ช่วยลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน : เม็ดสีเมลานินก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ขอบตาดำได้ ฉะนั้นควรหาอายครีมที่มีส่วนผสมของสารที่ช่วยลดการสร้างเม็ดสีมาอย่าง Niacinamide, Vitamin C, Arbutin หรือ Licorice มาใช้ควบคู่ไปด้วย
"รักษาขอบตาดำจากโรคภูมิแพ้” ที่ไหนได้บ้าง ?

- โรงพยาบาลพญาไท 2
943 ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
โทร: 02-617-2444
- โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
2 ถนนวังหลัง แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
โทร: 1474
- โรงพยาบาลเปาโล
1 ถนนโชคขัย 4 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 10230
โทร: 02-514-4140-9
แจก 4 ท่านวดลดขอบตาดำ บอกลาตาแพนด้าไปได้เล้ยย!

การนวดก็เป็นวิธีรักษาขอบตาดำอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ขอบตาดำจางลงได้ เพราะการนวดจะช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดให้ดีขึ้น ฉะนั้นเลือดดำที่คั่งค้างอยู่บริเวณใต้ตาล่างก็จะสามารถไหลเวียนผ่านไปได้ ทำให้รอยคล้ำจางลงนั่นเองค่ะ และถ้าใช้อายครีมที่ช่วยลดการสร้างเม็ดสีร่วมกับการนวดด้วย รับรองว่าเห็นผลดีสุด ๆ อย่ารอช้า ไปดูวิธีนวดกันเลยย!
- Step 1: ทาอายครีมด้วยน้ำหนักมือที่เบา นวดจากหัวตาไปหางตา และจากหางคิ้วไปหัวคิ้ว
- Step 2: ใช้นิ้วกลางลากออกไปทางหางตา และใช้นิ้วนางลากออกไปทางหัวตาอย่างเบามือ
- Step 3: ใช้นิ้วกลางหรือนิ้วนางกดย้ำเบา ๆ 4 จุด บริเวณใต้ตา จากหัวตาไปหางตา
- Step 4: ใช้นิ้วกลางหรือนิ้วนางนวดวนเป็นวงกลมเล็ก ๆ เบา ๆ บริเวณใต้ตา จากหัวตาไปหางตา
จำนวนครั้ง : ท่าละ 5 ครั้ง
คราวนี้ก็รู้แล้วใช่ไหมคะว่าที่เราขอบตาดำ สาเหตุมาจากการนอนดึก หรือเพราะโรคภูมิแพ้กันแน่ สำหรับใครที่รู้แน่ชัดแล้วว่าตัวเองขอบตาดำจากโรคภูมิแพ้ ก็ให้รีบพบแพทย์เพื่อรักษาอาการภูมิแพ้ให้เร็วที่สุด อย่าปล่อยให้เป็นเรื้อรัง ที่สำคัญต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และดื่มน้ำมาก ๆ ด้วยนะคะ เพื่อสุขภาพที่ดีแบบยั่งยืน
บทความแนะนำ